รายงานกรณีศึกษาเผย ผลเสียจากการกินวิตามินดีมากเกินไป
วิตามินดีไม่เพียงแต่ช่วยในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของกระดูกและฟันเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิดได้ด้วย งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าวิตามินดีอาจลดความเสี่ยงต่อโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจ และลดโอกาสการเจ็บป่วยที่รุนแรง นอกจากนี้ยังพบว่ามีส่วนช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน
ผู้ที่มีระดับวิตามินดีต่ำกว่าเกณฑ์อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและโรคภูมิแพ้ตัวเอง มากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์กำลังแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบที่รุนแรงจากการได้รับวิตามินดี "เกินขนาด"
ในรายงานกรณีศึกษาของวารสารทางการแพทย์ BMJ เมื่อปี 2565 ระบุว่ามีชายรายหนึ่งต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากบริโภควิตามินดีมากเกินไป ชายวัยกลางคนรายนี้ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลหลังจากเริ่มมีอาการอาเจียน คลื่นไส้ ปวดท้อง เป็นตะคริวที่ขา เสียงดังในหู ปากแห้ง กระหายน้ำมากขึ้น ท้องเสีย และน้ำหนักลด
อาการที่น่ากังวลเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน แต่เริ่มปรากฏชัดประมาณ 4 สัปดาห์หลังจากที่เขาเริ่มกินผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินดีในปริมาณที่มากขึ้น เดิมทีเขามีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว กล่าวคือป่วยเป็นทั้งโรควัณโรค, เนื้องอกเส้นประสาทหูซึ่งส่งผลให้หูข้างนั้นหนวก, ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ, เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย และไซนัสอักเสบเรื้อรัง
ในรายงานอธิบายว่า แพทย์ตรวจพบว่า ผู้ป่วยรายนี้กินอาหารเสริมมากกว่า 20 ชนิดทุกวัน ได้แก่ วิตามินดี 150,000 IU, วิตามินเค2 100 มก., วิตามินซี, วิตามินบี9, วิตามินบี2, วิตามินบี6, โอเมก้า-3 2,000 มก. โดยจะกินวันละสองครั้ง ร่วมกับอาหารเสริมอื่นๆ แม้ว่าชายรายนี้จะหยุดรับประทานวิตามินทั้งหมดทันทีที่เริ่มมีอาการ แต่เขายังคงรู้สึกทรมานและตัดสินใจไปพบแพทย์
ผลการตรวจเลือดของเขาชี้ว่า ร่างกายของเขามีระดับแคลเซียมที่สูงมาก และระดับวิตามินดีสูงกว่าระดับที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายถึง 7 เท่า เมื่อตรวจการทำงานของไตก็พบภาวะไตวายเฉียบพลัน ในขณะที่การตรวจเอ็กซเรย์ร่างกายช่วยตัดประเด็นโรคร้ายแรงอื่นๆ อย่างโรคมะเร็งออกไปได้
"ทั่วโลกกำลังมีแนวโน้มว่ามีผู้ประสบภาวะวิตามินดีสูงเกิน (Hypervitaminosis D) มากขึ้น ซึ่งเป็นภาวะทางการแพทย์ที่ร่างกายมีระดับวิตามินดี3 ในเลือดสูงผิดปกติ" ผู้เขียนรายงานระบุ
ในรายงานอธิบายว่า เนื่องจากวิตามินดีถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ช้ามาก (ต้องใช้เวลาถึง 2 เดือนกว่าระดับวิตามินดีที่ตกค้างในร่างกายจะลดลงไปครึ่งหนึ่ง) ในระหว่างที่ระดับวิตามินสะสมจนกลายเป็นพิษนี้เอง จะส่งผลให้อาการเจ็บป่วยต่างๆ คงอยู่ต่อเนื่องไปได้นานหลายสัปดาห์ แม้ว่าผู้ป่วยจะหยุดกินอาหารเสริมไปแล้วก็ตาม
รายงานกรณีศึกษานี้เน้นย้ำถึงความเป็นพิษที่อาจเกิดขึ้นจากการกินอาหารเสริมที่ส่วนใหญ่ถือว่าปลอดภัย แต่เมื่อกินในปริมาณหรือในสัดส่วนที่ไม่ปลอดภัยก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายได้
ชายรายนี้ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 8 วัน หลังจากออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว 2 เดือน ระดับวิตามินดีในร่างกายของเขาก็ยังคงสูงผิดปกติ
ในรายงานยังกล่าวถึงอาการของภาวะวิตามินดีสูงเกินซึ่งได้แก่ อาการง่วงซึม, รู้สึกสับสน, เฉื่อยชา, มีภาวะผิดปกติทางจิต, ซึมเศร้า, ภาวะไม่รู้สึกตัว, เบื่ออาหาร, ปวดท้อง, อาเจียน, ท้องผูก, มีแผลในกระเพาะอาหาร, ตับอ่อนอักเสบ, ความดันโลหิตสูง, หัวใจเต้นผิดจังหวะ และปัญหาเกี่ยวกับไต
ที่มา : ladbible.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES