โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เจาะผล KPI Poll! สแกนรมต.ที่คนไทยอยากได้ “ซื่อสัตย์” นำโด่ง “โควตาเพศ” ไม่สำคัญเท่าความเก่ง

เดลินิวส์

อัพเดต 6 มีนาคม 2569 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สถาบันพระปกเกล้าเปิดผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 11 เผยเสียงสะท้อนคนไทยกว่า 48.9% เมินคนมีประวัติด่างพร้อยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ชูคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 11 เรื่อง “สเปกคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในฝันของคนไทย” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll ระบุว่า ได้มอบนโยบายให้การจัดทำ KPI Poll เป็นโพลเชิงวิชาการที่สะท้อนความจริงทางการเมืองอย่าง “เป็นกลาง เป็นจริง และเป็นประโยชน์” โดยไม่ชี้นำทางการเมือง แต่จัดทำขึ้นเพื่อรับฟังเสียงของประชาชน และใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทย

สำหรับการสำรวจครั้งนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 27 ก.พ. – 2 มี.ค. 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,908 ตัวอย่าง โดยมีประเด็นสำคัญจากผลสำรวจดังนี้

ประชาชนไม่เอารัฐมนตรีมีประวัติคอร์รัปชัน

ผลสำรวจพบว่า คุณสมบัติของรัฐมนตรีที่ประชาชน “ไม่ต้องการ” มากที่สุด คือผู้ที่มีประวัติด่างพร้อยด้านความซื่อสัตย์ โดย 48.9% ระบุว่าไม่ต้องการบุคคลที่เคยมีคดีทุจริตหรือคดีร้ายแรงเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ ซึ่งทิ้งห่างตัวเลือกอื่นอย่างชัดเจน

รองลงมา 17.9% ไม่ต้องการผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในกระทรวงที่รับตำแหน่ง, 15.3% ไม่ต้องการผู้ที่ขาดอุดมการณ์ทางการเมือง ย้ายพรรคหรือข้ามขั้วเพื่อหวังตำแหน่ง, 14.9% ไม่ต้องการผู้ที่ไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ในกระทรวงที่ดูแล และ 3.0% ไม่ต้องการผู้ที่เคยบริหารงานผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย

ผลสำรวจสะท้อนว่า “คอร์รัปชัน” กลายเป็นเส้นแดงสำคัญที่ประชาชนต้องการใช้เป็นเกณฑ์คัดกรองบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี โดยประชาชนให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและคุณสมบัติของบุคคล มากกว่าการจัดสรรตำแหน่งตามเกมการเมือง

คนไทยอยากได้รัฐมนตรี “มือสะอาด–ฟังเสียงประชาชน”

เมื่อถามถึงคุณสมบัติรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการมากที่สุด พบว่า 32.1% ต้องการบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มากเป็นอันดับหนึ่ง

รองลงมา 28.7% ต้องการคนที่รับฟังและนำปัญหาของประชาชนไปแก้ไข, 24.6% ต้องการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบ, 11.5% ต้องการผู้นำที่กล้าตัดสินใจและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ และมีเพียง 3.1% ที่ให้ความสำคัญกับการเคยดำรงตำแหน่ง สส.หรือรัฐมนตรีมาก่อน

ผลดังกล่าวสะท้อนว่า ประชาชนไม่ได้ให้คุณค่ากับสถานะการเป็นนักการเมืองอาชีพเท่ากับ ความน่าเชื่อถือ ความซื่อสัตย์ และความสามารถในการทำงานจริง

ความคาดหวังต่อ ครม.ใหม่แตกต่างตามภูมิภาค

ผลสำรวจยังพบว่า ความคาดหวังของประชาชนในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกัน โดย

  • กรุงเทพฯ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ความสำคัญกับการ “รับฟังและแก้ปัญหาของประชาชน” มากที่สุด
  • ขณะที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ให้ความสำคัญกับ “ความซื่อสัตย์สุจริต” เป็นอันดับแรก

สะท้อนว่าบางพื้นที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปากท้องอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางพื้นที่มองว่าความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของการเมืองยังเป็นโจทย์สำคัญ

เปิดรับคนนอกการเมือง–ไม่ยึดติดโควตาเพศ

ในประเด็นการเปิดโอกาสให้มืออาชีพจากนอกการเมืองเข้ามาร่วมเป็นรัฐมนตรี พบว่า 26.4% ระบุว่ามีหรือไม่มีก็ได้ แล้วแต่นายกรัฐมนตรี รองลงมา 22.2% ต้องการให้มีประมาณ 10%, 18.4% ต้องการให้มี 30% ขึ้นไป และ 14.7% ต้องการให้มี 20%

ส่วนสัดส่วนผู้หญิงในคณะรัฐมนตรี พบว่า 31.2% ระบุว่ามีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งเห็นว่าควรมีผู้หญิงในสัดส่วน 10–30%

ผลสำรวจสะท้อนว่า สังคมไทยค่อนข้างเปิดกว้างต่อการดึง ผู้เชี่ยวชาญจากนอกการเมือง เข้ามาทำงาน และไม่ยึดติดกับโควตาเพศ แต่ต้องการให้คัดเลือก “คนที่เหมาะสม” มากที่สุด

เส้นแดงสำคัญคือความซื่อสัตย์

บทสรุปจากผลสำรวจ KPI Poll ครั้งนี้ชี้ว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับ คุณสมบัติของบุคคลมากกว่าการจัดสรรโควตาทางการเมือง โดยต้องการรัฐมนตรีที่มีมาตรฐานจริยธรรมสูง ซื่อสัตย์ โปร่งใส ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน และสามารถรับฟังปัญหาของประชาชนพร้อมแก้ไขได้จริง

ขณะเดียวกัน ประชาชนยังเปิดรับการดึงผู้เชี่ยวชาญจากนอกการเมืองเข้ามาร่วมบริหารประเทศ โดยเฉพาะในกระทรวงที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง เพื่อเร่งสร้างผลงานอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังสะท้อน “เส้นแดงสำคัญ” คือ เกือบ 50% ของประชาชนไม่ยอมรับรัฐมนตรีที่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลและนำไปสู่วิกฤตศรัทธาจากสังคมได้อย่างรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...