มิจฉาชีพอ้างสนิทนายกเทศบาล หลอกขาย “ดีเซลทิพย์” เชิดเงินเจ้าของรถบัสหนี!
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. จากกรณี "เพจข่าวนนทบุรี" ได้รับแจ้งจาก น.ส.วริยา จันทร์ทาพูน อายุ 38 ปี เจ้าของธุรกิจรถบัสนำเที่ยว ว่า ถูกมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นพนักงานเทศบาลเมืองบางบัวทอง หลอกขายน้ำมันดีเซล 600 ลิตร ราคา 18,000 บาท หลังจากนั้นได้ออกอุบายให้ไปจ่ายเงินหน้าเทศบาลบางบัวทอง และเชิดเงินหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา แจ้งความไว้ที่ สภ.บางบัวทอง
ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณเทศบาลเมืองบางบัวทอง เวลา 12.40 น. วันที่ 20 มี.ค. 69 จับภาพชายสูงวัย อายุประมาณ 55-60 ปี ผมสั้น สวมเสื้อโปโลสีดำ ใส่กางเกงขายาวสีดำ สวมแมสก์สีฟ้าปิดบังใบหน้า ใส่รองเท้าผ้าใบ ทำทีให้ผู้เสียหายยืนรอด้านนอกอาคารก่อนที่มิจฉาชีพจะเดินเข้าไปด้านใน และออกมาเอาเงินสดจากผู้เสียหาย จำนวน 15,000 บาท (ตามที่ตกลงซื้อน้ำมันดีเซล จำนวน 500 ลิตร) ออกอุบายให้ผู้เสียหายเข้าไปนั่งรอด้านใน จากนั้นมิจฉาชีพได้เดินออกประตูด้านหลังเทศบาลเมืองบางบัวทอง และข้ามถนนเพื่อไปขึ้นแท็กซี่คันสีส้มหลบหนีออกไป
ความคืบหน้าวันนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งผู้เสียหายได้เช่าจอดรถบัส พบ น.ส.วริยา จันทร์ทาพูน อายุ 38 ปี เจ้าของธุรกิจรถบัสนำเที่ยว ผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 11.30 น. มีชายสูงวัย อายุประมาณ 55-60 ปี แต่งตัวดี พูดจาดี ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เดินข้ามถนนมาที่จุดจอดรถบัสของตนภายในปั๊ม บอกว่ามีน้ำมันดีเซล จำนวน 600 ลิตร มาขายในราคาลิตรละ 30 บาท (รวม 18,000 บาท) อ้างว่าสนิทกับนายกเทศมนตรีเมืองบางบัวทองและฝากน้ำมันมาขาย โดยใส่น้ำมันไว้หลังรถที่เทศบาล ตนสนใจจึงตกลงซื้อแค่ 500 ลิตร ราคา 15,000 บาท เท่านั้น เพราะรถบัสของตนใส่น้ำมันได้แค่ 400 ลิตร ส่วนที่เหลือจะขอใส่แกลลอนติดรถบัสไว้ยามฉุกเฉิน
จากนั้นมิจฉาชีพจึงขึ้นรถของตนและให้ขับรถพาไปที่เทศบาลเมืองบางบัวทอง โดยให้ตนรออยู่ด้านนอกอาคาร มิจฉาชีพทำทีเดินเข้าไปด้านในเทศบาลก่อนออกมาขอรับเงินสดอ้างว่าจ่ายตรงได้เลย เดี๋ยวนำน้ำมันมาให้ ตนจึงจ่ายเงินสด จำนวน 15,000 บาท โดยมิจฉาชีพให้ตนเข้าไปนั่งรอที่โซฟาภายในเทศบาล ซึ่งตอนนั้นไม่ทันคิดว่าจะโดนมิจฉาชีพหลอก หลังจากนั่งรอผ่านไปซักระยะ ตนรู้สึกเอะใจจึงเดินไปดูทางด้านหลังพบว่ามีประตูเปิดเข้า-ออกได้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาลและเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าชายคนดังกล่าวไม่ได้เป็นพนักงานเทศบาลตามที่กล่าวอ้าง และได้พาตนไปดูกล้องวงจรปิดเพื่อนำไปแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง
ตนกับครอบครัวทำธุรกิจรถบัสนำเที่ยวมีเพียงแค่ 1 คัน เติมน้ำมัน 1 ครั้ง จำนวน 400 ลิตร ประมาณ 9,000-10,000 บาท ซึ่งภายใน 1 เดือน วิ่งรถบัสนำเที่ยวประมาณ 4-5 งาน ใช้น้ำมันต่อเดือนประมาณ 2,000 ลิตร ตนรู้สึกตกใจมาก เพราะลูกค้าเพิ่งโอนมัดจำมาเพื่อให้เติมน้ำมันและสามีตนจะต้องนำรถบัสไปรับลูกค้าที่ จ.สตูล หลังเจอเหตุการณ์นี้ ตนรู้สึกแย่ ไม่คิดว่าคนร้ายจะมาหากินช่วงที่น้ำมันขาดแคลนและจำกัดการเติม ตนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้มาก ทั้งสถานการณ์น้ำมันในปัจจุบันที่บางปั๊มเติมได้แค่ 1,000 บาท และสามีตนต้องตระเวนหาปั๊มเพื่อเติมน้ำมันให้ครบก่อนวิ่งงาน
อยากฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยเร่งแก้ปัญหาน้ำมัน เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก และอยากฝากถึงมิจฉาชีพไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับคนอื่่น คนหาเช้ากินค่ำ แค่นี้ก็ได้รับผลกระทบมากสุดแล้ว งานก็น้อย น้ำมันก็แพงแถมขาดแคลนอีกด้วย