โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้ก่อนรวยก่อน! สร้างรายได้ประจำ ด้วยการลงทุนหุ้นปันผล

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 เม.ย. 2567 เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2567 เวลา 00.33 น. • The Bangkok Insight

รู้ก่อนรวยก่อน! สร้างรายได้ประจำ ด้วยการลงทุนหุ้นปันผล ลงทุนถูกต้อง ถูกตัว ถือไปเรื่อย ๆ จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นคง

การลงทุนหุ้นปันผล เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่มั่นคงและมีรายได้สม่ำเสมอในระยะยาว โดยนักลงทุน จะเลือกลงทุนในบริษัทที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอและมีผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง หากเลือกลงทุนหุ้นปันผลได้ถูกตัวและก็ถือไปเรื่อย ๆ จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นคง

ลงทุนหุ้นปันผล

หุ้นที่ปันผลสม่ำเสมอสามารถสร้างรายได้ประจำได้ จึงเป็นหุ้นที่นิยมในวงกว้างของนักลงทุนที่มุ่งหวังการลงทุนในบริษัท ที่สามารถจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอในอัตราที่เติบโต ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของกิจการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยนักลงทุนจะมองหาหุ้นที่จ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่องทุก ๆ ปี อีกทั้ง ยังเป็นหุ้นที่ลงทุนแล้วสบายใจในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องขายหุ้นออก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง

หมายความว่า หุ้นปันผลจะสร้างรายรับได้โดยไม่ต้องคอยจับจังหวะในการซื้อขายหุ้นตลอดเวลา ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้จากปันผลแม้จะอยู่ในช่วงตลาดขาลงหากบริษัทมีศักยภาพในการกำไร สะท้อนให้เห็นว่าเป็นหุ้นที่มีความผันผวนน้อยกว่าหุ้นที่ไม่จ่ายเงินปันผล ดังนั้น นักลงทุนจึงเต็มใจที่จะเก็บหุ้นไว้ในช่วงตลาดเป็นขาลงหรือภาวะเศรษฐกิจซบเซา เพราะถึงแม้ราคาหุ้นจะมีโอกาสปรับลดลงแต่ก็ยังได้ผลตอบแทนจากเงินปันผล

สำหรับหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เหมาะสมกับนักลงทุนประเภทไหน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า เหมาะกับนักลงทุนระยะยาว เนื่องจากหุ้นที่พื้นฐานธุรกิจดีมีอนาคตเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงควรมีช่วงระยะเวลาเพียงพอที่จะรอให้กิจการเติบโต และรอเก็บผลตอบแทนจากเงินปันผลในอนาคต อีกทั้ง ยังเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการสภาพคล่อง เพราะเงินปันผลที่นักลงทุนได้รับจะช่วยสร้างสภาพคล่องระหว่างการถือครองหุ้นของนักลงทุนอีกด้วย หากต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอเป็นเงินสดทุก ๆ ปี ในรูปของ Passive Income

ลงทุนหุ้นปันผล

สำหรับหุ้นปันผลที่ดี อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ควรมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • เต็มใจจ่ายปันผล โดยหุ้นที่มีความพร้อมจ่ายเงินปันผล พิจารณาจากความมั่นคงของผลการดำเนินงาน ผลกำไร โดยศึกษาข้อมูลในอดีตย้อนหลัง (5 – 10 ปี) หุ้นที่เต็มใจจ่ายเงินปันผลจะต้องมีผลการดำเนินงานเติบโตสม่ำเสมอ สังเกตได้ว่า หุ้นที่เต็มใจจ่ายเงินปันผลจะไม่เป็นธุรกิจที่มีผลกำไรขึ้น ๆ ลง ๆ เช่น ปีที่แล้วกำไรดี ปีนี้ขาดทุน ปีหน้ากำไรเล็กน้อย ปีถัดไปกลับขาดทุน เป็นต้น

  • ดำเนินธุรกิจที่ผันผวนต่ำ หุ้นปันผลที่ดีสม่ำเสมอมักจะอยู่ในธุรกิจที่มีแรงต้านทานต่อความผันผวนของเศรษฐกิจ หมายความว่า ช่วงเศรษฐกิจซบเซาสามารถสร้างยอดขาย และมีผลกำไรที่น่าประทับใจ เพราะหากธุรกิจที่มีความผันผวนย่อมทำให้ผลการดำเนินงานผันผวนตามไปด้วย

  • ผลการดำเนินงานสามารถคาดการณ์ได้ หุ้นปันผลที่ดีควรคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการในอนาคตได้ เพราะหากรายได้ลดลงย่อมมีผลกระทบต่อกระแสเงินสดและการจ่ายเงินปันผล วิธีการ คือ นำตัวเลขประมาณการกำไรต่อหุ้นคูณนโยบายการจ่ายปันผล ซึ่งสามารถประมาณการจ่ายเงินปันผลคร่าว ๆ ได้ โดยอาจจะใช้หลักเกณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจจ่ายเงินปันผลเข้ามาประกอบด้วย ทั้งนโยบายการจ่ายเงินปันผล ซึ่งสามารถประเมินการจ่ายเงินปันผลจากตัวเลขรายได้และกำไร รวมถึงความสามารถในการจ่ายเงินปันผล เพราะมีบางบริษัท พยายามจ่ายเงินปันผลโดยการกู้เงินหรือขายสินทรัพย์บางอย่าง ซึ่งไม่มีความสามารถจ่ายปันผลที่ยั่งยืน

  • ประวัติจ่ายเงินปันผลดี พิจารณาจากประวัติการจ่ายเงินปันผลย้อนกลับไปในช่วงเศรษฐกิจดีและเศรษฐกิจซบเซา รวมถึงช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ เพื่อให้ครอบคลุมวัฏจักรธุรกิจทั้งรุ่งเรืองและตกต่ำ โดยเฉพาะช่วงตกต่ำว่าบริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลได้หรือไม่ เพื่อประเมินศักยภาพและแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลของหุ้นได้ในระดับหนึ่ง

  • ฐานะการเงินแข็งแกร่ง บริษัทที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอจะต้องมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งและเพียงพอที่จะนำมาจ่ายปันผล โดยพิจารณาจากโครงสร้างหนี้ว่า มีหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) สูงเกินไปหรือไม่ และโครงสร้างหนี้ควรเป็นหนี้สินระยะยาว เพราะหากมีหนี้สินระยะสั้นสูง อาจจะมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลลดลง

  • กระแสเงินสดเป็นบวก พิจารณากระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีความแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยพิจารณาย้อนหลัง 5-10 ปี ครอบคลุมทั้งวัฏจักรเศรษฐกิจขาขึ้นและขาลง ซึ่งกระแสเงินสดเป็นตัวบ่งชี้ว่า มีความสามารถจ่ายปันผลหรือไม่ หากบริษัทมีแนวโน้มการดำเนินธุรกิจที่ดีและกระแสเงินสดเป็นบวกได้ต่อเนื่อง มีนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ก็มั่นใจได้ว่าในอนาคตยังคงจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องได้

  • อัตราการจ่ายปันผลสูง การพิจารณาอัตราการจ่ายปันผล (Dividend Payout Ratio) เป็นอัตราส่วนที่พิจารณาได้ว่า หุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นปันผลหรือไม่ โดยปกติอัตราการจ่ายปันผลจะคำนวณจากเงินปันผลต่อหุ้นเปรียบเทียบกับอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น โดยบริษัทที่เป็นหุ้นปันผลจะมีอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ในระดับ 70 – 80% หรือบางบริษัทอาจสูงถึง 90-100% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรูปแบบธุรกิจที่มักอยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตถึงระดับอิ่มตัว และค่อนข้างมีเสถียรภาพ จึงไม่ต้องการใช้เงินลงทุนมากนัก ดังนั้น ผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจจึงมีแนวโน้มนำมาจ่ายเงินปันผลในระดับสูงได้

  • ค่าเบต้า (Beta) ต่ำ เป็นค่าที่ใช้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นเทียบกับการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้น หรือเรียกในเชิงสถิติ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นกับดัชนีหุ้น โดยให้ดูที่ค่าเบต้า หากเป็นหุ้นปันผลมักจะมีค่าเบต้าต่ำ ทั้งนี้ หากตลาดหุ้นอยู่ในช่วงผันผวนเพราะมีความเสี่ยง ไม่มีความไม่แน่นอนหรือไร้ทิศทางชัดเจน ควรเลือกหุ้นที่ค่าเบต้าต่ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน และหุ้นที่มีค่าเบต้าต่ำมักให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลระดับสูง เพราะผลตอบแทนจากเงินปันผลจะสามารถเป็นกันชนที่ช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้น

  • สภาพคล่องอยู่ในเกณฑ์ดี หุ้นปันผลที่ดีควรมีสภาพคล่องในการซื้อขายด้วย ดังนั้น หุ้นปันผลที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่พอสมควรจะมีความน่าสนใจ และหากหุ้นปันผลที่มีมาร์เก็ตแคปไม่มาก ควรเลือกหุ้นที่มี Free Float สูง ๆ

  • อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงกว่าเงินเฟ้อ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ควรสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และผลตอบแทนหุ้นกู้ที่มีเรทติ้งระดับสูง เพราะการลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงกว่า ดังนั้น ผลตอบแทนเงินปันผลควรสูงตามไปด้วย

ลงทุนหุ้นปันผล

อย่างไรก็ตาม อาภาภรณ์ บอกว่า การตัดสินใจเลือกหุ้นปันผลอาจไม่ได้ง่าย เพราะมีหลายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายและรับเงินปันผล ดังนั้น นักลงทุนจึงควรศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับหุ้นปันผลจากข้อมูลพื้นฐาน ดังนี้

1. เงินปันผลต่อหุ้น (Dividend Per Share : DPS) เป็นเงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับต่อหุ้นในแต่ละปี โดยมาจากเงินปันผลจ่ายหารจำนวนหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในงวดนั้น ๆ โดยเงินปันผลต่อหุ้นจะนำไปคำนวณเพื่อหาอัตราผลตอบแทนจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อไป อย่างไรก็ตาม หากบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลเป็นกรณีพิเศษก็ต้องหักเงินปันผลดังกล่าวออกก่อน จึงจะเห็นเงินปันผลปกติ

เงินปันผลต่อหุ้น = เงินปันผล/จำนวนหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในงวดนั้น ๆ

กรณีมีการจ่ายเงินปันผลพิเศษ

เงินปันผลต่อหุ้น = (เงินปันผล – เงินปันผลพิเศษ)/จำนวนหุ้น

ตัวอย่าง หุ้น ABC จ่ายเงินปันผลประจำปี 2566 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2 ล้านบาท โดยมีจำนวนหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลทั้งสิ้น 1 ล้านหุ้น อย่างไรก็ตาม ช่วงกลางปีได้จ่ายเงินปันผลเป็นกรณีพิเศษ 5 แสนบาท ดังนั้น เงินปันผลต่อหุ้น

เงินปันผลต่อหุ้น = (2,000,000 – 500,000)/1,000,000

ดังนั้น เงินปันผลต่อหุ้นเท่ากับ 1.50 บาทต่อหุ้น

2. กำไรต่อหุ้น (EPS) สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารมีความสามารถในการบริหารแล้วสร้างผลกำไรได้เป็นอย่างไร โดยพิจารณาว่า ผู้บริหารทำงานดีแค่ไหน อาจพิจารณาจากการบริหารยอดขาย ประสิทธิภาพต้นทุน ขณะเดียวกันเมื่อบริหารแล้ว ผลกำไรที่ทำได้จะจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นสม่ำเสมอมากน้อยแค่ไหน พูดง่าย ๆ นอกจากผู้บริหารจะต้องมีประสิทธิภาพแล้วก็ต้องไม่ทิ้งผู้ถือหุ้นด้วย

กำไรต่อหุ้น = กำไรสุทธิรอบ 12 เดือนล่าสุด/ส่วนของผู้ถือหุ้น

3. อัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) คือ สัดส่วนเงินปันผล (DPS) หารกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) แสดงถึงว่ามีนโยบายจ่ายเงินปันผลระดับใด เช่น ปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 1 บาทต่อหุ้น และจ่ายเงินปันผลจำนวน 60 ล้านบาท คิดเป็น 0.60 บาทต่อหุ้น หมายความว่า มีนโยบายจ่ายเงินปันผลปี 2566 ที่ระดับ 60%

อัตราการจ่ายเงินปันผล = (สัดส่วนเงินปันผลต่อหุ้น/กำไรสุทธิต่อหุ้น) x 100

อัตราการจ่ายเงินปันผลเป็นอัตราส่วนที่บอกว่าบริษัทมีเงินจำนวนเท่าใดและจะแบ่งจ่ายกลับไปให้ผู้ถือหุ้นในรูปเงินปันผลมากน้อยแค่ไหน

4. อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) คำนวณจากมูลค่าปันผลต่อหุ้นเทียบกับราคาหุ้น หากหุ้นตัวใดมีอัตราดังกล่าว “สูง” หมายความว่าให้ผลตอบแทนเงินปันผล "สูง" (สามารถเปรียบเทียบกับหุ้นในธุรกิจเดียวกัน) ซึ่งอัตราผลตอบแทนดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น ยิ่งหุ้นให้อัตราผลตอบแทนสูง จะได้รับความนิยมจากนักลงทุนสูงเช่นเดียวกัน

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล = (เงินปันผลต่อหุ้นต่อปี/ราคาหุ้น) x 100

ตัวอย่าง หุ้น YYY จ่ายเงินปันผล 3 บาท วันที่คำนวณ (1 มกราคม 2566) ราคาปิด 40 บาท ผลลัพธ์มีอัตราปันผลตอบแทน 7.5% ขณะที่หุ้น ZZZ จ่ายเงินปันผล 3 บาท วันที่คำนวณ (1 มกราคม 2566) ราคาปิด 60 บาท ผลลัพธ์มีอัตราปันผลตอบแทน 5%

สังเกตว่า ถึงแม้หุ้นทั้งสองจะมีเงินปันผลเท่ากัน (3 บาทต่อหุ้น) แต่หุ้น YYY มีอัตราปันผลตอบแทนสูงกว่าหุ้น ZZZ เพราะมีราคาหุ้นต่ำกว่า หมายความว่า หากลงทุนซื้อหุ้น YYY ได้ในราคา 40 บาท และจ่ายเงินปันผล 3 บาทต่อหุ้นเท่าเดิม จะได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 7.5% ต่อปี

5. การคาดการณ์เงินปันผล คือ ประมาณการเงินปันผลต่อหุ้นในอนาคต ซึ่งต้องมีประมาณการกำไรต่อหุ้นและนโยบายการจ่ายเงินปันผล รวมทั้งพิจารณาอัตราการจ่ายปันผลที่จ่ายในงวดล่าสุดประกอบด้วย จากนั้นประเมินว่าในปีข้างหน้า บริษัทจะจ่ายปันผลมากน้อยแค่ไหน

ตัวอย่าง ปัจจุบันหุ้น XYZ ซื้อขายที่ราคา 10 บาท โดยจ่ายเงินปันผลไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 25 สตางค์ และนักลงทุนประเมินว่าทุกไตรมาส บริษัทจะจ่ายเงินปันผลเท่ากัน หมายความว่า ปี 2566 จะจ่ายเงินปันผลทั้งสิ้น 1 บาท หมายความว่า มีการประเมินอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประจำปี 2566 เท่ากับ 10%

ลงทุนหุ้นปันผล

การพิจารณาลงทุนหุ้นปันผล อาภาภรณ์อธิบายว่า นอกจากจะวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานแล้ว ควรให้ความสำคัญกับจังหวะเวลา (Timing) ในการลงทุนด้วย โดยช่วงตลาดขาขึ้น (Bull Market) หุ้นปันผลมักจะให้อัตราผลตอบแทนในการลงทุนที่ต่ำกว่าตลาด (Underperform Market) เมื่อพิจารณาอัตราส่วนต่างกำไรจากราคาหุ้นบวกอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล

สำหรับช่วงที่ตลาดแกว่งตัวแคบ ๆ (Sideways) หรือมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน หุ้นปันผลจะได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูง ช่วยหนุนราคาหุ้นเอาไว้ ทำให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนโดยรวมสูงกว่าตลาด (Outperform Market) ได้

ทั้งนี้ ต้องวิเคราะห์ให้ถ่องแท้ว่าหุ้นนั้น ๆ ยังสามารถจ่ายปันผลสูงได้ในช่วงที่ตลาดขาดปัจจัยบวกทางด้านพื้นฐานเข้ามากระตุ้นหรือไม่ หากมีแนวโน้มว่าจะจ่ายไม่ได้หรือจ่ายได้แต่น้อยลงมาก ราคาหุ้น (ที่เคยเป็นหุ้นปันผลดีในอดีต) ก็มีโอกาสที่จะลดลงมากกว่าตลาด (Underperform Market)

ที่มา : www.setinvestnow.com ฐิติเมธ โภคชัย ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...