“ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ” ชี้ BOE กำลังเผชิญสถานการณ์ที่ยากที่สุด หลังราคาพลังงานพุ่งสูง
"ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ" ผู้เตือนช็อกราคาพลังงานกำลังกดเศรษฐกิจและดันเงินเฟ้อฝังลึก หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น แม้เศรษฐกิจเริ่มชะลอ
วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 22.15 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Andrew Bailey ผู้ว่าการ ธนาคารกลางอังกฤษ ระบุว่า ธนาคารกลางกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากที่สุดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ หลังสหราชอาณาจักรต้องรับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น
Bailey ให้สัมภาษณ์ว่า แนวโน้มราคาพลังงานยังมีความไม่แน่นอนสูง และหากแรงกดดันนี้ยืดเยื้อ อาจทำให้เงินเฟ้อฝังลึกในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ
เขาอธิบายว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นช็อกด้านอุปทานเชิงลบ (negative supply shock) ซึ่งไม่เพียงทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินยากขึ้นอย่างมาก
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของ BOE มีมติ 8 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Bank Rate) ไว้ที่ 3.75% โดยมีเพียง Huw Pill ที่ลงคะแนนเสียงให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
อย่างไรก็ตาม Bailey ส่งสัญญาณเชิงเข้มงวด (hawkish) โดยเตือนว่า หากแรงกดดันด้านราคาพลังงานเริ่มส่งผ่านและฝังตัวในระบบเศรษฐกิจ ธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องปรับนโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
เขาย้ำว่า การนำอัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% เป็นเรื่อง“สำคัญอย่างยิ่ง” และธนาคารจะติดตามผลกระทบของราคาพลังงานต่อเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และการจ้างงานอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลล่าสุดในเดือนมีนาคมชี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเป็น 3.3% จาก 3% ในเดือนก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
BOE ยังเตือนว่า เงินเฟ้อมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นอีกในช่วงปลายปี เนื่องจากผลกระทบของต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และแสดงความกังวลต่อผลกระทบระลอกสอง เช่น การเรียกร้องขึ้นค่าจ้างของแรงงาน ซึ่งอาจยิ่งทำให้เงินเฟ้อเร่งตัว
ก่อนหน้านี้ ตลาดคาดว่า BOE จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 แต่หลังจากเกิดวิกฤตราคาพลังงาน แนวโน้มดังกล่าวได้เปลี่ยนไป โดยนักลงทุนเริ่มมองว่ามีโอกาสที่ธนาคารกลางจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้
อ้างอิง : cnbc.com