โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โสภณ’ปัดยื้อสอบปปช. เปิด‘ครม.เงา’จับผิดรบ.

ไทยโพสต์

อัพเดต ตอนนี้ • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อนุทิน” ดอดร่วมวงสื่อทำเนียบฯ ทีมโทรโข่งปั้นรายการใหม่ “คุยให้เคลียร์กับโฆษก” ด้าน “โสภณ” ยันไม่ดึงเช็งปมฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นส่งศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช.คดี “ศักดิ์สยาม” พร้อมเซ็นตั้ง “รองประธานวุฒิสภา” ศึกษาทบทวนค่าตอบแทนผู้ช่วย-ผู้เชี่ยวชาญ สส.-สว. ขณะที่ “ไชยชนก” สยบคลื่นปะทุหลุดเก้าอี้ กมธ. ชี้ตำแหน่งน้อยกว่าคน “พรรคส้ม” ประโคม ครม.เงา เปิดฉากทะลวง "ไทยช่วยไทยพลัส-แลนด์บริจด์" “แสวง” พร้อมจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา คุยโขมงรอบนี้ใช้ กปน.มืออาชีพลดความผิดพลาด จ่อยื่นบัญชีพยานต่อศาลคดีคิวอาร์โค้ด

เมื่อวันพุธ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าทางด้านหลัง มายังบริเวณหน้าห้องสื่อมวลชน (รังนกกระจอก 1) ใกล้กับตึกนารีสโมสร โดยแวะทักทายสื่อมวลชนและคณะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ร่วมกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์และพบปะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แวะรับประทานผลไม้และไอศกรีม ก่อนจะไปชงชาเขียวดื่มด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ ระหว่างตักเครื่องไอศกรีมนายกรัฐมนตรียังกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า "แปะก๊วยช่วยความจำ พ่อบังคับให้กินทุกเช้า" ก่อนจะหันไปแซวและเล่นมุกกับ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ที่บอกว่า “พี่หนูผมกินแปะก๊วยทุกวันเลย ผมกินทุกวันความจำก็ดี หลังกินแล้ว พล.อ.เกรียงไกรก็ยังหันไปถามภรรยาว่าเมื่อเช้ากินไปหรือยังน้อง" สร้างเสียงหัวเราะให้กับบรรดาสื่อมวลชนและทีมงานโฆษกรัฐบาล

ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรียังหันมาบอกกับสื่อมวลชนว่า วันนี้คงไม่ได้อยู่นั่งคุยด้วย เพราะจะต้องกลับขึ้นไปเคลียร์งานที่ค้างอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้า แค่แวะมาทักทายและกินไอศกรีมเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีทานไอศกรีมหมดแล้ว ทีมงานพยายามจะนำถ้วยไอศกรีมไปทิ้งให้ แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่า "ไม่ต้อง" ก่อนจะเดินไปที่ถังขยะและทิ้งด้วยตัวเอง พร้อมหันมาบอกว่า "ผมทิ้งเองทุกครั้ง ไม่เคยให้ใครทิ้งให้ ขนาดเจอขยะข้างทางยังก้มเก็บไปทิ้งเอง"

ส่วน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา น.ส.พลอยทะเล รัศมีแสงจันทร์ ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ร่วมพูดคุยและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชน

น.ส.รัชดาเปิดเผยว่า ทีมโฆษกจะนำเสนอผลการทำงานของรัฐบาล ตลอดจนภารกิจงานของรัฐบาล ผ่านรายการ “คุยให้เคลียร์กับโฆษก" เริ่มออกอากาศวันที่ 16 พ.ค.นี้ และ “เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” เริ่มออกอากาศวันที่ 1 พ.ค. และรายการ "เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า" ซึ่งทีมโฆษกรัฐบาลจะสลับกันมาชี้แจงผลการทำงานเป็นเวลา 1 นาที ออกอากาศทุกวัน ในเวลา 07.00 น.

โสภณปัดดึงเช็ง

ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่ทั้ง สส.ฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภา เตรียมเข้าชื่อกันเพื่อขอให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากกรณีการยกคำร้องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าได้ยินแต่ข่าว แต่ยังไม่มีการเสนอเรื่องมา

เมื่อถามว่า ทั้งฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภากังวลประธานรัฐสภาจะดึงเช็งการตรวจสอบ นายโสภณกล่าวว่า เป็นเรื่องของคนคิด แต่ขอให้ถึงเวลาก่อน

เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านเสนอเรื่องมาจะสามารถส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาได้เลยหรือไม่นั้น นายโสภณกล่าวว่า หากส่งได้เลย ตนก็เป็นเสมือนไปรษณีย์ ดังนั้นขอให้ถึงเวลาก่อนตนเองค่อยตอบ

เมื่อถามว่า ยืนยันความเป็นกลางในการทำหน้าที่การตรวจสอบของตนเองได้หรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า ได้แสดงวิสัยทัศน์ในวันเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่าตนจะทำหน้าที่เที่ยงธรรม ตนไม่ใช้คำว่าเป็นกลาง เพราะกลางอยู่ที่คนตัดสิน ถ้าชอบก็จะบอกว่าเป็นกลาง ถ้าไม่ชอบก็บอกว่าไม่กลาง แต่วิญญูชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ

นายโสภณกล่าวถึงความคืบหน้าขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวายเสนอแต่งตั้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตนเองได้กำชับว่า หากตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว ก็ให้เสนอมาที่ตนเพื่อดำเนินการต่อ แต่ตอนนี้ฝ่ายสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้เสนอมา

เมื่อถามว่า ส่วนที่ศาลฎีกาประทับรับฟ้องคดีการฝ่าฝืนจริยธรรมของนายณัฐพงษ์ จากการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญมาตรา 112 จะกระทบต่อการเสนอแต่งตั้งหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า จะต้องไปพิจารณาคุณสมบัติที่มีการระบุไว้ว่าถูกต้องหรือไม่ “หากไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติใดๆ ก็สามารถทูลเกล้าฯ ได้” นายโสภณกล่าว

นายโสภณกล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา หรือ ก.ร. เพื่อสรุปถึงการทบทวนการแต่งตั้งผู้ช่วย สส.-สว. และผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.-สว.ว่า ได้มีการประชุมกรรมการ ก.ร.แล้ว ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ มีผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้ง สส.และ สว. โดยได้มีการหารือถึงทั้งค่าตอบแทนผู้ช่วย และผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.และ สว. รวมถึงเรื่องอื่นๆ จึงได้ลงนามตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง มีรองประธานวุฒิสภา ไปศึกษาภารกิจและระเบียบ ก.ร.ที่ไม่สอดคล้องกับการทำงานของรัฐสภาในยุคปัจจุบันโดยเร็ว รวมทั้งค่าตอบแทนผู้ช่วย และผู้เชี่ยวชาญ สส.-สว. และกองทุนต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปให้เร็วที่สุด

สกัดศึกเก้าอี้ กมธ.

นายโสภณได้ตรวจเยี่ยมบูธการหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจาก สส.ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้องประชุมชั้น 2 มีการเปิดรับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจาก สส.เป็นวันแรก โดยระบุว่า ปัญหาต่างๆ จะถูกส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหมือนการหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และในวันถัดไป จะแจ้งรายชื่อ สส.ที่มาหารือด้วยลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ เป็นมิติใหม่ที่ตนอยากให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ขณะที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรค ภท. ออกจากไลน์กลุ่มพรรค เนื่องจากไม่พอใจหลังไม่ได้รับการจัดสรรให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ในสภาผู้แทนราษฎรว่า คิดว่าในสภาวะที่เรามีปริมาณ สส.มากถึงขนาดนี้ ก็ต้องมีคนที่ผิดหวังเป็นธรรมดาในทุกรอบอยู่แล้ว แต่ตนคิดว่ายังมีอีกหลายตำแหน่งและหลายโอกาสที่เป็นเรื่องสำคัญ ภายในพรรคเราก็ต้องบริหารจัดการ อันนี้เราก็ต้องทำใจ ไปต่อ

เมื่อถามว่า หลักจริงๆ คุณสมบัติของนายณัฏฐ์ชนนไม่ได้ เป็นเพราะเหตุผลใด นายไชยชนกกล่าวว่า มันไม่ใช่ว่าคุณสมบัติไม่ได้ ตำแหน่งมันมีจำกัด แค่นั้นเอง

เมื่อถามถึงรายชื่อประธาน กมธ.ของพรรค ภท.ที่ออกมาจำนวน 14 คณะ ตรงกับที่พรรคพิจารณาหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า มีความใกล้เคียง ซึ่งเราจะเคาะในวันพฤหัสบดีนี้ (30 เม.ย.) ซึ่งยังงงอยู่ว่ารายชื่อหลุดมาได้อย่างไร เพราะยังไม่ได้ข้อสรุปร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อถามย้ำว่า มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ใช่หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า มีโอกาส แต่ชื่อที่ออกมาไม่ได้ถูกร้อยเปอร์เซ็นต์กับที่เราพิจารณา

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และเยียวยาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากภาวะการสู้รบในตะวันออกกลางนั้น

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอหารือแทรกการพิจารณา โดยถามถึงความชัดเจนที่นายโสภณจะนำชื่อนายณัฐพงษ์แต่งตั้งให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จากนั้นนายโสภณชี้แจงว่า “หากทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ผมก็ลง หากไม่มีอะไรขัดข้องผมลงนามแน่นอน”

ทำให้นายปกรณ์วุฒิซักว่า มีอะไรขัดข้องหรือไม่ถึงต้องใช้เวลานาน ทำให้นายโสภณตอบกลับว่า “เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของที่นี่ ไม่มีขัดข้อง ผมไม่ถ่วงเวลาหรอกครับ เสียเวลาเปล่าๆ”

เปิดตัว ครม.เงา

ต่อมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม.เงา ว่าจะมีการประชุม ครม.ทุกสัปดาห์ ทั้งนี้ได้มีการแบ่งงานเป็น 4 เสาหลักพร้อมผู้รับผิดชอบ คือ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ดูแลด้านเศรษฐกิจ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ดูแลการปฏิรูปรัฐ, นายเดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรคประชาชน ดูแลด้านคุณภาพชีวิตใหม่ และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ดูแลความมั่นคงใหม่ นอกจากนี้ยังมีทีม สส.มาเป็น ครม.พรรคประชาชน เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานและประชุมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

“มีการพูดคุย 4 เรื่องด่วนที่จะติดตามใกล้ชิดในช่วง 1 เดือนจากนี้ 1.มาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น ไทยช่วยไทยพลัส 2.โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งต้องมีการทบทวนว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร 3.เรื่องค่าไฟ ข้อเสนอของเราที่ดีกว่าในการปรับโครงสร้างพลังงานอย่างไร และ 4.เรื่องลมหายใจ รัฐบาลต้องเสนอกฎหมายปกป้องลมหายใจของคนไทย 2 ร่างสำคัญคือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ พ.ร.บ. PRTR กลับมาเดือนหน้าต่อภายใน 12 พ.ค.” นายณัฐพงษ์ระบุ

เมื่อถามว่า 4 วาระเร่งด่วนของ ครม.เงาที่จะเสนอให้ ครม.จริง คาดหวังการปรับ ครม.จริงด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การปรับหรือไม่ปรับอยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาล และความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย การตรวจสอบเรื่องการปรับ ครม.จะส่งผลสะเทือนหรือไม่ เราก็ทำเต็มที่

ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) รวมถึงนายกเมืองพัทยา พร้อมกันในวันที่ 28 มิ.ย.2569 ว่า ขณะนี้ในส่วนของ กกต.กทม.และ กกต.ชลบุรี ได้เริ่มดำเนินการตามแผนงานแล้ว ซึ่งก็ไม่มีความหนักใจ โดยได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดเตรียมความพร้อมในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งได้มีการนำบทเรียนจากการเลือกตั้ง สส.ครั้งที่ผ่านมา มาปรับปรุงเพื่อให้สอดรับกับการเลือกตั้ง

นายแสวงระบุว่า ซึ่งจะเป็นโมเดลใหม่ โดยจะนำ กปน.มืออาชีพมาใช้กับการเลือกตั้งใน กทม.ในพัทยา เพื่ออบรม กปน.ให้มีความเป็นมืออาชีพ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและให้เป็นที่ยอมรับ โดยผู้ได้รับเลือกเป็น กปน.จะต้องถูกอบรมจาก กกต.อย่างเข้มข้น และอาจจะได้รับหนังสือรับรองไลเซนส์ด้วย รวมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองผู้มาเป็น กปน. ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าว ผอ.กกต.ชลบุรีไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่กรณีการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 นั้น นายแสวงกล่าวว่า ยอมรับว่า จ.ชลบุรีเป็นพื้นที่มีการแข่งขันสูง ปัญหาที่ผ่านมาแม้จะมีประชาชนเข้ามาร้องเรียน แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับ ผอ.กกต.ชลบุรีด้วย ซึ่งความคืบหน้าในเรื่องคดีก็เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย

ด้านว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) กล่าวว่า ตอนนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ในส่วนของผู้ที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งที่งผู้ว่า ฯ และ สก. ในวันที่ 21 พ.ค.นี้

แต่ในส่วนของกฎหมายจัดตั้งนั้น ผู้ว่าฯ สามารถที่จะรักษาการได้ ส่วนเรื่องการจะลาออกหรือไม่นั้น เราเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูล ถ้ามีความจำเป็นท่านก็จะลาออกก่อน เพื่อที่จะให้มีการเลือกตั้งในวันเดียวกัน ซึ่งทางสำนักงาน กกต.ได้ประกาศเห็นชอบให้เลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ พร้อมกันกับเมืองพัทยา

ฟ้อง 157 นำโด่ง

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ จะลาออกนั้น ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์กล่าวว่า ได้ยินตามกระแสข่าว เพราะถ้ายื่นอย่างเป็นทางการยังไม่มี ถ้าจะยื่นลาออกต้องไปยื่นกับทางกระทรวงมหาดไทยเอง

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการยื่นบัญชีพยาน และความเห็นของพยานในคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า ขณะนี้สำนักงาน กกต.ได้จัดส่งบัญชีรายชื่อพยานทั้งหมด 11 คน โดย 7 คนเป็นคนจากสำนักงาน กกต. และอีก 4 คนเป็นคนนอก ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ในขณะนี้อยู่ในช่วงจัดทำความเห็นของพยานทั้งหมด เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเตรียมส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะเรียกพยานที่ กกต.ได้เสนอไปมาไต่สวนหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพยานที่เป็นพยานให้กับ กกต.ทุกคนมีความพร้อมที่จะไปให้การด้วยตัวเองถ้าศาลเรียก

นายแสวงกล่าวตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมทบทวนวิทยากรหลักสูตรพรรคการเมืองคุณภาพประจำปี 2569 รุ่นที่ 2 ภาคกลางและภาคใต้ ว่ากรณีที่มีการเรียกร้องให้มีการนำไอโหวต หรือการลงคะแนนเลือกตั้งผ่านด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นแนวคิดที่ กกต. พยายามจะเสนอใช้ในการเลือกตั้งทั่วประเทศ แต่ก็ยังไม่ผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. อย่างไรก็ตาม กกต.อาจจะนำระบบไอโหวตมาทดลองใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นไปก่อน เพราะสามารถทำได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย

ขณะที่ นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางจะครบรอบปีที่ 10 หลังจากเริ่มเปิดทำการมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2559 โดยช่วง 10 ปี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิจารณาคดีมาแล้ว 2,658 คดี โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิจารณาพิพากษาเสร็จ จำนวน 2,554 คดี หรือร้อยละ 96.08 มีคดีคงค้างจำนวน 103 คดี หรือร้อยละ 3.87 และไม่มีคดีคงค้างเกิน 1 ปี

นายสุริยัณห์กล่าวว่า ส่วนข้อหาที่ฟ้องอันดับ 1 เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำนวน 1,742 คดี 2.เจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์เป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จำนวน 222 คคี 3.เจ้าพนักงานทำหรือรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 จำนวน 204 คดี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...