โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MPJ ชูธงตั้งการ์ดสูง ปั้นโลจิสติกส์เขียว

ทันหุ้น

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#MPJ #ทันหุ้น – MPJ ตั้งการ์ดสูงรับแรงกระแทกภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง งัดกลยุทธ์ Fuel Surcharge บริหารต้นทุนพลังงาน ประคองมาร์จิ้น พร้อมชี้ผลกระทบค่าระวางจำกัด หนุนผลงาน Q1/69 โตต่อ ใส่เกียร์ลุยทดสอบรถหัวลาก EV รับเกมพลังงานสะอาดเต็มสูบ

นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณบวก ล่าสุดอิสราเอลกับเลบานอนอีกหนึ่งสมรภูมิที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับสงครามกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน แต่สถานการณ์ความไม่ชัดเจนของการเจรจาสหรัฐและอิหร่านรอบ 2 ที่ยังไม่ถูกกำหนดวัน ทำให้สถานการณ์โดยรวมยังคงอยู่ในภาวะที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากการเจรจาหยุดยิงชั่วคราว ส่งผลให้บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารจัดการต้นทุน ผ่านกลยุทธ์ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่ผู้ให้บริการขนส่งเรียกเก็บจากลูกค้า นอกเหนือจากค่าบริการพื้นฐาน เพื่อชดเชยความผันผวนของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบต่อผลการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริหารต้นทุน

ทั้งนี้ด้วยโครงสร้างสัญญาดังกล่าว ทำให้บริษัทสามารถลดผลกระทบท่ามกลางสถานการณ์พลังงานที่พุ่งสูงขึ้น รวมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยความผันผวนของค่าระวางเรือในเส้นทางตะวันออกกลางที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทมองว่าผลกระทบครั้งนี้ยังคงอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากสัดส่วนการค้าของตะวันออกกลางกับไทยมีไม่สูงมาก ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เข้าออกกระทบน้อย ผลักดันให้ผลดำเนินการไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ถึงแม้สภาวะตลาดจะมีความผันผวน

ขณะเดียวกันนอกจากใช้กลยุทธ์Fuel Surcharge เพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงานแล้ว MPJ ได้เดินหน้าสร้างสมดุลทางธุรกิจด้านความยั่งยืนควบคู่กันไป โดยได้เริ่มนำรถหัวลากไฟฟ้า (EV) มาใช้ทดสอบในการให้บริการขนส่งจริงตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญ ทั้งด้านประสิทธิภาพการขับเคลื่อนและอัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน รวมถึงเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับรถหัวลากน้ำมันแบบเดิม เพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ปรับตัวธุรกิจ

“การปรับตัวอย่างรวดเร็วของ MPJ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจรและผู้เชี่ยวชาญด้านลานตู้คอนเทนเนอร์ ที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและดูแลสิ่งแวดล้อม โดยการเปลี่ยนผ่านสู่รถหัวลาก EV คาดว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและโครงสร้างพื้นฐาน แต่สถานการณ์น้ำมันที่ผันผวนจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเร็วขึ้น และเป็นโอกาสให้ MPJ ยกระดับการขนส่งสู่ความยั่งยืน” นายจีระศักดิ์กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...