โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขุดบิทคอยน์ไม่รุ่งเลยต้องหันมามุ่ง AI ธุรกิจเหมืองหาทางรอด แห่หันทำ โครงสร้างพื้นฐานประมวลผล AI

Thairath Money

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 08.03 น.
ภาพไฮไลต์

อุตสาหกรรมเหมือง Bitcoin ที่เคยรุ่งเรืองและสร้างรายได้มหาศาล กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อผู้เล่นรายใหญ่เริ่มถอยจากโมเดลเดิม และหันไปเดิมพันกับธุรกิจใหม่อย่าง AI infrastructure ที่สามารถเปลี่ยนการขุดเหรียญมาให้เช่าหน่วยประมวลผลสำหรับ AI ที่สร้างรายได้ใหม่ได้ทันที

ในอดีตการขุด Bitcoin คือ ธุรกิจที่ทำกำไรสูงมาก แต่วันนี้ภาพเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจเหมืองขุดคริปโตเคอเรนซี หรือ Bitcoin Mining กำลังถูกบีบจากสองปัจจัยหลักจนโมเดลการสร้างรายได้แบบเดิมเริ่มไปต่อยาก

ต้นทุนไฟพุ่ง Hash price ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

1) รายได้ต่อกำลังขุด (Hash Price) ดิ่งแรงต่อเนื่อง

Miner Revenue per Unit of Hashrate ($ per PH/s per day) , Luxor Technology

รายได้ต่อกำลังขุด (Hash Price) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดรายได้สำคัญของนักขุด Bitcoin ทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยลดลงจากระดับ ประมาณ 300-400 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2021 เหลือเพียงระดับหลักสิบในปี 2025-2026

มากไปกว่านั้นตามข้อมูลจาก Luxor Technology ยังระบุว่า Mining Difficulty หรือระดับความยากในการขุดก็ลดลงอย่างมาก สะท้อนว่าผู้เล่นบางส่วนเริ่มปิดเครื่อง เนื่องจากไม่คุ้มทุน

2) ต้นทุนไฟฟ้า พุ่ง 3 เท่า ภายในไม่กี่ไป

Electricity Cost per Bitcoin Mined , Bloomberg Intelligence

จากกราฟ Electricity Cost per Bitcoin Mined ชี้ให้เห็นว่า “ต้นทุนไฟฟ้า” ซึ่งเป็นต้นทุนหลักเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าในไม่กี่ปี จากปี 2023 ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ พุ่งสู่ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรกปี 2026 โดยค่าไฟฟ้าคิดเป็นประมาณ 40% ของรายได้จากการขุด ส่งผลให้ต้นทุนรวมพุ่งไปอยู่ในระดับ 90% ต้น ๆ

นอกจากนี้รายงานระบุอีกว่า สิ่งที่ทำให้สถานการณ์หนักขึ้น คือ “โครงสร้างของ Bitcoin เอง” ตั้งแต่ราคาที่ผันผวน รวมถึงระบบถูกออกแบบให้เกิด Bitcoin Halving ที่จะลดรางวัลของนักขุดลงครึ่งหนึ่งทุก ๆ 4 ปี ได้สร้างแรงกดดันเพิ่มให้กับนักขุด มากยิ่งขึ้นกว่าอดีต นั่นหมายความว่า ต่อให้ทุกอย่างเท่าเดิม แต่รายได้จะลดลงโดยอัตโนมัติ ธุรกิจจึงถูกบีบทั้ง “ด้านบน” (รายได้) และ “ด้านล่าง” (ต้นทุน) พร้อมกัน

สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ธุรกิจเหมืองขุด Bitcoin ไม่ใช่ธุรกิจ High-margin แบบเดิมอีกต่อไป เพราะต้นทุนหลักเพิ่มขึ้นจนกินสัดส่วนรายได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มาร์จิ้นถูกบีบอย่างรุนแรงจนกำไรของธุรกิจขุดลดลงเหลือราว 60% และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากอัตรากำไรขั้นต้นเคยพุ่งเกิน 90% ในช่วงตลาดกระทิงปี 2021

AI กลายเป็น “ทางรอด”

ในจังหวะที่ธุรกิจขุดเริ่มไม่คุ้มค่า สิ่งที่เข้ามาแทน คือ “ความต้องการพลังประมวลผลของ AI” ที่กำลังพุ่งขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงสร้างต้นทุนของ AI โดยเฉพาะค่าไฟต่อรายได้ต่ำกว่ามาก บริษัทจึงหันไปใช้โครงสร้างเดิมกับ AI แทน และนี่คือจุดที่ธุรกิจเหมือง Bitcoin มีข้อได้เปรียบ

ธุรกิจเดิมที่มีโครงสร้างการประมวลผลหลักอย่างศูนย์ข้อมูล ระบบไฟฟ้า ระบบหล่อเย็นที่พร้อมใช้งาน ตลอดจนความเชี่ยวชาญในการบริหารฮาร์ดแวร์ระดับสูงของบุคลากร ทำให้ธุรกิจเหมืองขุด Bitcoin สามารถเปลี่ยนจากการขุดเหรียญมาเป็นการให้เช่าหน่วยประมวลหรือคอมพิวต์ AI ได้แทบจะทันที

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทเหมืองรายใหญ่เริ่มลงมือจริงแล้วในสหรัฐฯ บางรายขาย Bitcoin ที่ถืออยู่ เพื่อนำเงินไปลงทุน AI บางรายขายเครื่องขุดและเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลเต็มรูปแบบ บางรายถึงขั้นรีแบรนด์บริษัท เพื่อสะท้อนทิศทางใหม่

Brian Dobson กรรมการผู้จัดการจาก Clear Street มองว่าในระยะยาวธุรกิจศูนย์ข้อมูลสำหรับ HPC และ AI จะมีความได้เปรียบเหนือการขุด Bitcoin ทั้งในแง่ความชัดเจนของรายได้ อัตรากำไร และกระแสเงินสด

ขณะที่ Vasu Kasibhotla นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมอาวุโสจาก Bloomberg Intelligence ระบุว่า การร่วงลงอย่างรุนแรงของราคา Bitcoin ควบคู่กับต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งเร่งให้บริษัทเหล่านี้ต้องเปลี่ยนผ่านเร็วขึ้น โดย CoinShares ประเมินไว้ว่าภายในเดือนธันวาคมนี้ รายได้จาก AI จะคิดเป็นราว 70% ของรายได้รวมของบริษัทเหมืองคริปโตฯ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากประมาณ 30% ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม Bitcoin จะยังไม่หายไป และเครือข่ายยังคงทำงานได้ปลอดภัยตามปกติ แต่สิ่งที่กำลังเปลี่ยน คือ บทบาทของ "นักขุด” ที่อาจต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเหมือง Bitcoin ไม่ใช่แค่ผลกระทบระยะสั้นจากราคาเหรียญหรือค่าไฟ แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโมเดล

เมื่อรายได้ลดลงต่อเนื่อง แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่อีกอุตสาหกรรมหนึ่งให้กำไรสูงกว่าและเติบโตเร็วกว่า การเลิกขุด Bitcoin แล้วหันไปหา AI จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกใหม่ แต่นี่อาจกลายเป็น “ทางรอดเดียว” ของผู้เล่นในอุตสาหกรรมนี้

ที่มาข้อมูล Bloomberg

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขุดบิทคอยน์ไม่รุ่งเลยต้องหันมามุ่ง AI ธุรกิจเหมืองหาทางรอด แห่หันทำ โครงสร้างพื้นฐานประมวลผล AI

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...