โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เอาความมั่นใจจากไหน "ซาอุฯ" พร้อมเปิดฐานทัพอากาศ "คิง ฟาฮัด" ให้สหรัฐฯใช้ตั้งฐานกำลังการบิน เลี่ยงวิถีการยิงขีปนาวุธอิหร่าน

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 13.01 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. เวลา 12.59 น. • TOP NEWS

มิดเดิลอีสต์ อาย สื่อออนไลน์ที่เกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง อ้างการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและตะวันตกหลายคน ว่า สหรัฐฯจำเป็นต้องขยายการเข้าถึงและการอนุญาตบินผ่านน่านฟ้า ของประเทศในภูมิภาค หลังจากที่การโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในอ่าวเปอร์เซียโดยอิหร่าน ทวีความรุนแรงขึ้น และซาอุดีอาระเบียได้ตกลงที่จะเปิดฐานทัพอากาศ คิง ฟาฮัด ในเมืองทาอิฟ ทางตะวันตกของประเทศให้กับสหรัฐฯแล้ว

ฐานทัพแห่งนี้มีความสำคัญ เพราะอยู่ไกลจากภัยคุกคามของโดรน ชาเฮด และขีปนาวุธของอิหร่าน มากกว่าฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน ซึ่งตกเป็นเป้าโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมือง ทาอิฟ อยู่ใกล้กับนครเจดดาห์ ท่าเรือทะเลแดง ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญนับตั้งแต่ที่อิหร่านเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯทั้งในปัจจุบันและอดีต เปิดเผยกับสื่อสำนักนี้ว่า หากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมพร้อมทำสงครามยืดเยื้อกับอิหร่าน เมืองเจดดาห์อาจมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนกองกำลังของสหรัฐฯที่ถูกส่งเข้าไปเสริม เจ้าหน้าที่ตะวันตกในอ่าวเปอร์เซียอ้างว่า ทัศนคติในริยาด เปลี่ยนไปสู่การสนับสนุนสงครามของสหรัฐฯ เพื่อ “ลงโทษ”ที่อิหร่านโจมตีเพื่อนบ้าน รายงานระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย โทรศัพท์พูดคุยกันเป็นประจำในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อต้นเดือนนี้ นายเอลบริดจ์ โคลบี เจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังได้สนทนาทางโทรศัพท์กับ เจ้าชาย คาลิด บิน ซัลมาน รัฐมนตรีกลาโหมของซาอุดีอาระเบียด้วย ด้าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ไม่ได้มีท่าทีกดดันให้สหรัฐฯ ยุติสงครามในเร็ววัน รายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า ในการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อต้นเดือนนี้ ชีค อับดุลลาห์ บิน ไซเอ็ด รัฐมนตรีต่างประเทศยูเออี ได้แจ้งกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า ยูเออีพร้อมรับมือกับสงครามที่อาจกินเวลานานถึง 9 เดือน ก่อนเกิดสงคราม ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และกาตาร์ พยายามล็อบบี้ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ให้โจมตีอิหร่าน และยืนยันว่าจะไม่ให้สหรัฐฯใช้เป็นฐานโจมตี แต่ประเทศในอ่าวเปอร์เซียกลับได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน และกำลังพิจารณาสงครามครั้งนี้ด้วยมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ขณะที่สงครามยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ประเทศอ่าวเปอร์เซียกำลังรักษาสมดุล ระหว่างการยับยั้งอิหร่านกับการหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามอย่างลึกซึ้ง ซาอุดีอาระเบียและยูเออี ซึ่งวางตัวเป็นกลางในตอนแรกได้เปลี่ยนท่าที หลังจากถูกโจมตี ในขณะที่โอมานยังคงบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ย / หลายประเทศเกรงว่า การเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตี อาจทำให้ความขัดแย้งบานปลายมากขึ้น แต่การโจมตีของอิหร่านนั้นก็ถือว่า เป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างโจ่งแจ้ง และทำให้ภูมิภาคนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และจำเป็นต้องดำเนินการภายใต้หลักการป้องกันตนเองอับดุลอาซิซ อัลกาเชียน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของซาอุดีอาระเบียและนักวิจัยอาวุโสประจำเวทีระหว่างประเทศอ่าวเปอร์เซีย (Gulf International Forum) กล่าวว่า ซาอุฯและราชอาณาจักรอื่นๆในอ่าวเปอร์เซีย กำลังเผชิญกับ “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก” การยุติสงครามเป็นทางเลือกที่ต้องการมากกว่า แต่ต่อให้สงครามยุติลงในวันพรุ่งนี้ อำนาจการเพิ่มความตึงเครียดของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียจะยังคงอยู่ต่อไป จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องปรามบางอย่างหลังสงครามด้วย ขณะเดียวกัน ซาอุฯตระหนักดีว่า การมีส่วนร่วมปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน อาจเป็นการเปิดปัญหาใหม่ๆที่ยุ่งยากซับซ้อนกว่าเดิม นอกจากนี้ แม้สหรัฐฯอ้างว่ากองทัพอิหร่านอ่อนแอลงอย่างมาก แต่อิหร่านยังสามารถโจมตีฐานทัพสหรัฐฯได้อย่างแม่นยำ และการตอบโต้ด้วยการโจมตีสินทรัพย์ด้านพลังงานของประเทศอ่าวเปอร์เซีย หลังจากอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาธ์พาร์สของอิหร่านในสัปดาห์นี้ แสดงให้เห็นว่าศูนย์บัญชาการและการควบคุมของอิหร่านยังคงอยู่ การกระทำใดๆเพื่อป้องปรามแม้แต่ในเชิงสัญลักษณ์ จะยิ่งเป็นการเชื้อเชิญให้เกิดการตอบโต้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...