Kering รายได้ลดลง 6% ในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางเช่นกัน
Kering บริษัทลักชัวรีเจ้าของแบรนด์ Gucci, Saint Laurent, Balenciaga, Bottega Veneta, Alexander McQueen และอีกมากมาย มีรายได้ลดลง 6% ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 ซึ่งมีปัจจัยมาจากยอดขายของ Gucci แบรนด์เสาหลักของบริษัทที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง บวกกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้
Kering รายงานผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 ที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 3.57 พันล้านดอลลาร์ ตรงกับที่แพลตฟอร์มด้านการเงินอย่าง FactSet คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งถึงแม้ว่ารายได้บริษัทจะลดลง 6% แต่บริษัทเผยว่ามันเป็นรายได้ที่ทรงตัว หากวัดผลตามพื้นฐานหลักการ Like-for-Like โดย Luca de Meo ผู้บริหารแห่ง Kering เผยว่า รายได้บริษัทในไตรมาสที่ 1 ของปี ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 1% เช่นเดียวกับ LVMH ที่มีรายได้ลดลง 6% ในไตรมาสแรกเช่นกัน
“รายได้บริษัทของเราทรงตัวแล้ว นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับการพลิกสถานการณ์บริษัท รวมไปถึงการแก้ไขปรับปรุงยอดขายให้ดีขึ้นตามลำดับขั้นตอน”
การรายงานผลประกอบการครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ Kering ไม่เปิดเผยรายได้ของแต่ละแบรนด์ในเครือบริษัท ยกเว้น Gucci ที่ทำยอดขาย 40% ให้กับบริษัทเมื่อปีก่อน โดยตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Gucci มีรายได้ลดลง 14% อยู่ในจำนวน 1.35 พันล้านยูโร ในขณะที่สินค้าหมวดหมู่เครื่องหนังโดยรวมของ Kering มีรายได้ทั้งหมด 2.85 พันล้านยูโรในช่วงเวลาดังกล่าว นับว่าลดลง 9% อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการนั้นมีความแตกต่างกัน เพราะรายได้ของ Saint Laurent, Bottega Veneta, Belenciaga และ Brioni ต่างก็เติบโตในไตรมาสนี้ ด้วยยอดขายที่มั่นคงในอเมริกาเหนือ
ภาพ: John Keeble/Getty Images