โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สว.67 เดินหน้าเลือก กกต. ใหม่ 2 ตำแหน่ง เตรียมเลือกผู้ตรวจการ-ตรวจเงินแผ่นดินอีก 2 ตำแหน่ง

iLaw

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 09.06 น. • iLaw

บรรยากาศหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พร้อมการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความข้องใจจากประชาชนต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากความผิดปกติตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้งที่ทาง กกต. เปิดให้ลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ไปจนถึงความผิดปกติในวันเลือกตั้งที่ประชาชนต่างพบความผิดปกตินับตั้งแต่เดินเข้าคูหาไปจนถึงช่วงการนับคะแนน และหลังจากปิดหีบเลือกตั้งแล้ว ก็ยังพบความผิดปกติอย่างต่อเนื่องทั้งกรณีที่เว็บไซต์รายงานผลคะแนนการเลือกตั้งของ กกต. รายงานผลล่าช้าผิดปกติ ไปจนถึงกรณี “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้งซึ่งอาจสามารถระบุได้ว่าใครเลือกพรรคใด

อำนาจตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆ ทั้งหมดเกี่ยวกับการเลือกตั้งล้วนต้องผ่านการพิจารณาจาก บอร์ด กกต. 7 คน โดยที่ 3 จาก 7 คน ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภาชุด 2567 หรือ สว. ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สว.สีน้ำเงิน” จากกรณีพบความสัมพันธ์ สว. กลุ่มใหญ่กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งยังมีคดีการโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา ชุดปี 2567 (คดีโกงเลือก สว.) ที่ค้างอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 และ กกต. ชุดนี้เองยังมีอำนาจหน้าที่ในการ “วินิจฉัยชี้ขาด” คดีโกงเลือก สว. ในขั้นตอนสุดท้ายอีกด้วย ซึ่งในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชุม สว. จะต้องให้ความเห็นชอบ กกต. เพิ่มอีก 2 ตำแหน่งแทน เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และ ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ ซึ่งครบวาระไปในวันที่ 4 ธันวาคม 2568

เท่ากับว่าหาก สว. เห็นชอบ ผู้สมัครทั้ง 2 ตำแหน่ง กกต. 5 จาก 7 คนที่มีที่มาจาก สว.สีน้ำเงิน เข้ามารับไม้ต่อคดีโกงเลือกสว.

คดีโกงเลือก สว. ในมือ กกต. (สีน้ำเงิน?)

คดีโกงเลือก สว. ที่มี สว. อย่างน้อย 136 จาก 200 คน รวมสส. กรรมการบริหาร และเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยเช่น อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เนวิน ชิดชอบ อดีตแกนนำพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งหมด 221 คนถูกกล่าวหาในคดีโกงเลือก สว.67 ด้วย หลังจากการลงความเห็นของเลขาธิการ กกต. สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ก็ได้ส่งไม้ผลัดต่อให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ ที่ต้องพิจารณาสำนวนและจัดทำความเห็นเสนอต่อที่ประชุม กกต. เพื่อพิจารณาให้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าจะส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหลายต่อศาลฎีกาหรือไม่

ส่องประวัติ 2 แคนดิเดต กกต. สายสีน้ำเงิน พบรับตำแหน่งสำคัญช่วงพรรคภูมิใจไทยนั่งกระทรวงใหญ่

ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชุม สว. มีวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมด 2 คน ประกอบด้วย มณฑล สุดประเสริฐ และ จิรุตม์ วิศาลจิตร โดยจะมีการลงมติ “เป็นการลับ”

“มณฑล-จิรุตม์” บิ๊กมหาดไทย-คมนาคม คุมเมกะโปรเจกต์ EEC ยุค ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’

สำหรับ มณฑล สุดประเสริฐ ขณะสมัครเป็น กกต. มีอายุ 66 ปี เป็นอดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองและอดีตอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เคยเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 52 มีประวัติการทำงานในกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด จากใบสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. ระบุว่ามีประวัติการทำงานดังนี้

  • ผู้บริหารโครงการก่อสร้างวังทวีวัฒนา ระหว่างปี 2547-2548

  • ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน ระหว่างปี 2551-2552

  • ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนและพัฒนาตามผังเมือง ระหว่างปี 2552-2553

  • รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ระหว่างปี 2553-2555

  • รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปี 2555

  • อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ระหว่างปี 2555-2562

  • อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหว่างปี 2562-2563

  • อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ระหว่าง มิถุนายน 2563-กันยายน 2563

มณฑลได้เข้ารับตำแหน่งรองอธิบดีกรมโยธาธิการฯ ในช่วงที่ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย) และมี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นประธานคณะที่ปรึกษา ไทยโพสต์รายงานว่า มณฑล สุดประเสริฐ อยู่ในตำแหน่งอธิบดีติดต่อกัน 7 ปี ตั้งแต่ปี 2555-2563 โดยไม่เคยถูกเด้งหรือถูกโยกย้าย ตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อเนื่องถึงยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกทั้งในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พรรคภูมิใจไทยดูแลกระทรวงมหาดไทยก็ได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมโยธาฯ ก่อนจะขึ้นเป็นอธิบดีกรมโยธาฯ ในเวลาต่อมา

หนึ่งในเมกะโปรเจกต์ภายใต้การดูแลของกรมโยธาฯ ในช่วงที่มณฑลดำรงตำแหน่งอธิบดีระหว่างปี 2555-2562 คือการจัดทำผังเมืองรวมในเขตพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) คลอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ซึ่งเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมให้กลายเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม โดยไม่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและประชากรในพื้นที่อย่างมหาศาล ทั้งเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล การพบกากแคดเมียมกว่า 7,000 ตัน ซุกโกดังที่ชลบุรี รวมไปถึงการปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งน้ำและพบโรงงานปล่อยมลพิษสู่อากาศเกินค่ามาตรฐาน

เมื่อย้อนไปถึงการให้สัมภาษณ์ของมณฑลในระหว่างที่เข้ารับการสรรหา มณฑลเคยระบุไว้ตอนหนึ่งในการแสดงวิสัยทัศน์ว่ากรรมการ กกต. จะต้องมีความกล้าหาญในการเผชิญกับผู้มีอิทธิพลทางการเมือง โดยเฉพาะต่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตในการเลือกตั้ง และยังระบุว่า กกต. จะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด มีความเที่ยงธรรม และทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ เพราะ กกต. ได้รับการโปรดเกล้าจากพระมหากษัตริย์ก่อนเข้าทำงาน

ทั้งนี้ มณฑล สมัครกกต. เป็นครั้งที่ 2 หลังเคยสมัครเข้ารับการสรรหาเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 แต่ไม่ผ่านการคัดเลือก เมื่อมีการรับสมัคร กกต. อีกรอบ จึงมาสมัครและผ่านเข้ารอบจนมาถึงขั้นสุดท้าย

ในด้านของ จิรุตม์ วิศาลจิตร ขณะสมัครเป็นกกต. มีอายุ 60 ปี เขาเป็นอดีตอธิบดีกรมเจ้าท่าและกรมขนส่งทางบก อดีตประธานบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เคยเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 56 มีประวัติการทำงานภายใต้กระทรวงคมนาคมมาโดยตลอด จากใบสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. ระบุว่ามีประวัติการทำงานดังนี้

  • รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก ระหว่างปี 2556-2559

  • ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ระหว่างปี 2559-2560

  • อธิบดีกรมเจ้าท่า ระหว่างปี 2560-2561

  • ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ระหว่าง ตุลาคม 2561-เมษายน 2562

  • รองปลัดกระทรวงคมนาคม ระหว่าง เมษายน 2562-กันยายน 2562

  • อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระหว่างปี 2562-2568

  • ประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระหว่างปี 2562-2569

  • กรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ระหว่างปี 2563-2566

  • กรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างปี 2567-2569

จิรุตม์ได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมการขนส่งทางบกในช่วงที่ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รมว.คมนาคม) ไทยโพสต์รายงานว่า ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นผู้ผลักดันให้จิรุตม์ขยับออกจากรองปลัดกระทรวงคมนาคม ไปเป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและผลักดันให้รับตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการบริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือประธานบอร์ด รฟท. อีกด้วย และกล่าวขานกันว่า จิรุตม์ เป็น “บิ๊กคมนาคม” ที่ศักดิ์สยาม แกนนำพรรคภูมิใจไทยไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่งในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็น รมว.คมนาคม

หนึ่งในผลงานสำคัญในช่วงที่จิรุตม์ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและประธานกรรมการ รฟท. คือการดำเนินโครงการเมกะโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) โครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มูลค่า 224,544 ล้านบาท ซึ่งได้มีการลงนามในสัญญาลงทุนระหว่างบริษัท เอเชีย เอรา วัน โดยมีเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ร่วมกับ รฟท. ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 อย่างไรก็ดี จนถึงปี 2569 ผ่านมาแล้วกว่า 6 ปี 5 รัฐบาลนับตั้งแต่มีการลงนามสัญญาลงทุน โครงการรถไฟความเร็วสูงดังกล่าวก็ยังไม่มี%20%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%20%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%20(%E0%B8%A3.%E0%B8%9F.%E0%B8%97.)%20%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%202562.)การเริ่มดำเนินการก่อสร้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้พบว่า สราวุธ ทรงศิวิไล อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางราง, อธิบดีกรมทางหลวง, และประธานคณะกรรมการและกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจากการเห็นชอบจาก สว. ไปเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ก็มีรูปแบบประวัติการเข้ารับตำแหน่งในกรมใหญ่ของกระทรวงคมนาคมคล้ายกับจิรุตม์ คือเข้ารับการดำรงตำแหน่งสำคัญในช่วงคาบเกี่ยวการบริหารงานกระทรวงคมนาคมของอดีตรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบจากพรรคภูมิใจไทย และเข้ารับตำแหน่งในช่วงเวลาเดียวกันกับที่จิรุตม์เข้ารับดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและประธานกรรมการ รฟท. โดยที่ทั้งสองคนมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล วางแผน และกำหนดมาตรฐานโครงการรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว

และยังพบว่าจิรุตม์เคยเข้ารับการคัดสรรในตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมในปี 2563 พร้อมกับ สราวุธ ทรงศิวิไล แต่ถอนตัวในนาทีสุดท้าย ไม่ได้ยื่นหนังสือแสดงวิสัยทัศน์เพื่อเข้ารับการพิจารณาในครั้งนั้น เช่นเดียวกับสราวุธ

เมื่อย้อนไปถึงการให้สัมภาษณ์ของจิรุตม์ในระหว่างที่เข้ารับการสรรหา จิรุตม์เคยระบุว่าการควบคุมให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใสปราศจากการทุจริตอาจจะไม่ได้ผล 100% จึงจำเป็นต้องพัฒนาอีก 2 ส่วน คือต้องพัฒนาให้พรรคการเมืองเข้มแข็งและมีความเป็นสถาบันมากยิ่งขึ้น อีกส่วนคือต้องผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (Voter) มีองค์ความรู้หรืออุดมคติ โดยจิรุตม์ใช้คำว่า “การเลือกตั้งที่จะมีคุณภาพได้ voter ต้องมีคุณภาพ

โดยสรุปแล้ว แคนดิเดตว่าที่ กกต. ทั้งสองคนมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมีจุดเปลี่ยนสำคัญร่วมกันคือช่วงเวลาที่พรรคภูมิใจไทยเข้ามากำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะในช่วงที่ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งเป็น รมว.คมนาคม ในปี 2562

ที่ประชุม สว. เตรียมตั้ง กมธ.สอบประวัติฯ คตง.-ผู้ตรวจการแผ่นดินใหม่ 2 ตำแหน่ง

นอกเหนือการให้ความเห็นชอบผู้สมัคร กกต. 2 คนแล้ว ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชุมวุฒิสภายังมีวาระในการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม (กมธ.สอบประวัติฯ) ของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) 1 ตำแหน่ง คือ ยุทธนา สาโยชนกร แทน สรรเสริญ พลเจียก กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ และผู้ตรวจการแผ่นดิน 1 ตำแหน่ง คือ สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ แทน สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่มีอายุครบ 70 ปีไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568

ยุทธนา สาโยชนกร อายุ 59 ปี อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เคยเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 63 จากใบสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น คตง. ระบุว่ามีประวัติการทำงานดังนี้

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายงบประมาณ ระหว่างปี 2559-2561

  • ผู้อำนวยการกองประเมินผล 1 ระหว่างปี 2561-2562

  • ผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 2 ระหว่างปี 2562-2563

  • ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ ระหว่างปี 2563-2564

  • รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ระหว่างปี 2564-2569

  • กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ระหว่างปี 2566-2568

  • กรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม ระหว่างปี 2566-2569

  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ระหว่างปี 2566-2569

  • กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างปี 2568-2569

สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ อายุ 64 ปี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดนนทบุรี เคยเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 56 จากใบสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่ามีประวัติการทำงานดังนี้

  • ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ระหว่างปี 2558-2559

  • ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างปี 2559-2562

  • ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ระหว่างปี 2562-2565

โดยในขั้นตอนการสรรหาผู้สมัครที่แต่ละคนจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้าคณะกรรมการสรรหาก่อนที่คณะกรรมการสรรหาจะลงมติว่าเห็นชอบเสนอชื่อผู้สมัครคนใดต่อที่ประชุมวุฒิสภา สุจินต์ได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้าคณะกรรมการสรรหาฯ ว่าสาเหตุที่มาสมัครเนื่องจากลักษณะงานในฐานะผู้ว่าฯ มีความเกี่ยวข้องกับงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องความเดือดร้อน การร้องทุกข์ โดยได้มีการนำเสนอผลงานที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น

  • การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในจังหวัดอยุธยาฯ ด้วยโครงการเหลื่อมเวลาหรือโครงการชะลอการปล่อยน้ำให้ท่วมในพื้นที่การเกษตร

  • การแก้ไขปัญหาเรื่องการจัดสรรที่ดินในจังหวัดนนทบุรี เพื่อขยายถนนจาก 8 เมตรเป็น 9 เมตร หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากจากปัญหาการจอดรถ

  • การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในจังหวัดนนทบุรี เป็นต้น

ในช่วงการสัมภาษณ์หลังจากแสดงวิสัยทัศน์ อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธารกรรมการสรรหา ได้ถามคำถามแก่สุจินต์เกี่ยวกับประเด็นการแก้ปัญหาเรื่อง “ลิงลพบุรี” ว่ามีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร โดยสุจินต์ได้ตอบคำถามว่า ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องแก้ระเบียบให้หน่วยงานในท้องถิ่นสามารถเข้ามาดำเนินการและดูแลปัญหานี้ได้

ซึ่งในขั้นตอนต่อไป หลังตั้งกมธ.สอบประวัติฯ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อดังกล่าว จะต้องดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ตั้ง กมธ. เมื่อดำเนินการเสร็จให้เสนอรายงานต่อประธานวุฒิสภา เพื่อนำไปสู่การลงคะแนนให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งของที่ประชุม สว. ต่อไป

“สีน้ำเงิน” ผงาดคุมเกมการเมืองเบ็ดเสร็จ

แม้เสียงคัดค้านจาก สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ที่ขอให้วุฒิสภาชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ในระหว่างที่คดีโกงเลือก สว. ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสว.สีน้ำเงินและพรรคการเมืองสีน้ำเงินยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกกต. แต่มีการคาดหมายกันว่าวุฒิสภาเสียงข้างมากจะลงมติ "เห็นชอบ" ให้ทั้ง จิรุตม์ วิศาลจิตร และ มณฑล สุดประเสริฐ เข้าไปเป็น 2 กกต. คนใหม่ ทำให้ กกต. จำนวน 5 ใน 7 คน มีที่มาจาก สว.สีน้ำเงิน ที่จะมีอำนาจชี้ขาดคดีโกงเลือกตั้ง สว. ที่มีผู้ถูกกล่าวหาคือ สว. เสียงข้างมากและเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย เป็นที่กังวลว่าคดีโกงเลือกสว. ที่อยู่ในมือ กกต. จะมีการดำเนินการไปอย่างเที่ยงธรรมหรือไม่ และทวีความน่ากังวลขึ้นหลังจัดการตั้งรัฐบาลที่การเมืองขั้วอาจ ‘สีน้ำเงิน’ คุมเกมทางการเมืองเบ็ดเสร็จตั้งแต่อำนาจฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ไปจนถึงองค์กรอิสระหลัง สว.67 ให้ความเห็นชอบศาลรัฐธรรมนูญ-องค์กรอิสระไปแล้ว 16 ตำแหน่ง และจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...