“สีหศักดิ์” ปัดข่าวสหรัฐใช้อู่ตะเภาฐานทัพ ย้ำไทยยืนข้างสันติภาพ
ไทยปฏิเสธข่าวสหรัฐขอใช้อู่ตะเภาเป็นฐานทัพ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าสหรัฐอเมริกาจะขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร โดยยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยในประเด็นดังกล่าวกับฝ่ายสหรัฐ
การหารือระหว่างไทยกับสหรัฐเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นการพูดคุยในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การติดตามสถานการณ์การเจรจาทางการค้า และความคืบหน้าการหารือเรื่องภาษี ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการเจรจาในหลายประเด็นกับฝ่ายสหรัฐ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ความร่วมมือด้านการใช้สนามบินของไทยในลักษณะการบินผ่านหรือเติมเชื้อเพลิง เป็นความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ดำเนินการตามปกติกับหลายประเทศ แต่การใช้สนามบินเพื่อเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศที่ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่อยู่ในนโยบายของรัฐบาลไทย
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยไม่ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด
เร่งประสานอพยพคนไทยจากอิหร่าน
นายสีหศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน รัฐบาลไทยได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อเตรียมแผนอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง
ปัจจุบันมีคนไทยอยู่ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ประมาณ 200 คน โดยมีแผนจะอพยพผ่านเส้นทางทางบกจากกรุงเตหะรานไปยังชายแดนประเทศตุรกี อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถเปิดเผยกำหนดวันและเวลาการเดินทางได้
เพื่อความปลอดภัยของผู้เดินทาง ไทยได้ประสานงานกับทางการอิหร่าน รวมถึงแจ้งข้อมูลเส้นทางการเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เพื่อให้รับทราบรายละเอียดเส้นทาง วันเดินทาง และจุดผ่านแดนที่จะใช้เดินทางจากเตหะรานไปยังตุรกี
การประสานงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เส้นทางอพยพเป็นเส้นทางมนุษยธรรมที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงพื้นที่การสู้รบ
ย้ำจุดยืนไทยต้องการเห็นสันติภาพ
กรณีที่เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยให้ความเห็นว่าอยากเห็นไทยมีบทบาทเป็นตัวกลางด้านสันติภาพนั้น นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดยืนชัดเจนต่อสถานการณ์ดังกล่าว
แนวทางของไทยประกอบด้วย 4 หลักการสำคัญ ได้แก่
ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนไทยเป็นอันดับแรก
ไทยไม่ได้เป็นคู่กรณีในความขัดแย้ง
สนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาทางการทูต ไม่ใช่การใช้กำลังทางทหาร
ยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า จุดยืนดังกล่าวเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นายกฯ หารือรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- รมว.พลังงาน ยืนยันน้ำมันไม่ขาดแคลน อัปเดตตัวเลขไทยมีสำรองใช้ได้ถึง 95 วัน
- สงครามอิหร่านลุกลามนอกตะวันออกกลาง หลังเรือดำน้ำสหรัฐฯ จมเรือรบอิหร่าน ใกล้ศรีลังกา
- พณ. ย้ำ "ปุ๋ยยูเรีย" มีเพียงพอ สั่งตรวจเข้มห้ามร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา
- สงครามตะวันออกกลาง! รัฐบาลรอประเมินความปลอดภัยก่อนอพยพคนไทย