โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกเฮง รีวิว กลโกงเลือกตั้ง เขาทำกันยังไง ตั้งแต่ยิงรายหัวถึงขั้นซื้อหน่วย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 04.47 น.

นายกเฮง รีวิว กลโกงเลือกตั้ง เขาทำกันยังไง ตั้งแต่ยิงรายหัวถึงขั้นซื้อหน่วย

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า รีวิวการเลือกตั้ง 2569 #โกงยังไง..?

ก่อนอื่นผมขอขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่าน ถึงแม้ปีนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเรารักษาแชมป์จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอันดับหนึ่งได้หรือไม่ แต่ผลคะแนนที่ออกมาผมขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ให้ความไว้วางใจกับผู้สมัครของพรรคประชาชนทั้งสองเขต ทั้งนี้จากผลการเลือกตั้งทั้งประเทศแน่นอนว่าทางเรา มีแนวโน้ม ที่จะเป็นฝ่ายค้าน

โดยทางพวกผมและทางว่าที่ ส.ส. ทั้งสองท่านในเรื่อง พูดคุยถึงแนวทางการทำงานขององคาพยพทั้งหมดในจังหวัดลำพูนเพื่อให้เป็นเนื้อเดียวกันให้ได้มากที่สุด ไม่อยากให้มีอุปสรรคใดใดในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่ผลักดันให้ท้องถิ่นหรือปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่จะต้องสะท้อนได้มากที่สุดไปยังผู้บริหารหรือรัฐบาล

สิ่งที่ผมอยากจะจะมีรีวิวการเลือกตั้ง 2569 นี้

1.ขอเอาเรื่องภายในจังหวัดลำพูน จริงๆ แล้วก็เหมือนสถานการณ์ปกติทั่วไปการเลือกตั้ง ตัวผมเองเป็นผู้เฝ้ามองแบบห่างๆ เพราะไม่สามารถเข้าไปช่วยในกองอำนวยการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาได้

หลังม่านแห่งการเลือกตั้งนั้น ดุเดือด เอาจริงๆ แทบจะโดนกันทุกทางเลย ไม่ว่าจะเขต 1 หรือเขต 2 หนักหน่วงมากปีนี้ต้องยอมรับว่า กระแสการจ่ายเงินรุนแรงมาก อีกทั้งทุกๆ การเลือกตั้งมันจะมีดราม่าเสมอ ปีนี้ก็อย่างที่เคยลงคลิปไปแล้ว ส่วนการปราศรัยการโจมตีคู่แข่ง ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีจนมีการปราศรัยของพรรคการเมืองภาคหนึ่ง ที่โจมตีด่าทอว่านโยบายของ อบจ. โดยนักปราศรัยระดับประเทศ อาจจะคิดว่าตัวเองอยู่บนเวทีแล้ว คะนองปากก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ สู้กันไปก็สู้กันมาแต่หวังว่าหลังจากจบการเลือกตั้งแล้ว สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติก็คงไม่มีอะไรที่ต้อง มานอกเกมกันอีก

2.#โกงเลือกตั้ง ขอรีวิวในเรื่องของที่กำลังเป็นกระแสดังทั่วประเทศ ยกตัวอย่างเช่นเคสการเลือกตั้งที่ชลบุรีเขต 1 ทำให้นึกถึงความที่อาจจะไม่โปร่งใสในความคิดของบุคคลทั่วไป แต่ก็ไม่มีใครตอบเลยว่าถ้าเค้าโกงแล้วจริงๆเค้าโกงยังไงล่ะ การโกงเลือกตั้งมันมีหลายแบบครับ

2.1 การซื้อรายหัวถ้าในอดีตคงเป็นเรื่องธรรมดาเบสิคทั่วไป ใช้หัวคะแนนจดรายชื่อเก็บบัตรประชาชนเก็บสำเนาบัตรได้จำนวนที่ต้องการนำเงินให้หัวคะแนนนำไปแจกจ่ายตามหมู่บ้านตามตำบลตามอำเภอ

แต่เมื่อเวลาผ่านไปวิธีนี้ตั้งแต่เกิดพรรคอนาคตใหม่ มันทำให้รู้ว่าการยิงรายหัว ด้วยวิธีแบบนี้มันใช้ไม่ได้ผล เพราะเสี่ยงกับการถูกเบี้ยวหรือคะแนนไม่ถึงเป้าได้ง่ายมาก เช่นหัวคะแนนรับเงินไป 100 หัว พิสูจน์ยากว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะอะไรบางที่จ่ายจริง 100 หัวแต่พอเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งคนกาคะแนนไม่ถึง 20 คนรับเงินไปแล้วแต่ไม่กาคะแนน ก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงหัวคะแนนจะไปคุมไปขู่จะไปขู่คนจำนวนมากเขาก็ไม่กลัวแล้ว ซึ่งวิธีนี้เสี่ยงต่อการถูกเบี้ยวถึงแม้ตอนหลังจะมีมีพัฒนาการใช้ระบบแม่ไก่ให้หัวคะแนนหนึ่งคนคุมคะแนนไม่ถึง 30 คนเพื่อง่ายต่อการคุมแต่สุดท้ายแล้ว ในระดับลูกไก่พอเข้าไปในหน่วยไม่กาก็ทำอะไร แถมไม่พออาจจะต้านกระแสของพรรคการเมืองทนการเรียกร้องของลูกของหลานไม่ไหว

ยิ่งมีการย้ำว่ารับเงินมาไม่ต้องกานะ ทำให้วิธีนี้ค่อยค่อยหายไปเพราะรู้แล้วว่ามันไม่ได้ผลอีกทั้งใช้เงินจำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่นหนึ่งเขตเฉลี่ยแล้วจะมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 200,000 คน ถ้าพรรคการเมืองต้องการซื้อ เพื่อให้คะแนนได้ลดหลั่นตามเป้าอาจจะจำเป็นต้องซื้อ 100,000 เสียง ค่าหัวละ 300 บาท ก็ใช้เงิน 30,000,000 เผื่อเหลือเผื่อขาดมากสุดอาจจะเหลือ 50,000 คะแนน

แต่ถ้าพรรคการเมืองมักจะไม่เลือกใช้วิธีนี้เพราะบางครั้งสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุ อีกครั้งเสี่ยงกับพื้นที่ไหนที่กระแสพรรคอื่นดีๆ อาจจะสอบตกได้และเงินที่จ่ายไปก็หายไปเลย แต่ยังไงการซื้อหลายหัวก็ยังเป็นประตูด่านแรกที่เป็นกลยุทธ์ในการเลือกตั้งเรียกว่าเป็นกระสุนเม็ดแรก ก่อนจะเริ่มใช้กลยุทธ์ต่อไป เพราะยังไงต้องมีการตุนคะแนนไว้บ้าง หรือซื้อระดับหัวจ่ายในชุมชน ผ่านเครือข่ายไม่ว่าจะเป็น ท้องที่ ท้องถิ่น อสม แม่บ้าน คนในองค์กรพวกนี้เป็นระดับหัวจ่ายกระสุนนัดแรกจะยิงผ่านถ้าภาษานักเลือกตั้งเค้าเรียกว่า “เปิดท่อ” แล้วค่อยลงไปต่อในระดับเครือข่ายต่อไป

2.2 จากที่เขียนมาข้อ 2.1 การโกงในแบบที่ 2 .ค่อนข้างที่จะซับซ้อนเพราะมันจะเป็นเวอร์ชั่นอัปเกรดจากข้อ 2.1 และใช้ต้นทุนต่ำมาก จากการปูคะแนนซื้อเสียง เพราะผมยกตัวอย่างให้ฟัง เคสนี้อย่างแรกต้องทำ 2.1 ในระดับหัวจ่ายก่อน และอาจจะมีการยิงในระดับแม่ไก่ไปแล้วระดับนึง เพื่อให้มีคะแนนตุนไว้เป็นเชื้อไฟในการทำข้อต่อไป หากคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการเลือกตั้งก็จะงงๆ ว่าทำยังไง ผมจะลองอธิบายจากประสบการณ์ที่ผมเคยสัมผัสมาในการเลือกตั้ง ปี 66 และผู้สมัครพรรคเราในจังหวัดเคยสัมผัสมาแล้ว ในการเลือกตั้ง

วิธีการที่เป็นขั้นอัปเกรดนี้เค้าเรียกวิธีการ “ซื้อหน่วยเลือกตั้ง” เรามักจะได้ยินว่าวิธีการซื้อหน่วยเลือกตั้งแต่บางคนก็จะไม่เข้าใจว่าซื้อยังไง ลองอ่านตามที่ผมเขียนดังต่อไปนี้แล้วค่อยค่อยจินตนาการตามนะครับ ในหน่วยเลือกตั้งหน่วยหนึ่ง หน่วย จะประกอบไปด้วย

1.เจ้าหน้าที่ตำรวจ
2.เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งหรือเราเรียกว่า กปน.
3.กำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่จากกรมการปกครอง

ซึ่งทั้งสามองค์ประกอบนี้จะอยู่ในหน่วยเลือกตั้งเหมือนกัน ปัญหาว่าหากคนจะใช้วิธีนี้ต้องวิ่งล็อบบี้ตั้งแต่ การเลือกเจ้าที่ กปน. หรือ“กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง” เพราะจะแต่งตั้งโดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งในแต่ละเขต ซึ่งแต่งตั้งโดยกกต. มาอีกที

แต่เจ้าหน้าที่ในหน่วยจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขตๆ นั้นจะทำการคัดเลือกในแต่ละพื้นที่มาเป็น กปน. ยกตัวอย่างลำพูนปีนี้ใช้บุคลากรครูเป็นส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยมีปัญหานอกจากบางพื้นที่ที่ดูแล้ว บางทีหาเจ้าหน้าที่มาทำงานในวันเลือกตั้งยาก อาจจะใช้ให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือคนในท้องที่หาคนมาเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หลังจากได้ชื่อบุคคลที่มาทำงานในหน่วยเลือกตั้งแล้วโดยเฉพาะจะเอาหัวหน้าหน่วยมาก่อนแล้วเลือกลูกทีมที่ไปทิศทางเดียวกันหรือเป็นหัวคะแนนเหมือนๆกัน

เมื่อทั้งสามองค์ประกอบทำงานไปทิศทางเดียวกันแล้วทีนี้ก็อยู่ที่ราคาที่ ผู้สมัครจะเลือกช้อปปิ้งแล้วแหละ เพราะอย่างเช่นเจ้าหน้าที่ในหน่วยมีอยู่ 15 คน เขาจ่ายเรย 10,000 , 20,000 , 30,000 แล้วแต่ราคา แต่ล่ะพื้นที่ แล้วเค้าซื้อไปทำไม

เคสที่ 1 ซื้อไปแล้วส่วนใหญ่หน่วยที่ถูกซื้อไปจะอยู่พื้นที่ห่างไกลชุมชนหรือลับหูลับตา มองไม่เห็นมีใครมาดูตอนนับคะแนน หรือมั่นใจแล้วว่าในหมู่บ้านนี้มีแต่พวกตัวเอง

คุณลองจินตนาการภาพดูสิก่อนปิดหีบทำไมถึงมีการเก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน ถ้ากรรมการในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยกาคะแนนด้วยตัวเองล่ะ อันนี้แหละที่สยอง เพราะในหมู่บ้านอาจจะรู้เห็นกันแค่ว่ามีคนที่ขายเสียงไปแล้ว 50 เสียง

นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงเก็บบัตรประชาชนเพราะเอาไปให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยนี้แหละฉีกบัตรและกาคะแนนหย่อนไปในหีบ อันที่สองเมื่อประเมินแล้วว่าคะแนนอันดับที่หนึ่งอันดับที่สองกระแสมาแรงพอๆกัน ถึงเวลาที่เค้าจะทำให้ผู้สมัครที่เค้ารับงานมาได้รับชัยชนะ ด้วยการ “ดึงคะแนนออก”

ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เขตเลือกตั้งหนึ่งเขตจะมีหน่วยเลือกตั้งประมาณ 300 กว่าหน่วย ถ้าเค้าซื้อหน่วยละ 50,000 ซื้สัก 150 หน่วย เป็นเงิน 7,500,000 บาท และสิ่งที่เขาได้เขาได้อะไร ถ้าเค้าสั่งว่าดึงบัตรออก ในหน่วยที่ไม่มีใครไปสังเกต หน่วยละ 50 ถึง 100 คะแนน

ข้อสังเกตง่ายๆกรณีนี้จะไม่มีบัตรเขย่ง หรือ บัตรเกินในพื้นที่ แต่จำนวนบัตรเสียและผู้ไม่ประสงค์ออกนามจะสูงกว่าเขตอื่นๆเป็นพิเศษ

แล้วพอเราเอามาจับส่วนต่างว่าเบอร์สองกับเบอร์หนึ่งแพ้กันเท่าไหร่ถ้าเอาบัตรเสียมารวมเบอร์สองอาจจะชนะตรงนี้เป็นข้อสังเกตเบื้องต้น หรือที่โหดกว่านั้นคือกรรมการในหน่วยเลือกตั้งไม่ละเอียดหาบัตรเสริมใส่ไปเลย หน่วยละ 20 คะแนน 30 คะแนนโดยที่ไม่มีใครเช็คเล่มที่เซ็นชื่อ หรืออาจจะมีการเซ็นชื่อแทนให้กับคนที่ไม่ได้มาเลือกตั้ง เพราะสุดท้ายคนที่ตรวจกันเองก็มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ในหน่วย วิธีนี้กลับได้ผลมากกว่าข้อ 2.1

คุณลองคิดดูถ้า 300 หน่วย เค้าซื้อได้ 150 หน่วย เอาออกหน่วยละ 50 คะแนนหรือตอนขาดคะแนนไปลงผู้ไม่ประสงค์ออกนาม รวมทั้งหมดเฉลี่ยแล้วประมาณ 7,500 คะแนน

ยิ่งการเลือกตั้งรอบนี้นับ 3 กระดานพร้อมกันไม่ว่าจะ ประชามติ ปาร์ตี้ลิสต์ และคะแนนเขต ซึ่งแน่นอนว่าหากดึงอันใดอันหนึ่งออกหรือดึงทั้งสามกระดานถ้าในหน่วยนั้นไม่มีใครมาร่วมสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งก็ง่ายมากที่จะทำ เพราะหน่วยที่ทำมักจะอยู่ลับหูหลับตาคน ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมมีข้อกังขาว่าเจ้าที่หน่วยนับคะแนนไม่ให้ประชาชนได้เห็น มันเป็นวิธีการที่ทำแล้วมันได้ผลใช้เงินน้อย 7,500,000 บาท แลกกับ 7500 คะแนน ตกคะแนนละ 1000 แล้วมียอดที่แน่นอน ที่ทำให้คู่แข่งหายไป

2.3 การตั้งรางวัลหลังจากซื้อหน่วยเลือกตั้งแล้ว เช่นถ้าหน่วยไหนชนะคู่แข่งบวกคะแนนให้หมู่บ้านอีกคะแนนละ 500 , 300 , หรือ 1000 พร้อมเงินรางวัลต่างหาก หน่วยไหนชนะ รับก่อน 30,000 ถ้าชนะ 100 คะแนน คะแนนล่ะ 500 บาท ได้ 50,000 บาท รวม เป็น 80,000 บาท แบ่งกัน 150 คน อิ่ม

2.4 #อัพเดตแก้ไขเพิ่มเติม จากเคสที่เกิดขึ้นที่ชลบุรี ที่น่าสงสัยคือใบที่นับคะแนนที่จะอยู่บนบอร์ดของกกต. ตามหลักแล้วหลังจากนับคะแนนเสร็จจะต้องรวมคะแนนในช่องรวมคะแนนแล้วนำใบนี้กลับไปรวมกันที่ศูนย์ของ กกต. แต่ทำไมเราถึงเห็นใบนี้ถูกนำไปทิ้งถังขยะ

เบื้องต้นสันนิษฐานก่อนเลยว่ามีการเขียนใบนี้ขึ้นมาใหม่เพราะจริงๆแล้วบอร์ดที่นับคะแนนจะต้องรวบรวมไว้ และกกต.ในจังหวัดจะต้องเป็นคนนำไปเก็บหรือทำลายด้วยตัวเอง แต่อันนี้พอมีการนำไปทิ้งถังขยะสันนิษฐานได้เลยว่ามีการเขียนใบนี้ขึ้นมาใหม่ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ก็สอบไปในแนวทางที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

คำถามคือใครเขียน เพราะหลังจากในบอร์ดนี้เขียนเสร็จก็จะมีการนำใบเอกสารซึ่งผมจำไม่ได้ว่ามันชื่อเอกสารว่าอะไรในกระดาษเอสี่ซึ่งสรุปผลการเลือกตั้งทั้งหมด แล้วก็ใบที่จะแปะหน้าหีบซึ่งก็จะตรงกันทั้งหมด ทั้งคะแนนบนบอร์ด คะแนนในใบสรุป แล้วถามว่าใครเขียนบอร์ดนี้ขึ้นมาใหม่ ก็ต้องคนที่อยู่ในศูนย์นับคะแนน

แต่จะกล้าเขียนเหรอ แล้วถ้าที่ชลบุรีถ้าบอกว่าใบนี้นำไปไปทิ้งทำไมไม่ทิ้งทุกใบซึ่งจะต้องมีกระดาษบนบอร์ดอยู่ 300 กว่าใบ อันนี้แหละที่น่าสงสัยว่ามีการแก้คะแนนในบางหน่วย หรืออาจจะเขียนในหน่วยมาเลยก็ได้โดยเฉพาะในหน่วยที่ไม่มีใครไปสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้ง

ที่เขียนมาทั้งหมดเป็นประสบการณ์ที่ผมเคยประสบโดยตรงโดยที่เราไม่รู้ตัวว่าคนโกงการเลือกตั้ง เลือกที่จะใช้ทุกวิถีทาง จากที่เขียนมา ข้อ 1 ,ข้อ 2.1 , ข้อ 2.2 ,ข้อ 2.3 และ 2.4

นักการเมืองที่จะเลือกใช้วิธีการโกงแบบนี้ เอาทุกข้อ เพียงแค่จากข้อหนึ่งอาจจะต้องใช้ต้นทุนสูงและอาจจะถูกเบี้ยวได้ง่ายแต่ก็เป็น

กระสุนนัดแรกอาจจะลดยอดลงมาหน่อยแล้วสุดท้ายไปเลือกใช้วิธีการซื้อหน่วยเลือกตั้งและหาคะแนนในหน่วยเลือกตั้งเอาซึ่งง่ายและยากต่อการตรวจสอบ นอกจากว่ากรรมการในหน่วยเลือกตั้งหน้ามืดจัดถึงขั้นปั๊มบัตรเขย่งลงไปในหน่วยเลือกตั้ง โดยที่ไม่ได้ดูสมุดเซ็นชื่อโดยที่ไม่ได้ดูอะไรเลย เพราะที่ผ่านมาหลังเลือกตั้งเสร็จทุกคนก็ต่างแยกย้าย การตรวจสอบก็ทำได้ยาก จะร้องเรียนทีก็ข้อระเบียบข้อในการร้องเรียนต้องร้องเรียนขนาดนับบ้างอะไรบ้าง

เป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไขในหน่วยงานองค์กรอิสระเพื่อการเลือกตั้งทำไมไม่มีการทำเรื่องให้ง่ายต่อการตรวจสอบเพราะสุดท้ายแล้วใครจะได้คะแนนไปตัวเองก็มีส่วนได้เสีย ในทางกลับกันเคพีไอของ กกต. ก็กลับแปลก ข้อหามีเรื่องร้องเรียนกับการประเมินอาจจะถูกลดคะแนนลงไปแต่ถ้าไม่มีเรื่องร้องเรียนเท่ากับว่าไม่มีการโกงเลือกตั้ง ผมเคยคุยกับเจ้าหน้าที่กกต. หลายหลายคน เค้าก็บอกว่าองค์กรเค้าเนี่ย น่าจะต้องปฏิรูปโดยด่วนแล้วแหละ

พี่เขียนมาทั้งหมดอยากให้วันข้างหน้าประชาชนได้ตื่นตัวและช่วยการจับตาดูการเลือกตั้ง บางครั้งผู้สมัครของพรรคประชาชนเสียเปรียบเงินทอง ก็ไม่มีทุนก็ไม่มีจะจ้างคนไปเฝ้าหน่วยเลือกตั้ง ก็ใช้ทุนมหาศาลทุกครั้ง เราถึงพยามหาอาสาเฝ้าหน่วย และการเฝ้าหน่วยมันสำคัญเช่นนี้แหละโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล

ที่เขียนมาเป็นวิธีการที่ผมรับรู้และเคยประสบผ่านมาโดยตรงหากใครจะหาวิธีแฮ็กการตรงนี้ด้วยการตรวจสอบใดๆ คงต้องช่วยกันหาแนวทางป้องกัน

ไม่แปลกใจหรอกครับบางครั้งเจ้าหน้าที่ในหน่วยไม่ให้ถ่ายวิดีโอ ไม่ให้นู่นนี่นั่นโดยที่อาศัยช่องว่างที่เราอาจจะรู้ทันกฏหมาย อ่านข้อกฎหมายสารพัด บางครั้งนักเลงใส่ วันที่นับคะแนนผมเลือกที่จะไปหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ไกลที่สุด ที่ตำบลก้อ อำเภอลี้ แล้วผมก็อยู่อำเภอลี้ แต่ช่วงบ่ายตะเวนดูตามหน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่ห่างไกลรอบนี้ไปบางหน่วย ก็ยอมรับว่าเห็นอาการเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบางคนมีอาการอย่างเห็นได้ชัด ตกใจที่เจอนายก เพราะตอนแรกที่แต่งตัวไปเค้าไม่รู้ว่าเป็นใครแต่งตัวธรรมดาชิลล์ชิลล์ไป แต่สุดท้ายพอรู้ก็ได้รับการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ไม่ได้มีเหตุอะไรที่น่าสงสัย

ฝันดีราตรีสวัสดิ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกเฮง รีวิว กลโกงเลือกตั้ง เขาทำกันยังไง ตั้งแต่ยิงรายหัวถึงขั้นซื้อหน่วย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...