โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินเฟ้อ ไทย ก.พ. 69 ติดลบ 0.88% คาดมี.ค.เพิ่มขึ้น สงครามดันราคาน้ำมันพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 5 มีนาคม 2569 เวลา 19.36 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภาวะ เงินเฟ้อ ไทย ก.พ. 69 ติดลบ 0.88% พาณิชย์จับตา มี.ค.แนวโน้มพลิกกลับมาสูงขึ้นจากผลพวงสงครามตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันโลกและค่าระวางเรือพุ่ง หากน้ำมันแตะ 120 ดอลลาร์ เงินเฟ้ออาจทะลุ 3%

5 มี.ค. 2569 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 99.67 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.55 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 0.88 % (YoY)

โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ซึ่งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตามการเพิ่มเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และค่ากระแสไฟฟ้าปรับลดลงตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐประกอบกับราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด

ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมกราคม 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยติดลบ 0.66% (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 5 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดใน กลุ่มอาเซียน 10 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย สปป.ลาว)

แนวโน้มเงินเฟ้อไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ - อิสราเอล และอิหร่านโดยคาดการณ์เงินเฟ้อด้วยความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันดิบและอาหารสำเร็จรูป (มีน้ำหนัก 16 % ในตะกร้าเงินเฟ้อ) รวมทั้งผลกระทบเพิ่มเติมจากค่าครองชีพอื่นๆ ที่สูงขึ้น (ผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม) จากกรณีศึกษาผลกระทบของสงครามยูเครน-รัสเซียในปี 2565 ที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ที่ 97 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรลและเงินเฟ้อไทยอยู่ที่ 6.08 % ในขณะนั้น

สมมติฐานด้านราคาน้ำมันที่อาจจจะกระทบเงินเฟ้อ

  • กรณีราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดการณ์เงินเฟ้อจะอยู่ในช่วง 1 - 2 % หากราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 10% ใน 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ
  • กรณี ราคาน้ำมันขยับขึ้นไปแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดการณ์เงินเฟ้อจะสูงขึ้นเป็น 2 - 3 % หากราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 10% ใน 20% ของพื้นที่ทั่วประเทศ
  • กรณีราคาน้ำมันพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดการณ์เงินเฟ้อจะ สูงกว่า 3 % หากราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 10% ใน 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง0.88 % (YoY) ในเดือนนี้ มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้

  • หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.59% (YoY) จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง) ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว ครีมนวดผม ลิปสติก แชมพู กระดาษชำระ โฟมล้างหน้า แป้งผัดหน้า) สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยารีดผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน) ค่าน้ำประปา และเสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษ สตรี และเด็ก เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษ)
  • ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าบริการขนขยะ และรถจักรยานยนต์หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.26% (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น) น้ำดื่มบริสุทธิ์ เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต) ปลาและสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลาช่อน ปลาทูนึ่ง) ข้าวสารเจ้า ผักสด (พริกสด มะเขือ มะละกอดิบ ผักชี ผักคะน้า ใบกะเพรา) และผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม)

อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ผลไม้สด (ทุเรียน กล้วยน้ำว้า แตงโม ฝรั่ง มะพร้าวอ่อน องุ่น ชมพู่) เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียวไข่ไก่ กระเทียม และหัวหอมแดง

“อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 0.56% (YoY) ชะลอตัวลงจากเดือนมกราคม 2569 ที่สูงขึ้น 0.60% (YoY)"

ขณะที่ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2569 ลดลง 0.24% (MoM) ตามการลดลงของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 0.73% (MoM) จากสินค้าสำคัญที่ราคาปรับลดลง โดยเฉพาะผักสด (พริกสด ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือเทศ) เนื้อสุกร และไข่ไก่ เนื่องจากปริมาณผลผลิตในตลาดมากกว่าความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงอาหารโทรสั่ง ( Delivery) น้ำมันพืช ซอสหอยนางรม และข้าวสารเหนียว

เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น อาทิ ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน องุ่น แก้วมังกร) ข้าวสารเจ้า กาแฟผงสำเร็จรูป และไก่ย่าง

ขณะที่หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นเล็กน้อยที่ 0.08% (MoM) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิวโฟมล้างหน้า แชมพู น้ำยาระงับกลิ่นกาย น้ำยาบ้วนปาก) และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (น้ำยาล้างจาน น้ำยารีดผ้า น้ำยาถูพื้น) เนื่องจากสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าที่ราคาปรับลดลง อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารเครื่องบิน (ต่างประเทศ) และของใช้ส่วนบุคคลบางชนิด (ลิปสติก สบู่ถูตัว ครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า (คลีนซิ่ง))

“ แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม ปี 2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการร่วมปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ - อิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้ความไม่สงบและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเงินเฟ้อในเดือนมีนาคมอาจจะสูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อทั้งปีจะมีการปรับคาดการณ์หรือไม่ขอดูในไตรมาส 1 ก่อน”

โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นในระยะต่อไป ได้แก่

( 1) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น

( 2) ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่คาดว่าอุณหภูมิจะสูงกว่าปีก่อนหน้า

(3) ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 และ ( 4) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่

( 1) ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม - เมษายน 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย

( 2) การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง

และ ( 3) ราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่อยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า จากอุปทานส่วนเกินและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า

“กระทรวงพาณิชย์ ออกแนวทางเฝ้าระวังในช่วงราคาสินค้าในช่วงนี้ โดยจะการบริหารจัดการราคาสินค้าและป้องกันการฉวยโอกาส จัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง สนับสนุนผู้ส่งออกและบริหารจัดการโลจิสติกส์ ประสานงานร่วมกับผู้ให้บริการขนส่งทางเรือและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และปรับบทบาทเชิงรุกของทูตพาณิชย์ และมีการวิเคราะห์ผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพราคา”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...