เริ่ดเลยล่ะ “ไลฟ์สด” ให้คนหยุดดู อินไซต์สูตรขายของ 4 แบรนด์ดัง จาก TikTok Shop Awards 2026
ในยุคที่อีคอมเมิร์ซกำลังเปลี่ยนผ่าน จากการ “ค้นหา” สินค้า ไปสู่การ “ค้นพบ” สินค้าผ่านคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ และคอมมูนิตี้ พฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้บริโภคก็เปลี่ยนตามไปด้วย โดยเฉพาะการขายผ่าน “Live” ที่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นความต้องการแบบเรียลไทม์
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ มีการคาดการณ์ว่า Creator Economy ของไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 172,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 เติบโตประมาณ 1.55 เท่า จากปัจจุบัน และกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
และด้วยมูลค่าตลาดที่สูงขนาดนี้ แต่ละแบรนด์ก็ออกมาสร้างตัวตนขายสินค้าผ่าน “Live” ด้วยกลยุทธ์ที่ต่างกันออกไป แล้วในมุมธุรกิจ ต้องทำยังไงล่ะ? ให้คนยังหยุดดูไลฟ์ขายสินค้าของเรา
TODAY Bizview ได้เข้าร่วม TikTok Shop Awards 2026 ในเซสชั่น ติดอาวุธแบรนด์และครีเอเตอร์ไทย ปั้นยอดขายให้ปังในยุค Discovery Commerce มีแบรนด์ไทยที่ร่วมเสวนา ดร.วาสนา อินทะแสง (เมย์ วาสนา) Founder BioActive+ , รักวรินทร์ ธิติพัชระเวทย์ (กิ๊ก) Chief Executive Officer (CEO) Yerpall Thailand , อชิรวัตติ์ อินทิม Strategy Sales & Marketing Manager Joyhouse, ศุภณัฐ อิ่มจิตเจริญสุข E-commerce Manager GQ Appare, พิชามญชุ์ โลหะ (ชามนไม่ใช่ชานม) TikTok Shop Creator: tiffanyfanie_busy และผู้ดำเนินรายการ ‘นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนนท์’ แล้วจะมาสรุปทริคจากแบรนด์ดังเหล่านี้ให้ฟัง
[ กลยุทธ์การจัดลำดับสินค้าเพื่อ “หยุดคน” และ “เปิดการขาย” ]
เริ่มจากการทำความเข้าใจก่อนว่าการขายสินค้าผ่านไลฟ์ใน TikTok ปัจจุบันไม่ได้อาศัยเพียงการพูดขายสินค้าแบบต่อเนื่องเท่านั้น แต่ต้องมี “การวางลำดับสินค้า” เพื่อดึงคนดูและเปลี่ยนให้กลายเป็นยอดขายจริง โดยทั่วไปจะเริ่มจาก Traffic Product ซึ่งเป็นสินค้าที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และมีราคาที่ทำให้ตัดสินใจซื้อได้ทันที
จุดประสงค์ของสินค้ากลุ่มนี้ไม่ใช่การทำกำไร แต่เพื่อให้เกิดยอดขายแรก เพราะเมื่อมีการซื้อเกิดขึ้น ระบบ AI ของ TikTok จะเริ่มดันไลฟ์ไปยังผู้ชมกลุ่มใหม่
ต่อจากนั้นคือหยิบ Trending Product ซึ่งเป็นสินค้าที่กำลังเป็นกระแส ช่วยสร้างภาพลักษณ์ว่าครีเอเตอร์มีสินค้า “ของดี” อยู่ในมือมาพรีเซนส์เสริมเข้าไปสร้างความน่าสนใจให้ลูกค้า
และปิดท้ายด้วย Revenue Product ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่สร้างยอดขายและกำไรจริง โดยมักจะมีราคาสูงขึ้นและขายให้กับคนดูที่ติดตามไลฟ์มาตั้งแต่ช่วงต้นจนเกิดความเชื่อมั่นแล้ว หลังจากขายสินค้าตัวที่สามเสร็จ โครงสร้างไลฟ์จะวนกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หรือที่เรียกว่า The Loop เพื่อดึงผู้ชมกลุ่มใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในไลฟ์ให้เข้าสู่กระบวนการซื้อซ้ำอีกครั้ง
[ ส่องกลยุทธ์แบรนด์ดัง ไลฟ์สดขายเหมือนกันแต่แนวคิดไม่เหมือนกัน ]
หลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จใน TikTok ก็ใช้แนวคิดนี้ต่อยอดด้วยกลยุทธ์เฉพาะของตัวเอง
เริ่มจาก @tiffanyfanie_busy (ชามนไม่ใช่ชานม) ด้วยความที่เป็นครีเอเตอร์ เวลาไลฟ์ขายสินค้าก็จะเน้นการวางโครงสร้างไลฟ์อย่างชัดเจน
เปลี่ยนจากการหยิบสินค้ามาขายแบบไม่มีทิศทาง มาเป็นการวางลำดับสินค้าอย่างเป็นระบบ พร้อมย้ำว่าการสร้าง Community ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและการไลฟ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนคนดูให้กลายเป็นฐานลูกค้าประจำ
ด้าน เมย์ วาสนา เล่าให้ฟังว่า BioActive+เลือกใช้กลยุทธ์ “การท้าพิสูจน์” ผ่านแคมเปญ 10 Day Challenge ที่ชวนลูกค้าให้ทดลองใช้สินค้าต่อเนื่อง 10 วันเพื่อเห็นผลลัพธ์จริง ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เช่น Clinical Study และผลตรวจสารปนเปื้อนต่างๆ แนวคิดหลักของแบรนด์คือการทำสินค้าให้ดีพอจนกล้าให้คนในครอบครัวใช้ ซึ่งจะนำไปสู่การซื้อซ้ำในระยะยาว
ในฝั่งของ แบรนด์ Yerpall สกินแคร์ของ ‘กิ๊ก’ จะเน้นการเล่าเรื่องผ่าน Pain Point ของลูกค้า เช่น ปัญหาสิวหรือปัญหาผิวที่คนจำนวนมากเผชิญจริง พร้อมใช้กลยุทธ์ คุณภาพพรีเมียมในราคา Mass เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น
และต้องให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นจนสามารถออกสินค้าใหม่ได้แทบทุกเดือน และขายได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งงบโฆษณาจำนวนมาก
สำหรับ Joy House ‘อชิรวัตติ์ อินทิม’ เล่าว่า แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่เติบโตผ่าน TikTok มองว่า “MC ในไลฟ์คือหัวใจสำคัญ” ผู้ไลฟ์ต้องสามารถสาธิตสินค้าและโต้ตอบกับผู้ชมได้ทันที เหมือนเป็นตัวแทนลูกค้ามาทดลองใช้จริง
ตัวอย่างเช่นการนำเสนอ ที่นอนในกล่องสูญญากาศ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาการขนย้ายของคนที่อาศัยอยู่ในคอนโด ทำให้ผู้ชมเห็นภาพการใช้งานจริงได้ทันทีในไลฟ์
ส่วนฝั่ง ‘ศุภณัฐ อิ่มจิตเจริญสุข’ บอกว่า ตัว GQ Apparel ใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป โดยเน้นความจริงใจและการสื่อสารนวัตกรรมให้เห็นชัดในไลฟ์ เช่น การสาธิตเสื้อเชิ้ตสะท้อนน้ำด้วยการราดน้ำลงบนผ้าให้เห็นว่าน้ำกระเด็นออกทันที พร้อมทั้งยังใช้กลยุทธ์ Affiliate ให้ผู้บริโภคที่ใช้จริงมาเป็นคนรีวิวสินค้า ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการที่แบรนด์พูดเอง
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นว่าแต่ละแบรนด์มีกลยุทธ์แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือการให้ความสำคัญกับ ความจริงใจและคุณภาพสินค้า เพราะในแพลตฟอร์มอย่าง TikTok แม้ราคาจะมีบทบาทสำคัญ แต่หากสินค้าไม่มีคุณภาพ ผู้บริโภคก็จะไม่เกิดการซื้อซ้ำนั่นเอง