โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วางหมาก‘หมวกแดง’รีเทิร์น ปรับสูตร‘ขุนพล’ทัพภาค1-2

ไทยโพสต์

อัพเดต 24 มีนาคม 2569 เวลา 3.53 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชื่อของ รมว.กลาโหม ก็น่าจะเป็น พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) รมช.กลาโหมคนปัจจุบัน “ซี้ย่ำปึ๊ก” บ้านใหญ่บุรีรัมย์ได้ขึ้นนั่งเก้าอี้ “สนามไชย 1” แบบม้วนเดียวจบ

นั่นทำให้ ตท.26 สามารถเชื่อมประสานแบบไร้รอยต่อกับรัฐบาลได้มากขึ้น นอกจากสายการบังคับบัญชา ที่มี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ กองทัพบก (ผบ.ทบ.) เพื่อน ตท.26 ของ “บิ๊กดุลย์” กับนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังมีตัวช่วยอย่าง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. ซึ่งทำหน้าที่เลขาธิการ รมน. ที่ลงรายละเอียดตอบคำถามนายกฯ ผอ.รมน.ในเรื่องความมั่นคงภายในได้แบบสายตรง

เมื่อประกอบกับ การโยกย้ายนายทหารกลางปี ที่มีการเปลี่ยนสูตรการขึ้นตำแหน่ง ผบ.ทบ. ใหม่โดยอาจไม่ต้องผ่านตำแหน่ง “แม่ทัพภาคที่ 1” ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา ด้วยการอ้อมข้างเพื่อขึ้นตำแหน่ง ไม่ต้องซอยเท้ารออยู่กับที่ ที่สำคัญคือ ยังเป็นการแบ่งพื้นที่อำนาจการทำงานกันตามภารกิจของแต่ละส่วน

ส่งผลให้การวางตัว ผบ.ทบ. 5 เสือ ทบ. แม่ทัพภาค ที่เคยคาดการณ์กันไว้อาจมีเส้นทางของการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกที่แปลกกว่าที่เคยเห็น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง 1-2 ปีนี้ ตท.26 ยังคุมสภาพในกองทัพเกือบเบ็ดเสร็จ ทั้งตำแหน่ง ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. และในช่วงปลายปีจะมี ตท.26 แคนดิเดตขึ้นในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และ ผบ.ทร.อีก สวนทางกับพลังของรุ่นพี่ที่เกษียณไปหลายปี ที่ล้วนต่างก็ลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา

ย้อนกลับมาดูที่ตำแหน่งสำคัญใน ทบ. หลังจากการปรับย้ายนายทหารกลางปี ปรากฏชื่อ “แม่ทัพกอล์ฟ” พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 (เกษียณ 73) เข้ามาเป็นรอง เสธ.ทบ.รอไว้ก่อน โดยไม่ต้องไปต่อคิว “แม่ทัพไก่” พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ เพื่อน (ตท.28) ขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 เพราะเดือน ธ.ค.2569 มีการวางตัว “แม่ทัพไก่” ไว้ในภารกิจสำคัญ จึงยังขยับไปไหนไม่ได้

นั่นเป็นเงื่อนไขลำดับแรกที่ “แม่ทัพไก่” อาจจะอยู่ต่อไปอีก 1 ปี แล้วค่อยขยับขึ้น 5 เสือ ทบ. ติดยศพลเอกเพื่อเกษียณอายุราชการในปี2571 เพราะหากดูจากห้วงเวลาในการขึ้นตำแหน่งคงยากที่จะก้าวทันรุ่นพี่อีก 2 คน คือ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ (ตท.26) ผช.ผบ.ทบ.และ พล.อ.อมฤต บุญสุยา (ตท.27) ที่เข้ามาอยู่ใน 5 เสือ ทบ.ก่อนล่วงหน้าแล้ว

แต่ทั้งหมดนั้นยังขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 อีกตำแหน่ง ซึ่งจะมีผู้อื่นกำหนดอนาคตข้างหน้าด้วย นั่นจึงเป็นที่มาของข่าวที่ออกมาว่า “แม่ทัพไก่” อาจจะอยู่ยาวในตำแหน่งแม่ทัพฯ จนเกษียณอายุราชการ

แน่นอนว่า สูตรดังกล่าวจะกระทบเป็นลูกระนาดในระดับของรองแม่ทัพภาคที่ 1 ผบ.พล.ที่ ตึงจน “แน่นเปรี๊ยะ” ไปหมด โดยเฉพาะตำแหน่งรองแม่ทัพ ไล่ตั้งแต่ “รองลาภ” พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ (ตท.30), “รองด้วง” พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ (ตท.31) “ว่าที่รองเทพ” พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร (ตท.31) ทำให้เกิดเส้นทาง “รอง เสธ.ทบ.” สำรองขึ้นมา

ขณะที่ระนาบด้านบนของ “ตท.26” เองยังต้องบริหารจัดการตำแหน่งให้เพื่อนในรุ่น ที่ตอนนี้พรึ่บเต็มกองทัพอยู่แล้ว และอาจต้องกระทบถึงรุ่นถัดไปที่ต้องเจอกับภาวะ “ฝืดสุดๆ”

เหตุเพราะ ปี 2526-2527 (เทียบชั้นปี ตท.26-27) มีนักเรียน ตท.ที่ผลิตออกมาเพื่อตอบโจทย์เหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศจำนวนมาก (รุ่นละประมาณ 350 นาย) พอเหตุการณ์ยุติ ทบ.จึงปิดหน่วยระดับกองพันในช่วงปี 2528 ทำให้การผลิต นร.ทหารของโรงเรียนหลักลดลงในปีนั้น

เมื่อหันไปดูความเคลื่อนไหวที่ “กองทัพภาคที่ 2” ก็อาจมีการเขย่าสมการทายาทภาคอีสานจากที่วางไว้เดิม ในกรณีที่ “บิ๊กดุลย์” มานั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม เพราะในพื้นที่ภาคอีสานคือ “เรือธง”ของพรรคสีน้ำเงิน นอกจากสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนแล้ว การกระชับพื้นที่ด้วยคนที่ไว้ใจย่อมมีความจำเป็น

จากกระแสข่าวเดิม “แม่ทัพเติ่ง” จะนั่งในตำแหน่งแม่ทัพไปถึงกลางปี 70 และจะเป็นการ “ชิงดำ” ระหว่าง ตท.29 ด้วยกัน คือ “รองยักษ์” พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 กับ พล.ต.สมภพ ภาระเวช ซึ่งโผที่ผ่านมาเพิ่งขึ้นตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 2

อาจให้ พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ (ตท.27) รองแม่ทัพ มาเป็นแม่ทัพฯ ปลายปี 2569 แล้วดัน แม่ทัพเติ่ง เป็น พลเอก เพราะ พล.ต.ณัฏฐ์ ก็ถือเป็นสาย ร.23 เช่นเดียวกับ “บิ๊กดุลย์” รวมถึง พล.ต.สมภพก็เป็นสาย ร.23 เช่นกัน จึงน่าจะต่อคิวขึ้นแม่ทัพอีสานในปลายปี 70

แต่เหนืออื่นใด “แม่ทัพเติ่ง” พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน ยังเป็นกำลังสำคัญในการคุมเกมในการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ “ยุทธบดินทร์” ถึง “ศตวรรษ” ตั้งแต่ “แม่ทัพกุ้ง” พล.อ.บุญสิน พาดกลาง เป็นแม่ทัพ และแม่ทัพเติ่งเป็นรองแม่ทัพฯ

ปัจจัยชี้ขาดจึงอยู่ที่สถานการณ์ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าจะมีการเปิดศึกรอบใหม่หรือไม่ และการตัดสินใจของ ผบ.ทบ.ว่าวางตัวคนที่เหมาะสมอย่างไรต่อไป

ภายใต้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลและกองทัพที่ยังทำงานกันได้อย่างไม่ติดขัดและไร้ปัญหา รวมถึงปัจจัยภายอื่นก็มี “แทร็ก” ในการทำงานเป็นของตัวเองแล้ว ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงเหมือนก่อน ก็เชื่อว่าจะไม่มี “คลื่นใต้น้ำ” ในระดับสึนามิ ที่จะทำให้เกิดปัญหารุนแรงขึ้นในช่วง 1 ปีครึ่งต่อจากนี้

ทั้งหมดนั้นทำให้พอเห็นภาพของคนที่จะรับไม้ต่อในตำแหน่ง ผบ.ทบ.บ้างแล้ว ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเข้าสู่ยุคของ “รบพิเศษ” หรือ “ทหารหมวกแดง” อีกระลอก นับแต่ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ทหารรบพิเศษคนล่าสุดที่ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ก่อนเข้าสู่ยุค “ทหารคอแดง”

และหากไล่ตั้งแต่ปลายปี 2570 เป็นต้นไปก็จะมีชื่อของ “ผช.เต้” พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ (ตท.26) อดีต ผบ.นสศ. ต่อคิว พล.อ.พนา เป็น ผบ.ทบ. 1 ปี ต่อด้วย พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ (ตท.28) ขึ้นเป็น ผบ. 2 ปี แม้จะไม่ใช่ทหารรบพิเศษ แต่ก็มีบิดาเป็นทหารหมวกแดง และเป็นน้องรัก “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์

จากนั้น ช่วงปลายปี 73 ยังมีทหารรบพิเศษเต็งหนึ่งที่ถูกวางตัวไว้ ได้แก่ พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ รอง ผบ.นสศ. อดีต ทส. “บิ๊กแอ้ด” พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรีเมื่อครั้งเป็น ผบ.ทบ. ซึ่งในศึกไทย-กัมพูชา 2 รอบ ได้นำกำลังเข้าช่วยยึดภูมะเขือ และหนองจาน หนองหญ้าแก้ว

โดยในปีนั้นจะมีคู่แคนดิเดตเป็น พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ (ตท.31) รองแม่ทัพภาคที่ 1 ผบ.ทบ.ส่งลงไปเป็น ผบ.ฉก.นราธิวาสมา 6 เดือนแล้ว และ พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา (ตท.32) ทหารเสือราชินี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผบ.พล.ร.2 รอ.

แม้จะเป็นโมเดลที่ถูกตั้งไว้ใกล และยังไม่รู้ว่าจะมีปัจจัยใดมาเป็นตัวสอดแทรกหรือไม่ แต่ถ้าสภาวการณ์ทางการเมืองที่แน่นปึ๊กกับกองทัพแบบนี้แคนดิเดตที่ขึ้นมาก็คงไม่สวิงไปไกลเกินคาด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...