โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

14 องค์กร ยื่นสามข้อเรียกร้องถึงนายกฯ จี้ลดน้ำมัน-ค่าไฟ ธิษะณาชี้วิกฤตลามถึงอาหาร-เกษตรกร

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
14 องค์กร ยื่นสามข้อเรียกร้องถึงนายกฯ จี้ลดน้ำมัน-ค่าไฟ ธิษะณาชี้วิกฤตลามถึงอาหาร-เกษตรกร

วันนี้ (23 มีนาคม) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ประกอบด้วย กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กลุ่มนนทรีก้าวหน้า กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย สหภาพคนทำงาน สหภาพไรเดอร์ สหพันธ์คนทำงานแพลตฟอร์มประเทศไทย (สพพท.) สมาคมไรเดอร์ภาคใต้ พรรคศรัทธาธรรม และเครือข่ายแรงงานแพลตฟอร์มอื่น ๆ ยื่นหนังสือถึงอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพที่พุ่งสูง

ในแถลงการณ์ระบุว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้ภาคครัวเรือนต้องแบกรับภาระเกินความสามารถ ขณะที่รายได้ยังไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ

หนังสือระบุว่า ความตึงเครียดจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาพลังงานในประเทศ พร้อมชี้ว่า วิกฤติดังกล่าวสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบพลังงานไทย ที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ค่าแรงของประชาชนส่วนใหญ่กลับปรับขึ้นล่าช้า ทำให้หลายครัวเรือนเผชิญภาวะหนี้สินและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างราคาน้ำมันที่

ทั้งนี้ 14 องค์กรภาคประชาสังคม เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่

1.ลดราคาน้ำมันและแก๊สหุงต้ม (LPG) โดยยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปรับลดค่าการกลั่น และตรึงราคา LPG สำหรับภาคครัวเรือนเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งระบุว่าจะช่วยลดราคาน้ำมันได้รวมประมาณลิตรละ 11 บาท

2.ลดค่าไฟฟ้า จากหน่วยละ 4.18 บาท เหลือหน่วยละ 3 บาท ตามนโยบายที่พรรคการเมืองเคยหาเสียงไว้

3.ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา พร้อมจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกในชุมชน และสนับสนุนคูปองน้ำมันให้กลุ่มไรเดอร์ขนส่งอาหารและผู้โดยสาร

ทั้งนี้มาตรการทั้ง 3 ข้อ เป็นข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในภาวะวิกฤตค่าครองชีพ โดยชี้ว่า การตัดสินใจที่ล่าช้าเพียงวันเดียว อาจหมายถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตที่ถดถอยของประชาชนจำนวนมาก

ขณะที่ ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ซึ่งร่วมสังเกตการณ์สถานการณ์พลังงาน ระบุว่า วิกฤตน้ำมันกำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยเริ่มเห็นสัญญาณดีเซลขาดแคลนในบางพื้นที่ ประกอบกับกระแสข่าวการกักตุนจากภาคเอกชน ทั้งบริษัทไทยและต่างชาติ ซึ่งแม้ไม่สามารถระบุชื่อได้ แต่ถือเป็นพฤติกรรมที่พบในอุตสาหกรรมน้ำมันทั่วโลก ขณะที่บางประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ประสบปัญหาดีเซลหมดแล้วจริง

ธิษะณา ชี้ว่า หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบพลังงานโลก เนื่องจากน้ำมันราว 30% ของโลกต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว และกว่า 80% ถูกส่งมายังเอเชีย รวมถึงประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันถึงประมาณ 80% ทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบในระยะแรก โดยเฉพาะในภาวะที่ยังขาดพลังงานสำรองและพลังงานทดแทนที่เพียงพอ

ผลกระทบจะเกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะภาคเกษตรและแรงงาน ซึ่งต้องเผชิญต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ย ปิโตรเคมี พลาสติก และสินค้าที่จำเป็นซึ่งพึ่งพาการขนส่ง ส่งผลให้ค่าครองชีพโดยรวมเพิ่มขึ้น

ธิษะณา เสนอว่า รัฐควรเร่งออกมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาผลกระทบ โดยเน้นช่วยเหลือเกษตรกรเป็นกลุ่มแรก เช่น การอุดหนุนราคาดีเซลสำหรับภาคเกษตร ควบคุมราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิต จัดตั้งกองทุนพยุงราคาปุ๋ย เปิดเสรีการนำเข้าเพื่อลดการผูกขาด และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยชีวภาพ

นอกจากนี้ ควรแยกโครงสร้างราคาน้ำมันสำหรับภาคเกษตรออกจากตลาดทั่วไป ใช้ระบบบัตรเกษตรกรหรือดิจิทัลไอดีในการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม พร้อมมาตรการลดภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การอุดหนุนเป็นไปอย่างตรงจุด

ในด้านการเยียวยา ธิษะณา เห็นว่า การใช้คูปองอาจไม่จำเป็น เนื่องจากรัฐมีฐานข้อมูลเกษตรกรอยู่แล้ว โดยเฉพาะผ่าน ธ.ก.ส. ซึ่งสามารถโอนเงินช่วยเหลือโดยตรงได้ทันที ลดความซ้ำซ้อนของระบบ

พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้ปรับปรุงระบบประกันรายได้และประกันความเสี่ยงให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง ขยายความคุ้มครองประกันภัยพืชผล และสนับสนุนพลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์เซลล์ ปั๊มน้ำ และไบโอแก๊ส ควบคู่กับการจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการลงทุน

สำหรับมาตรการทางการเงิน ธ.ก.ส. ควรมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือ โดยเสนอให้มีการพักหนี้แบบมีเป้าหมายสำหรับเกษตรกรรายย่อย เป็นระยะเวลา 6–12 เดือน รวมถึงจัดสินเชื่อฉุกเฉินดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) ลดภาระดอกเบี้ย 2–3% เพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับการผลิตรอบใหม่

นอกจากนี้ ยังควรจัดสรรวงเงินฉุกเฉินรายครัวเรือน ผ่านบัญชี ธ.ก.ส. ที่มีอยู่เดิม เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภาครัฐ และเข้าถึงเกษตรกรได้อย่างตรงจุด

กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานเป็นลำดับแรก คือภาคขนส่งและเกษตรกร ซึ่งเป็นต้นทางของห่วงโซ่อุปทานอาหาร โดยย้ำว่าจำเป็นต้องเร่งปกป้องต้นทางอาหารอย่างเกษตรกร เนื่องจากเป็นผู้ผลิตหลักของประเทศ

หากต้นทุนภาคเกษตรเพิ่มขึ้น จะส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าอาหารในเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างจังหวัด ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามแรงกดดันเงินเฟ้อ และอาจนำไปสู่ความเปราะบางด้านความมั่นคงทางอาหาร

ธิษะณา ชี้ว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาพลังงาน แต่เป็นวิกฤตต่อความอยู่รอดของเกษตรกรไทย ดังนั้น นโยบายของรัฐควรมุ่งพยุงกลุ่มเกษตรกร ซึ่งถือเป็น “กระดูกสันหลังของประเทศ” ให้สามารถดำรงอาชีพต่อไปได้

สำหรับข้อเรียกร้องของภาคประชาชนที่ยื่นถึงนายกรัฐมนตรี มองว่าเป็นมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที และหวังว่ารัฐบาลจะนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อประเมินการทำงานของรัฐบาลในช่วง 3 สัปดาห์แรก ธิษะณา เห็นว่า นายกรัฐมนตรีได้เริ่มแสดงท่าทีรับมือสถานการณ์ โดยประกาศให้เป็นภาวะวิกฤต และมีแนวโน้มออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ได้รับผลกระทบในระยะแรก ซึ่งถือเป็นการตอบสนองที่ค่อนข้างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ในส่วนของพรรคประชาชนและบทบาทฝ่ายค้าน ได้พยายามผลักดันให้มีการอภิปรายเรื่องวิกฤตน้ำมันในสภา ผ่านการยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา แต่การประชุมถูกยุติก่อน จึงคาดหวังว่าจะมีการเปิดพื้นที่ให้หารือประเด็นนี้ในรัฐสภาอย่างโปร่งใสในโอกาสต่อไป

ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 2
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 3
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 4
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 5
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 6
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 7
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 8
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 9
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 10
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 11
ตัวแทน 14 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเรียกร้องลดราคาน้ำมันและค่าไฟที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 12
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...