โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“เสรีพิศุทธ์” ยัน ไม่ร่วมรัฐบาลคนโกง หลัง ภท.เอาชื่อใส่สูตรตั้งรัฐบาล จ่อ ยื่น ปธ.ศาลฎีกา ไต่สวนข้อเท็จจริง ปม “ทักษิณ” ขอพระราชทานอภัยโทษ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เสรีพิศุทธ์” เข้าสภารายงานตัว สส. ยัน ไม่ร่วมรัฐบาลคนโกง ลั่น ไร้มารยาททางการเมือง หลัง ภท.เอาชื่อใส่สูตรตั้งรัฐบาล พร้อมลุย ตรวจสอบปมเขากระโดงเต็มที่ พร้อมจ่อ ยื่น ปธ.ศาลฎีกา ตั้งองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง ปม “ทักษิณ” ขอพระราชทานอภัยโทษ ยัน สามารถทำงานทางการเมืองได้เต็มที่ แม้จะมีเสียงเพียงคนเดียว

วันที่ 6 มี.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคพรรคเสรีรวมไทย เดินทางมารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกหลังกลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ว่า ตนไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ในสภามาเกือบ 2 ปี เนื่องจากยึดมั่นในอุดมการณ์เรื่องการเสียสละ โดยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ทำงานแทน ไม่ใช่เพราะความเกียจคร้าน แต่อยู่ภายนอกสภาก็ยังทำงานทางการเมืองและติดตามสถานการณ์บ้านเมืองมาโดยตลอด

โดยการกลับมารายงานตัวในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสแรกในรอบระยะเวลานานที่จะได้กลับมาพบเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง และตั้งใจมารายงานตัวตามความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ในการเลือกตั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยได้ทาบทามให้พรรคเสรีรวมไทยเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า ไม่เคยมีการติดต่อหรือเชิญอย่างเป็นทางการ แต่กลับมีการนำชื่อของตนและพรรคไปใส่ไว้ในสูตรจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตนมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีมารยาททางการเมือง

ทั้งนี้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังวิจารณ์ว่าการนำชื่อพรรคต่าง ๆ ไปจัดรวมกันเพื่อให้ดูว่ามีเสียงสนับสนุนจำนวนมาก เป็นเพียงวิธีการสร้างภาพว่ามีเสียงเกิน 300 เสียงเพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ทั้งที่ความจริงยังไม่ได้รับความยินยอมจากพรรคเหล่านั้น และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันพรรคการเมืองอื่น ๆ ให้เข้าร่วมโดยไม่มีอำนาจต่อรอง

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ย้ำจุดยืนว่าพรรคเสรีรวมไทยไม่สามารถร่วมงานกับผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริตได้ โดยย้ำว่านโยบายสำคัญของพรรคคือ “โกงเจอกู” จึงไม่สามารถไปร่วมรัฐบาลกับผู้ที่ถูกมองว่ามีปัญหาเรื่องความโปร่งใสได้ และเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนว่าการร่วมรัฐบาลกับบุคคลที่ถูกตั้งคำถามด้านความโปร่งใสนั้นมีเหตุผลอย่างไร

สำหรับประเด็นการเลือกนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อธิบายว่า ตามรัฐธรรมนูญ การจะเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมลงชื่อไม่น้อยกว่า 25 คน และไม่ได้กำหนดว่าพรรคที่มีจำนวน ส.ส. มากที่สุดจะต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติ ดังนั้นการที่บางฝ่ายออกมาประกาศล่วงหน้าว่าจะได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพราะมีจำนวน ส.ส. มากที่สุด จึงไม่ถูกต้องตามหลักการ

ส่วนรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคต่าง ๆ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวอยากเห็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำรงตำแหน่ง แต่ยอมรับว่าจำนวนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์อาจไม่เพียงพอที่จะเสนอชื่อได้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาผู้สมัครจากพรรคอื่น ๆ โดยประเมินทั้งด้านคุณสมบัติและประวัติที่ผ่านมา เพื่อเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุด หากไม่มีผู้ที่ถือว่าดีที่สุด ก็อาจต้องเลือกคนที่มีปัญหาน้อยที่สุดแทน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวถึงผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองต่าง ๆ โดยเริ่มจาก ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตจาก พรรคกล้าธรรม ที่ปัจจุบันไม่ได้มีคดีความในประเทศไทย แม้ในอดีตจะมีประเด็นคดีในประเทศออสเตรเลีย แต่เป็นกรณีรู้เห็นเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด ไม่ใช่คดีค้ายาเสพติดโดยตรง และศาลไทยก็วินิจฉัยว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลไทย

ส่วนแคนดิเดตของ พรรคเพื่อไทย อย่าง ศ.ดร.ยศชนัน วงสวัสดิ์ นั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่า ตัวบุคคลไม่ได้มีประวัติปัญหา และเป็นนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเข้าสู่การเมือง แม้พรรคเพื่อไทยในอดีตจะมีผู้นำพรรคหลายคนที่เคยถูกดำเนินคดี

สำหรับ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ระบุว่าตัวบุคคลไม่ได้มีประเด็นร้ายแรงมากนัก แม้จะมีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาเกี่ยวกับมาตรา 112 ซึ่งยังไม่ทราบผลว่าจะผิดหรือไม่ และหากผิดจะมีโทษเพียงใด

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่าแม้จะไม่เคยถูกดำเนินคดี แต่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็น เช่น กรณีที่ดินในพื้นที่ปากช่อง และการใช้งบประมาณรัฐสนับสนุนการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก รวมถึงการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของรัฐในสถานการณ์ต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประสบการณ์สมัยที่ตนยังรับราชการตำรวจ ซึ่งเคยดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการเมืองในอดีต และย้ำว่าปัญหาการทุจริตทางการเมืองเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะหากบุคคลที่มีพฤติกรรมดังกล่าวได้อำนาจบริหารประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเมืองและโครงสร้างอำนาจของประเทศในระยะยาว

เมื่อถามว่าหากถึงวันลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจสนับสนุนใคร พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่าได้ให้ข้อมูลกับสื่อไปในลักษณะการวิเคราะห์แล้ว และต้องการให้ประชาชนพิจารณาเอง จึงยังไม่ต้องการชี้นำล่วงหน้า แต่ย้ำว่าเมื่อถึงวันลงมติจริงจะพิจารณาอย่างเต็มที่

ส่วนบทบาทหลังจากกลับมาทำหน้าที่ในสภาอีกครั้งที่ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยอมรับว่า อาจเผชิญข้อจำกัด เนื่องจากพรรคมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงหนึ่งเสียง การจะดำเนินการทางรัฐสภา เช่น การยื่นถอดถอนหรือเสนอแก้ไขกฎหมาย จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะมีใครร่วมลงชื่อหรือไม่ แต่ยืนยันว่าตนสามารถทำงานทางการเมืองได้ทั้งในและนอกสภา แม้จะมีเสียงเพียงคนเดียวก็ตาม

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้เตรียมเดินหน้าเปิดประเด็นตรวจสอบกรณีที่ดิน เขากระโดงซึ่งเป็นเรื่องที่ตนสนใจติดตามมาระยะหนึ่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติม พร้อมยอมรับว่างานทางการเมืองในช่วงนี้มีจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนื่องทุกวัน

จ่อ ยื่น ปธ.ศาลฎีกา ตั้งองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง ปม “ทักษิณ” ขอพระราชทานอภัยโทษ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แถลงต่อสื่อมวลชนว่าจะยื่นเรื่องต่อประธานศาลฎีกา เพื่อขอให้ตั้งองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีการขอพระราชทานอภัยโทษให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ามีการดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาจำคุกนายทักษิณเป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะมีพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยโทษลดโทษเหลือ 1 ปี อย่างไรก็ตาม นายทักษิณไม่ได้เข้าเรือนจำตามปกติ แต่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งตนในฐานะอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ติดตามตรวจสอบประเด็นดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการตรวจสอบกรณีที่เรียกว่าตั๋วช้าง ซึ่งพบว่ามีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย และอาจมีผลประโยชน์ตอบแทนในกระบวนการดังกล่าว จึงได้ยื่นเรื่องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายราย ทั้งนายทักษิณ รวมถึงนายวิษณุ เครืองาม ตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า เกิดข้อสงสัยจากคำเบิกความของนายวิษณุที่ให้การต่อศาลฎีกา โดยระบุว่าการขอพระราชทานอภัยโทษของนายทักษิณไม่ได้ผ่านตนเอง ทั้งที่ในขณะนั้นนายวิษณุดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว

ซึ่งตามขั้นตอนทางกฎหมาย การขอพระราชทานอภัยโทษต้องดำเนินการผ่านกระบวนการของกรมราชทัณฑ์ โดยเริ่มจากผู้ต้องขังยื่นคำร้องต่อผู้บัญชาการเรือนจำ จากนั้นเรื่องจะถูกส่งต่อไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และสุดท้ายต้องเสนอผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อถวายความเห็นต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าควรพระราชทานอภัยโทษหรือไม่

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีบทบาทสำคัญในกระบวนการดังกล่าว เนื่องจากต้องเป็นผู้ถวายความเห็นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ดังนั้นการที่นายวิษณุระบุว่าการขอพระราชทานอภัยโทษไม่ได้ผ่านตน จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่ากระบวนการดังกล่าวดำเนินการผ่านใคร และมีผู้ใดเป็นผู้นำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ จนมีพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยโทษ

ด้วยเหตุนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงเตรียมยื่นเรื่องพร้อมเอกสารหลักฐานต่อประธานศาลฎีกา เพื่อขอให้ตั้งองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง โดยเห็นว่าคดีดังกล่าวเกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกา จึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาที่จะตรวจสอบได้

ถ้าหากมีการไต่สวน ควรเชิญนายวิษณุมาให้ถ้อยคำอีกครั้ง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงตามที่เคยเบิกความไว้ หากยังคงยืนยันว่าการถวายฎีกาไม่ผ่านตนเอง ก็จำเป็นต้องตรวจสอบต่อไปว่าการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษของนายทักษิณดำเนินการผ่านบุคคลใด ใครเป็นผู้จัดทำหนังสือ และมีการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ได้อย่างไร

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า หากพบว่ามีการดำเนินการโดยไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ก็อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายและละเมิดอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งตนในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจและผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง เห็นว่ามีหน้าที่ต้องปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ให้ถูกนำไปเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า หลังจากรายงานตัว สส.แล้ว จะนำเรื่องดังกล่าวไปยื่นต่อประธานศาลฎีกาทันที แม้ยังไม่สามารถเปิดเผยเอกสารทั้งหมดต่อสื่อมวลชนได้ เนื่องจากยังเป็นข้อมูลในกระบวนการดำเนินการ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...