"สมชัย" เผยกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เข้าข่ายโมฆะคล้ายปี 49
"สมชัย" เผยกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เข้าข่ายโมฆะคล้ายปี 49 การเลือกตั้งเป็นความลับ ชี้ปัจจุบันมีผู้ร้องหลายหน่วยงาน มองการเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อติดขัดมากมาย กกต.จัดการไม่ดีเท่าที่ควร
วันที่ 15 ก.พ. 69 รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่อาจเข้าข่ายข้อกฎหมายในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เหมือนปี 2549 และปี 2557 ว่า หากเทียบเคียงกันก็น่าจะเป็นของปี 2519 ซึ่งก็คือการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับแต่ของปี 57 จะเป็นอีกกรณีหนึ่งคือการเลือกตั้งไม่ได้จัดพร้อมกันในวันเดียวกัน ซึ่งกรณี QR Code บนบัตรเลือกตั้งนั้นถือว่าเป็นเรื่องเสี่ยงที่จะนำไปสู่การร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ใช้คำว่าเสียงค่อนข้างมาก
แต่กรณีที่ตอออกมายืนยันว่า QR Code ก็อยู่กันคนละส่วนกับต้นขั้วบัตรเลือกตั้งนั้นสามารถใช้เป็นหลักฐานในการสู้ในชั้นศาลได้หรือไม่หากมีผู้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญจริง ตนก็บอกว่าสามารถพิสูจน์กันได้ที่ชั้นศาล ส่วนถักผู้ร้องนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ร้องว่าร้องในประเด็นอะไรซึ่งถ้าหากร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเนื่องจากการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญในเป็นประเด็นที่ว่าการเลือกตั้งเป็นความลับก็จะต้องยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อเสนอไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยใช้อำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน
แต่ถ้าหากร้อง ว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทำผิดกฎหมายซึ่งจะเข้าสู่คดีของศาลอาญาทุจริตและประพฤติผิดมิชอบ ซึ่งเป็นเรื่องของคดีอาญาแต่ถ้าให้ระงับยับยั้งการกระทำของกกต. เช่นระงับการประกาศผลการเลือกตั้งหรือการดำเนินการดูแลเอกสารก็ต้องร้องที่ศาลปกครอง ซึ่งตอนนี้มีคนร้องอยู่หลายช่องทาง
อ.สมชัย ยังกล้าอีกว่าในยุคการเลือกตั้งของตนนั้นบัตรเลือกตั้งไม่มี QR Code และบิดมาตรการรักษาความปลอดภัยในการป้องกันการปลอมแปลงบัตรโดยวิธีการอื่น
ส่วนหากศาลสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะขึ้นมานั้น กกต. จะเข้าข่ายได้รับความผิดด้วยหรือไม่ ตน มองว่าหากสั่งให้เป็นโมฆะจริงก็ต้องเป็นประเด็นการร้องเพื่อที่จะดำเนินคดีอาญากกต. และ ให้รับผิดทางละเมิดเพื่อชดใช้ค่าเสียหายซึ่งกระทรวงการคลังจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบหาผู้รับผิด ทางละเมิดว่าเรื่องราวดังกล่าวใครเป็นคนทำให้รัฐต้องเสียหาย ส่วนจะเข้าข่ายคล้ายกับกรณีของพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกกต. หรือไม่ ตนมองว่ามันเป็นคนละกรณีกันเพราะในกรณีนี้เป็นการเลือกตั้งเป็นโมฆะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบในเรื่องของผู้รับรับผิดทางละเมิดแต่ท้ายที่สุดก็จบลงด้วยการกระทำโดยประมาท
เมื่อถามว่าหากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะนั้น การเลือกตั้งใหม่จะต้องอย่างน้อยกี่วัน อ.สมชัย กล่าวว่าก็จะคล้ายคลึงกับการเลือกตั้งหลังการยุบสภาก็คือ ไม่เกิน60 วันและไม่ต่ำกว่า 45 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่ทำให้ กกต. สามารถดำเนินการต่างๆได้ทัน โดยต้องมีการของบงบประมาณขึ้นมาใหม่แต่คงอยู่ไม่ถึง 8,000,000,000 เพราะเป็นเพียงการเลือกตั้งสส.เพียงอย่างเดียวไม่รวมการทำประชามติเพราะบัตรที่มีปัญหาคือบัตรการเลือกตั้ง สส.
ส่วนการประเมินการเลือกตั้งครั้งนี้ตนมองว่ามันไม่เรียบร้อยเท่าที่ควรเพราะในแง่ของการจัดการของกกต.นั้น มีหลายเรื่องที่เห็นว่ามีข้อติดขัดทั้งไม่สะดวกทั้งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นไปอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายตามระเบียบ ซึ่งอันนี้เป็นปัญหาอยู่ที่การจัดการของกกต.ว่าการจัดการไม่ดีเท่าที่ควร