โต้ข่าวป่วยหนัก! กรมราชทัณฑ์ยัน “เอกชัย” แค่จุกแน่นชายโครง พร้อมสยบข่าวลือฝีดาษลิงระบาดเรือนจำ
เมื่อเวลา 18.30 น. กรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกสารข่าวแจก ระบุ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีประเภทอุทธรณ์-ฎีกา ในความผิดฐานร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี มีอาการป่วยหนักในเรือนจำ นั้น
กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 เวลา 10.30 น. กรมราชทัณฑ์ได้มอบหมายให้กองบริการทางการแพทย์เข้าตรวจสอบการเจ็บป่วยของนายเอกชัย หงส์กังวาน โดยเจ้าหน้าที่กองบริการทางการแพทย์ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนายเอกชัย พบว่า มีอาการของโรคฝีในตับและภาวะต่อมลูกหมากโต ซึ่งโรคฝีในตับนายเอกชัยได้เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ต่อมาเมื่อได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษ นายเอกชัยไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากไม่ประสงค์เข้าตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิของนายเอกชัย ดังนั้น จึงไม่มีประวัติการรักษาต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่กองบริการทางการแพทย์จึงได้ให้คำแนะนำพร้อมทั้งสังเกตอาการฝีในตับและอาการต่อมลูกหมากโต ปัจจุบันนายเอกชัย มีเพียงอาการจุกแน่นที่บริเวณชายโครงด้านขวา สามารถใช้ชีวิตประจำวันในเรือนจำได้ตามปกติ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ สำหรับภาวะต่อมลูกหมากโต เจ้าหน้าที่พยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรมได้จ่ายยาที่แพทย์สั่งไว้ตามแผนการรักษา โดยแพทย์ได้นัดเข้ารับการตรวจในวันที่ 11 มี.ค.69 หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยาแล้ว แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและวางแผนการรักษาต่อไป ทั้งนี้ สถานพยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรมและกองบริการทางการแพทย์ ได้ทำความเข้าใจกับนายเอกชัยเรียบร้อยแล้ว โดยจะประสานกับทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่านายเอกชัยป่วยหนัก เป็นความห่วงใยของเพื่อนนายเอกชัย ซึ่งเป็นพยาบาลได้เข้าเยี่ยมและแนะนำว่า ควรพบแพทย์เพื่อเข้าตรวจรักษา
กรมราชทัณฑ์ ได้ให้การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องขังทุกคนพึงได้รับไม่ได้ละเลยโดยเฉพาะการเข้าถึงการรักษาพยาบาลตามหลักสิทธิมนุษยชนที่ควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษธนบุรีว่า พ้นภาวะการระบาดของโรคฝีดาษลิงแล้ว และได้ให้ผู้ต้องขังดำเนินชีวิตตามปกติ พร้อมให้บริการเยี่ยมญาติผู้ต้องขังแล้ว จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน.