โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อากาศร้อนขึ้น อาจกลับมาอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

JS100

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อากาศร้อนขึ้น อาจกลับมาอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ (World Meteorological Organization : WMO) เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามฤดูกาลทั่วโลก พบว่าปรากฏการณ์ลานีญาอ่อนกำลังลง โดยจะเปลี่ยนไปสู่สภาวะเป็นกลาง และเปลี่ยนไปเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญก่อนสิ้นปี นี้ (2569) โดยมีสัญญาณบ่งชี้ว่าอุณหภูมิพื้นผิวโลกจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม

การพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรแสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่คล้ายกับปรากฏการณ์ลานีญา แต่ในส่วนอื่นๆ ของโลก สัญญาณที่ได้นั้นค่อนข้างหลากหลาย

ลานีญาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกบริเวณเส้นศูนย์สูตรลดลง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลม ความกดอากาศ และปริมาณน้ำฝน

สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า มีโอกาสร้อยละ 50-60 ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะก่อตัวขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน และจะคงอยู่ต่อไปจนถึงปี 2570 และอาจทำให้ปี 2570 มีอากาศร้อนกว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

นางเซเลสเต เซาโล เลขาธิการใหญ่ WMO กล่าวว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งล่าสุดในปี 2566-2567 เป็นหนึ่งใน 5 ครั้งที่ส่งผลกระทบรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ และมีส่วนทำให้ปี 2567 เป็นปีที่อุณหภูมิโลกสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึก พร้อมย้ำว่า ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ทั้งลานีญา และเอลนีโญ เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นในระยะยาว ทำให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อรูปแบบปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิตามฤดูกาล

#สภาวะโลกร้อน

#องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...