โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สาวอินโดฯ โวย มาทริปฮันนีมูนกับสามีในไทย แต่สามีติด ตม.สุดท้ายคดีพลิก!

WeR NEWS

เผยแพร่ 29 ก.พ. 2567 เวลา 01.38 น.

จากกรณีมีนักท่องเที่ยวสาวชาวอินโดนีเซีย ได้โพสต์คลิปลงติ๊กต็อก @Herjastipbkk เผยว่า เมื่อช่วงเดือน ม.ค. 67 ตนและสามี ได้เดินทางมาฉลองฮันนีมูนที่ประเทศไทย ตนผ่าน ตม.ได้ แต่สามีติด ตม.เนื่องจากไม่มีเงินติดตัว ซึ่งตนได้พยายามกด ATM แสดงเงินแก่เจ้าหน้าที่ แต่ก็ยังส่งสามีตนกลับ เป็นเหตุให้ตนต้องยกเลิกทริป และเดินทางกลับไปพร้อมสามี นั้น

ล่าสุด วันที่ 29 ก.พ. 67 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผบก.ตม.2 และโฆษก สตม.เปิดเผยว่า ทาง บก.ตม.2 ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอินโดโพสต์ข้างต้น และพบว่า ผู้โพสต์เป็นชาวอินโดนีเซีย ชื่อ น.ส.ฟาลิดา (นามสมมติ)ได้เดินทางเข้าไทย ทางสนามบินดอนเมือง เที่ยวบินที่ FD395 จากเมืองจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 67 โดยปรากฏภาพในวงจรปิดว่า หญิงดังกล่าวเดินทางเพียงคนเดียว ไม่มีสามีมาด้วยตามที่กล่าวอ้าง และได้รับอนุญาตเข้าไทย

โดยเดินทางออกจากไทย เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 67 ทางสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นเวลาที่พักในไทยกว่า 13 วัน ไม่ได้เดินทางออกทันทีตามที่พูดในคลิปแต่อย่างใด นอกจากนี้ ขยายผลพบว่า น.ส.ฟาลิดา เข้าออกไทยบ่อยครั้ง โดยมีอาชีพขายของออนไลน์ จึงเชื่อว่า น.ส.ฟาลิดา ตั้งใจกุเรื่องขึ้นเพื่อสร้างคอนเทนต์เท่านั้น

ทั้งนี้ พล.ต.ต.เชิงรณ ได้เชิญทางผู้แทนสถานทูตอินโดนีเซียในไทยมาร่วมรับฟังคำชี้แจง เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีนางเดวี เลสตารี อัครราชทูตที่ปรึกษา หัวหน้าฝ่ายพิธีการทูตและกงสุล อินโดนีเซีย และคณะมาร่วมประชุม และได้รับเกียรติจาก นายนิธิ สีแพร รองผู้ว่าด้านการสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมประชุมด้วย เนื่องจากเรื่องนี้กระทบต่อนโยบายเปิดฟรีวีซ่า และการกระตุ้นการท่องเที่ยวของทางรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง

พล.ต.ต.เชิงรณ กล่าวว่า ตม.ไทย มีการจัดลำดับในการตรวจสอบกลุ่มท่องเที่ยวที่อาจแฝงตัวเข้ามาลักลอบทำงาน โดยดูแผนการท่องเที่ยว การจองที่พักเป็นหลัก ส่วนเงินติดตัวเป็นประเด็นประกอบเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้บัตรเครดิต และระบบ E-payment จำนวนมากแล้ว

ดังนั้น การกล่าวอ้างเรื่องการมีเงินติดตัวไม่พอแล้วจะถูกปฏิเสธการเข้าเมือง จึงไม่ตรงตามข้อเท็จจริง และคนต่างชาติที่ถูกปฏิเสธเข้าเมืองส่วนใหญ่ ไม่สามารถแสดง แผนการท่องเที่ยว ไม่มีการจองที่พัก รวมถึงบางรายใช้หลักฐานการจองที่พักปลอม เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ตม.ด้วย

ซึ่งพบว่า คนอินโดนีเซียจำนวนมากถูกหลอกให้บินเข้าไทย เพื่อผ่านแดนไปประเทศเพื่อนบ้านเข้าไปเป็นคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเข้าข่ายเสี่ยงค้ามนุษย์ และที่ผ่านมาทางสถานทูตอินโดนีเซีย ยังเคยมีหนังสือขอบคุณ ตม.สนามบินดอนเมือง ที่ช่วยคัดกรองชาวอินโดนีเซียให้ด้วยซ้ำ ย้ำว่า ตม.ไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเสมอ

หลังจากนี้ ททท.จะนำเรียน รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...