โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกเดือดแบบหยุดไม่อยู่ “ซุปเปอร์เอลนีโญ” ถล่มไทย ปี 2027 เสี่ยงแล้งวิกฤตรุนแรง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 03.30 น.
“ดร.สนธิ” เตือน “ซุปเปอร์เอลนีโญ” มีโอกาสเกิดในช่วงปลายปี 2026 ตามการคาดการณ์ของ NOAA และอาจทำให้ปี 2027 ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เสี่ยงภัยแล้งหนัก ผลผลิตเกษตรลดลง ราคาอาหารพุ่ง และปัญหาไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 รุนแรงขึ้น ผลกระทบจะลามทั่วโลก ทั้งพายุ อุทกภัย และความแปรปรวนของสภาพอากาศในหลายภูมิภาค

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับอากาศร้อนและภัยแล้งขนาดหนักกำลังเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่อาจมาเยือนประเทศไทย

จากอิทธิพลของปรากฏการณ์ “ซุปเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก โดยเฉพาะการคาดการณ์ของ NOAA ที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

มีการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญของ NOAA ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าปรากฏการณ์ Super El Niño อาจเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยมีโอกาสถึง 80% ที่ El Niño จะก่อตัวภายในเดือนสิงหาคม 2026 และมีโอกาสประมาณ 1 ใน 3 ที่จะทวีกำลังรุนแรงจนกลายเป็น “Super El Niño” ในช่วงปลายปี ซึ่งจะส่งผลให้ปี 2027 มีแนวโน้มกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ ปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของการสิ้นสุดปรากฏการณ์ La Niña โดยความร้อนที่สะสมอาจเร่งให้ภาวะโลกรุนแรงยิ่งขึ้น และสร้างสถิติอุณหภูมิใหม่อย่างต่อเนื่อง

ในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ คาดว่า La Niña จะอ่อนกำลังลงและเข้าสู่สภาวะเป็นกลางในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2026 ก่อนที่ El Niño จะเริ่มชัดเจนในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม และมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงปลายปี

ผลกระทบของ Super El Niño จะขยายวงกว้างไปทั่วโลก โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย จะเผชิญกับภัยแล้งรุนแรง ปริมาณฝนลดลง ส่งผลต่อระดับน้ำในเขื่อนและการใช้น้ำในชีวิตประจำวัน ภาคเกษตรกรรมจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะผลผลิตอย่างข้าว น้ำตาล และน้ำมันปาล์มที่อาจลดลง นำไปสู่ภาวะ “Food Shock” หรือราคาสินค้าเกษตรพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อไฟป่า และซ้ำเติมปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมถึงหมอกควันข้ามพรมแดน

ในทวีปอเมริกา ผลกระทบจะมีความแตกต่างกัน โดยฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกอาจมีพายุลดลงจากแรงเฉือนลมที่สูงขึ้น ขณะที่ฝั่งแปซิฟิกมีแนวโน้มเผชิญพายุรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งในช่วงฤดูหนาวปี 2026–2027 ทางตอนเหนือของสหรัฐฯ และแคนาดาอาจมีอากาศอุ่นและแห้งกว่าปกติ ส่วนทางตอนใต้จะมีฝนตกหนักและเสี่ยงอุทกภัย

สำหรับทวีปยุโรป อาจได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านการเปลี่ยนแปลงของกระแสลมกรด หรือ Jet Stream ซึ่งอาจทำให้บางพื้นที่ของยุโรปตอนกลางเผชิญกับฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนัก

โดยสรุป ปรากฏการณ์ซุปเปอร์เอลนีโญไม่เพียงเป็นความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงวิกฤตภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งประเทศไทยและนานาประเทศจำเป็นต้องเตรียมรับมืออย่างเร่งด่วนและรอบด้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...