โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์ชาติ เร่งออกประกาศ คุมเทรดทองออนไลน์สกุลเงินบาท 50-100 ล้านบาท

Khaosod

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 09.20 น.

ธปท. ชี้เงินทุนต่างชาติไหลเข้า กดดันเงินบาทแข็งค่าหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เร่งออกประกาศคุมเพดานซื้อขายทองคำออนไลน์สกุลเงินบาท คาดเริ่มใช้มี.ค.นี้

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ กล่าวว่า ยอมรับค่าเงินบาทที่แข็งค่าหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มีแรงกดดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยนโยบาย และการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ รวมถึงปัจจัยแมคโครของสหรัฐ ที่กดดันดอลลาร์อ่อนค่า ส่งผลต่อการปรับขึ้นและลงของทิศทางค่าเงินบาท รวมถึงปัจจัยดุลบัญชีเดินสะพัด และพอร์ตลงทุนของต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี ทองคำ เป็นปัจจัยเข้ามาเสริม (Amplifier) ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอยู่แล้วให้แข็งค่ามากขึ้น ซึ่งหากดูค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มาจากโฟลว์ของทองคำที่มีสัดส่วนการขายทองคำถึง 35% ของธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยน (FX)

“การเข้าไปดูธุรกรรมทองคำเป็นเรื่องสำคัญ แต่อาจจะไม่ได้ทำให้ค่าเงินบาทหยุดแข็งค่าในทันที เนื่องจากยังมีกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรมากขึ้น ซึ่งธปท.ไม่สามารถควบคุมได้”

ดังนั้น ในส่วนของธุรกรรมทองคำ ธปท.จะออกประกาศ 2 ฉบับ คือ 1.ฉบับแรกจะให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีการซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ 15 ราย ส่งข้อมูลรายงาน เช่น ใครซื้อ-ใครขายเกิดจุดที่กำหนดหรือมอนิเตอร์ไว้ อาทิ เกิน 20 ล้านบาท เพื่อให้ธปท.มีข้อมูลเพียงพอ และสามารถออกประกาศในระยะถัดไปได้

และ 2.ประกาศเจ้าพนักงาน กำหนดเพดานควบคุมการซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันกำลังพิจารณาวงเงินอยู่ที่ 50-100 ล้านบาทต่อคนต่อวัน ซึ่งปัจจุบันวงเงินดังกล่าวมีสัดส่วนการเทรดทองคำราว 1-1.5% แต่หากดูในแง่มูลค่าถือว่าค่อนข้างเยอะ เนื่องจากพฤติกรรมคนไทยจะกระจายการซื้อทองในช่วงราคานิ่งๆ แต่ในช่วงราคาขึ้นจะมีการเทขายฝั่งเดียว ซึ่งจะกระทบเงินบาท

อย่างไรก็ดี การกำหนดเพดานการซื้อขายจะไม่กระทบคนที่มีทองคำอยู่แล้ว รายย่อย และร้านทอง โดยประกาศดังกล่าวน่าจะออกมาได้ภายในวันที่ 23-29 ม.ค.นี้ โดยคาดว่าจะเริ่มใช้จริงได้ภายในเดือนมี.ค.2569 เนื่องจากจะต้องให้ร้านทองทำระบบ ซึ่งจะต้องใช้เวลา

“ธปท.ไม่สามารถคุมตลาดให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าได้ตามใจ หรือการเข้าไปดูแลแทรกแซง (intervene) เหมือนในช่วงปี 40 ไม่ได้ เพราะเรามีเรื่องข้อตกลงห้ามบิดเบือนค่าเงินเพื่อผลทางการค้า หรือ currency manipulation เราทำได้จำกัดมากขึ้น ทำให้ผลมีจำกัด และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ามายังเป็นปกติ เป็นการลงทุนในตลาดหุ้นและบอนด์ของนักลงทุนต่างชาติ”

นายวิทัย กล่าวว่า หากเราสามารถทำเรื่องทองได้สมบูรณ์ จะช่วยเรื่องค่าเงินบาทได้บ้าง แต่ Position ไม่รู้จะอยู่ตรงไหน แต่อยากเห็นบาทอ่อนตามปัจจัยพื้นฐาน แต่เราไม่ได้อยู่ในจุดที่คุมดอลลาร์อยู่ตรงไหนได้

สิ่งที่ธปท.ดูแลได้จะมีด้วยกัน 2 เรื่อง คือ 1.ใส่ข้อจำกัดบางอย่าง เช่น คนไทยที่มีการนำเงินเข้าเกิน 200,000 ดอลลาร์ จะต้องมีการตรวจเข้มขึ้น 2.การตรวจธุรกรรมร้านทอง ที่มีการขายเงินดอลลาร์ และซื้อบาท โดยไม่มีธุรกรรมทองคำ และ 3.คลายเกณฑ์การนำรายได้กลับเข้าประเทศ (Repatriation) โดยขยายวงเงินจาก 1 ล้านดอลลาร์ เป็น 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจากเดิมผู้ประกอบการจะต้องขายดอลลาร์ทันที

“ธปท.ใส่เกณฑ์ และบอกทิศทางตลาด โดยเราเป็น Bookkeeper แต่ก็มีคนมักเข้าใจผิดว่าธปท.คุมค่าเงินได้ ซึ่งการซื้อขายดอลลาร์ เป็นเรื่องของตลาด ไม่เกี่ยวกับธปท. โดยธปท.จะเข้าไปในตลาดเพื่อเข้าไปดูแลแทรกแซงในยามที่ค่าเงินบาทแข็งค่าและอ่อนค่าผิดปกติ และขณะเดียวกัน ธปท.เห็นธุรกรรมแค่ 40% ที่เป็น On Shore แต่อีก 60% ที่เป็น Off Shore ไม่เห็น”

สำหรับกรณีที่มีการเสนอแนวคิดปรับเปลี่ยนกรอบนโยบายการเงิน จากกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) เป็น เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate Targeting) นั้น มองว่า กรอบนโยบายทั้ง 2 แบบ มีทั้งข้อดีและข้อด้อย ต้องประเมินว่าข้อด้อยของการใช้กรอบนโยบายเงินเฟ้อมีอะไร จนต้องเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นหรือไม่ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเปิด ไม่เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง นอกจากนี้จะต้องดูความสามารถด้วย เช่น การเปลี่ยนเป็น อัตราแลกเปลี่ยน จะต้องมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศค่อนข้างเยอะ และทรัพยากรด้านอื่นๆ เพียงพอหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องวิเคราะห์พิจารณาให้ดี เพราะมีทั้งข้อดีและข้อด้อย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบงก์ชาติ เร่งออกประกาศ คุมเทรดทองออนไลน์สกุลเงินบาท 50-100 ล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...