ก็แค่..ความบันเทิง?
ไม่เคยศึกษา..ก็เร่งลงมือศึกษาสิครับ!
ผมหมายถึงคุณดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เปิดเผยว่า..
“สศช.ยังไม่เคยศึกษาเรื่อง แลนด์บริดจ์ แต่สิ่งที่สำนักงานทำในสมัยพลเอกประยุทธ์ เป็นเรื่องคลองไทย” น่ะ!
บอกตามตรง..แค่ได้อ่านหัวข้อ (เนื้อหายาว) ที่คุณณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์..
“จุดแตกหักที่อาบูดาบี : เมื่อ UAE ทิ้งไพ่โอเปก (OPEC) สั่นสะเทือนระเบียบพลังงานโลก และโอกาสทองบนเส้นทางแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ของไทย”
ใจ..พลันอยากให้เนรมิต “แลนด์บริดจ์” ขึ้นมาภายในวันพรุ่งนี้เลย ยิ่งอ่านท้ายข้อความ.. “มุมมองทางยุทธศาสตร์โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
การมองเห็นปัญหาเป็นเรื่องพื้นฐานที่ใครก็ทำได้ แต่การมองเห็น 'โอกาสในวิกฤต' คือหน้าที่ของนักยุทธศาสตร์
การที่ UAE ตัดสินใจออกจากโอเปกในจังหวะเดียวกับที่ไทยกำลังพัฒนาแลนด์บริดจ์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่มันคือโอกาสที่ประวัติศาสตร์หยิบยื่นให้หากเราอ่านกระแสโลกให้ออกและกล้าที่จะวางหมากอย่างมั่นใจ
ผมเชื่อว่าเราจะเปลี่ยนจากประเทศทางผ่าน ให้กลายเป็น 'ศูนย์กลางพลังงานแห่งเอเชีย' ได้อย่างแน่นอนครับ”
ประกอบกับได้อ่านบทสรุปของ รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม.. “ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องนำเสนอภาพจำใหม่ต่อประชาคมโลก
Land Bridge คือ 'Gateway of the Mainland' หรือประตูบานใหญ่ที่เชื่อมโยงทรัพยากร ทุน และเทคโนโลยีจากแผ่นดินใหญ่ของเอเชีย (อาเซียนและจีน) ออกสู่สองมหาสมุทร
การสร้างยุทธศาสตร์ที่ผนวกโครงข่ายทางราง การพัฒนาอุตสาหกรรมหลังท่า และการถ่วงดุลทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างชาญฉลาดเท่านั้น
ที่จะทำให้เมกะโปรเจกต์นี้แปรเปลี่ยนจากความฝันบนหน้ากระดาษ สู่การเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคเอเชียให้เติบโตอย่างยั่งยืนในศตวรรษที่ 21” ด้วยแล้ว..
สศช.จะพิรี้พิไร รอไรอีกล่ะ รีบศึกษาบัดเดี๋ยวนี้!
เออ..แต่นั่นว่าจะพิรี้พิไรอีกสักหน่อย แต่พอได้อ่านที่คุณเอกชัย ศรีวิชัย นักร้อง-ผู้กำกับภาพยนตร์คนดัง โพสต์..
“ผมได้ไปดูหนัง Micheal Jackson ขอพูดในความรู้สึกที่มีต่อเพจรีวิวหนัง (บางเพจ) ที่เขียน วิจารณ์ ตำหนิหนัง ที่มันไม่เป็นไปตามความรู้สึกตัวเอง (เช่นบอกว่าฟอกขาวให้ไมเคิล)
ในส่วนตัวผม ในฐานะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์คนหนึ่ง มองว่าหนังมันสมบูรณ์มาก (ในแง่ของความบันเทิง) ครบทุกรสชาติ
หนังสามารถดึงเราเข้าไปอยู่ในเรื่องราวที่เกิดขึ้นในทุกช่วงโอกาสที่ภาพยนตร์นำเสนอ สิ่งที่ไม่ถูกใจเพจรีวิวหนัง เท่าที่อ่านมา
คือคุณอยากดูในมุมมืดของศิลปิน อยากให้ขยายความตีแผ่ในมุมที่ไม่ดี อันนี้คือผมงงจริงๆ นะ คุณอยากได้อะไรจากภาพยนตร์กันแน่
อยากเห็นสันดานของศิลปิน อยากเห็นมุมแย่ของศิลปิน ผมแนะนำให้คุณไปทำชีวประวัติครอบครัวของคุณจะดีกว่า จะได้เห็นทุกมุมแล้วนั่งดูกันเองในครอบครัว สบายใจดี
คนดังในระดับโลก และประสบความสำเร็จขนาดนี้ สิ่งที่ภาพยนตร์นำเสนอมา มันแค่ครึ่งเดียวหรือส่วนเดียวใน 2 ชั่วโมง มันคือเสี้ยวชีวิตหนึ่งซึ่งรวบรวมมาให้เราเห็น ผมว่ามันคือที่สุด
สรุปโดยรวม ผมชอบภาพยนตร์เรื่องนี้มาก ผมไม่ได้ฟังเพลงภาษาอังกฤษออก แต่โดยภาพรวมทั้งหมดมันตอบโจทย์คำว่า บันเทิงของโลกภาพยนตร์สมบูรณ์แบบจริงๆ
ทั้งนักแสดง ทั้งโปรดักชัน มันคือที่สุด 100/10 ย้ำตรงนี้อีกครั้ง เพจที่รีวิวว่าไม่ดี แนะนำให้ไปสร้างเองแล้วดูกันเองนะครับ (อย่าเชื่อเพจที่รีวิวจนกว่าจะได้เห็นด้วยตาของคุณเอง)”..จบ
ก็..บอกกับตัวเองเลยว่า..ศุกร์นี้ต้องไปดู “Micheal Jackson” ในโรงหนังแล้วละ ไม่ใช่เพราะเชื่อคุณเอกชัย แต่ตั้งใจอยู่แล้ว แม้จะไม่ใช่แฟนคง-แฟนคลับก็จริง..
แต่เมื่อครั้งที่ “ไมเคิล แจ็กสัน” มาร้อง-มาเต้นลูบเป้าโชว์กลางสนามศุภชลาศัยในปี 2536 ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไปยืนให้เขาเบียดจนแทบหายใจไม่ออก!
แล้วมีหรือที่ผมจะพลาดเมื่อฮอลลีวูดได้นำชีวประวัติมาทำเป็นหนังน่ะ..จะฟังเพลงออก-ไม่ออกช่างมัน..
ผมดูแค่ความบันเทิง!.
สันต์ สะตอแมน