โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลจิสติกส์ท้าทายต้นทุนพุ่ง คัดหุ้นโครงสร้างแกร่งมีฝีมือ

ทันหุ้น

อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 19.30 น.

#โลจิสติกส์ #ทันหุ้นเจาะหุ้นกลุ่มโลจิสติกส์หลังเผชิญแรงกดดันต้นทุนน้ำมันขาขึ้น ต้องปรับเกมคุมต้นทุน ชี้ผู้เล่นรายใหญ่ได้เปรียบจากอำนาจต่อรองและวอลุ่มสูงเพิ่มประสิทธิภาพและส่งผ่านต้นทุนได้ดีกว่า ขณะที่กลุ่มตัวกลางขนส่งสินค้าปรับค่าระวางตามตลาดได้ และธุรกิจคลังสินค้าช่วยพยุงรายได้ลดผันผวน แนะเลือกรายตัว เน้น SJWD และ III

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า อุตสาหกรรมโลจิสติกส์กำลังเผชิญความท้าทายจากราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทั้งการขนส่งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ แม้ภาครัฐพยายามตรึงราคาน้ำมันดีเซล แต่แนวโน้มยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับกลยุทธ์บริหารต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางแรงกดดันจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลก

ผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มมีความได้เปรียบชัดเจน ทั้งอำนาจต่อรองกับผู้จำหน่ายน้ำมัน, ปริมาณงาน (Volume) ที่สูงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดเส้นทาง (Matching) และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมถึงความสามารถในการเจรจาส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า (Pass-Through) ได้ดีกว่าผู้ประกอบการรายเล็ก

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการโลจิสติกส์เร่งปรับกลยุทธ์รับมือภาวะต้นทุนพุ่ง ด้วยการบริหารต้นทุนควบคู่การเจรจาปรับค่าบริการให้สอดคล้องต้นทุนจริง เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มผู้ให้บริการตัวกลางขนส่งสินค้า (Freight Forwarder) ยังสามารถปรับอัตราค่าขนส่งให้สอดคล้องตามกลไกตลาด ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่มีธุรกิจคลังสินค้า จะมีความได้เปรียบในการนำเสนอบริษัทที่ครอบคลุม ส่งผลให้โครงสร้างต้นทุนคงที่ทั้งยังช่วยประคองรายได้ในช่วงที่ลูกค้าชะลอการขนส่ง และลดความผันผวนของผลประกอบการโดยรวม

@ วัดกำลัง SJWD – III

สำหรับผู้ประกอบการที่มีธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนน อาทิ SJWD ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโลจิสติกส์ครบวงจร มีจุดแข็งจากขนาดธุรกิจที่ใหญ่ ทำให้มีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์น้ำมัน รวมถึงสามารถบริหารจัดการเส้นทางขนส่งให้เกิด Efficiency สูงสุดจากวอลลุ่มที่มาก อีกทั้งยังมีธุรกิจคลังสินค้าขนาดใหญ่ช่วยกระจายความเสี่ยง และรองรับกรณีที่ลูกค้าชะลอการขนส่ง นอกจากนี้SJWD ยังมีความสามารถในการผลักภาระต้นทุนบางส่วนไปยังลูกค้าได้ จากฐานลูกค้าที่มีปริมาณสูงและความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ต่อเนื่อง

ขณะที่ III มีจุดแข็งจากโมเดล Freight Forwarder ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดหาพื้นที่ขนส่ง ทำให้สามารถปรับค่าขนส่งตามกลไกตลาดได้รวดเร็ว และได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันในเชิงโครงสร้างน้อยกว่า โดยเฉพาะในธุรกิจขนส่งทางอากาศ แม้จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันอากาศยาน แต่สามารถส่งผ่านต้นทุนได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ ระบุว่า โดยภาพรวม ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจโลจิสติกส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยเฉพาะการจัดเส้นทางขนส่งให้สอดคล้องกับปริมาณงาน (Matching), ความหลากหลายของโครงสร้างรายได้(Diversification), ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนตามเงื่อนไขสัญญา รวมถึงประเภทสินค้าและระดับความต้องการในตลาด ซึ่งสินค้าจำเป็น เช่น อาหารสดและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยังมีความต้องการขนส่งเนื่องแม้ต้นทุนเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน “ขนาดธุรกิจ” ยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดในการบริหารความเสี่ยง ทั้งในด้านการต่อรองต้นทุนและการกระจายค่าใช้จ่ายคงที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนการเติบโตระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความชัดเจนของแผนขยายธุรกิจ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่รองรับความผันผวนในอนาคต

@เน้นเลือกรายตัว

แนะนำกลยุทธ์การลงทุนหุ้นกลุ่มโลจิสติกส์ “เลือกเป็นรายตัว” (Selective Buy) โดยเน้นบริษัทที่มีศักยภาพบริหารต้นทุนดี มีโครงสร้างธุรกิจแบบHolding หรือDiversified และมีแผนขยายธุรกิจชัดเจน ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่สามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของต้นทุนพลังงาน อาทิSJWD หรือ III

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...