ชาวนาอยุธยา ชี้ยังไม่กระทบภัยแล้งหนัก แต่เจอวิกฤติราคาข้าวตกต่ำ สวนทางต้นทุนพุ่ง วอนรัฐช่วยเหลือ
นายฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย นายกอบต.มารวิชัย อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแกนนำชาวนา เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอเสนา และ อำเภอผักไห่ ว่าขณะนี้พี่น้องชาวนายังไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เนื่องจากเพิ่งมีการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังเสร็จสิ้นไป ประกอบกับมีการทำข้อตกลงร่วมกับหน่วยงานชลประทาน ให้ปิดประตูระบายน้ำในจุดสำคัญเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ ส่งผลให้ระดับน้ำตามคลองต่าง ๆ ยังมีเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกในฤดูถัดไป
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักที่ชาวนากำลังเผชิญในขณะนี้กลับเป็นเรื่องของ “ราคาข้าวตกต่ำ” ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันสำหรับสูบน้ำเข้านา เพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวในช่วงรอเก็บเกี่ยว ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงเกือบ 6,000 บาทต่อไร่ ขณะที่ราคาข้าวอยู่ในระดับใกล้เคียงกันที่ประมาณ 6,000 บาทต่อตัน
ตนได้รับเสียงบ่นจากชาวนาที่เก็บเกี่ยวนาปรังที่ผ่านมา ว่าทางรัฐบานไม่เหลียวแลชาวนา ปล่อยให้ได้รับผลกระทบจาก ปุ๋ยแพง น้ำมันแพง ยาแพง แถมค่าใช้จ่ายในครัวเรือนก็แพง “จนต้องบอกว่าพอแล้ว พอแล้ว มากกว่าจะบอกว่ารวยไม่ไหวแล้ว” นายฐิติวัฒน์ กล่าว พร้อมระบุว่า ราคาข้าวมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และอาจต่ำกว่า 6,000 บาทในเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ ยังไม่มีมาตรการจากภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ชาวนาจำเป็นต้องเร่งขายข้าวทันทีหลังการเก็บเกี่ยว ไม่สามารถรอความช่วยเหลือได้ พร้อมตั้งคำถามว่า จะต้องรอให้ข้าวหมดจากแปลงนา หรือหมดจากมือชาวนาก่อนหรือไม่ จึงจะมีมาตรการเข้ามาแก้ไขปัญหา หรือจะรอให้อดตาย หรือไม่ต้องเปลี่ยนอาชีพจากชาวนาไปทำอย่างอื่น