โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ปตท. ยกระดับมาตรการเข้ม รับมือวิกฤติพลังงานตะวันออกกลาง ยันโปร่งใส ไม่มีกักตุนน้ำมัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ปตท. ยกระดับมาตรการเข้ม รับมือวิกฤติพลังงานตะวันออกกลาง เร่งดำเนินการเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ยันโปร่งใส ไม่มีกักตุนน้ำมัน

นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุชและการโจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เริ่มขึ้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2569 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป รวมทั้งสินค้าอื่น ๆ ทั่วทุกภูมิภาคในทั่วโลกนั้น บริษัท ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทางพลังงานของประเทศ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการบริหารจัดการให้ประเทศได้เข้าถึงพลังงานได้อย่างเพียงพอและเป็นธรรม

ปตท.

ปตท. จึงขอชี้แจงถึงมาตรการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบต่อห่วงโซ่พลังงาน รวมทั้งการให้ความร่วมมือดำเนินการตามน โยบายของภาครัฐ มายังสาธารณชนเพื่อทราบข้อเท็จจริง ดังนี้

1. การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Managment : BCM)

จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดกั้นช่องแดบฮอร์มุซ ส่งผลให้การขนส่งพลังงานในเส้นทางดังกล่าวหยุดชะงัก ก่อให้เกิดความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกอย่างรุนแรง ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ การจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน การติดตามและประเมินผลกระทบ ตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งการจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพดลอด Supply chain

ปตท. จึงได้จัดตั้งศูนย์ PTT Incident Command System : PTT ICS และจัดให้มีการประชุมบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินทุกวันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหมดกว่า 37 ครั้ง จนถึงปัจจุบันและยังคงดำเนินการต่อไป จากสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลาย

2. ระบบการจัดหาน้ำมันดิบ

ปตท. บริหารจัดการและกระจายความเสี่ยงในการจัดหาน้ำมันดิบจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ลดการพึ่งพาแหล่งตะวันออกกลาง โดยมีการนำเข้าน้ำน้ำน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศแอฟริกาตะวันตก ลาตินอเมริกา และมาเลเซีย ผ่านโครงการ P1 และเครือข่ายของ PTT Trading ทดแทนน้ำมันดิบที่ไม่สามารถจัดหาได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งรวมถึงเรือที่ติดค้างอยู่ภายในช่องแคบฮอร์มุช เพื่อให้โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. สามารถดำเนินการผลิตได้เต็มกำลังและสามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูปทุกประเภทได้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ แม้ว่าค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ปรับเพิ่มขึ้น

รวมถึงการงดการส่งออกตามนโยบายของภาครัฐ โดยได้จัดหาและนำเข้าน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นในในกลุ่ม ปตท. ในช่วงเดือน มี.ค. ถึง พ.ค. 2569 กว่า 70 เที่ยวเรือ โดยจัดหามาจากตะวันออกกลางประมาณ 30% และจากภูมิภาคอื่น ๆ 70% ซึ่งถือมีระยะเวลาการเดินทางที่นานขึ้น จึงต้องจัดหาล่วงหน้าจาก 45-60 วัน เป็น 90 วัน

ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและช่องแคบกลับมาเปิด อาจเกิดภาวะอุปทานเกินความต้องการ ซึ่งอาจทำให้ต้องขายน้ำมันดิบส่วนเกินที่จัดหาเพิ่มเติมไว้ล่วงหน้า ในราคาที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ตลาดโลกในเวลาต่อมา

3. ประสิทธิภาพของโรงกลั่น

ในช่วงที่ผ่านมา โรงกลั่นมีการลงทุนเพื่อเสริมความยืดหยุ่นและความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งเป็นการลงทุนล่วงหน้ากว่า 110,000 ล้านบาท ในระหว่างปี 2564 ถึง 2568 ทำให้โรงกลั่นทั้ง 3 แห่งของกลุ่ม ปตท. สามารถปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดิบจากแหล่งอื่นได้ทันทีโดยไม่กระทบต่อปริมาณการผลิตและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และดำเนินการกลั่นอย่างเต็มกำลังของโรงกลั่น โดยในช่วงภาวะวิกฤตที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. เดินเครื่องโรงกลั่นเฉลี่ยกว่า 105% แม้ว่าโรงกลั่นในภูมิภาคจะลดกำลังการกลั่น เนื่องจากประสบปัญหาในการจัดหาน้ำมันดิบและมีความเสี่ยงด้านราคาสูงขึ้น

พร้อมกันนี้ โรงกลั่นน้ำมันในกลุ่ม ปตท. ยังคงดำเนินการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดีเซลให้มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ ซึ่งทำให้ปริมาณผลิดของน้ำมันสำเร็จรูปชนิดอื่น เช่น น้ำมันเบนชิน น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเตา เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปมีแนวโน้มลดลงจากราคาที่เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ทุกโรงกลั่นจำเป็นต้องบริหารจัดเก็บสินค้าคงคลังของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ ที่เกินความต้องการในประเทศ รวมถึงรับการะค่าใช้จ่ายดำเนินการต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น

นางสาวภัทรลดา สง่าแสง

4. การสำรองและบริหารสินค้าคงคลัง

ปัจจุบันโรงกลั่นกลุ่ม ปตท. มีสินค้าคงคลังน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบพร้อมใช้สำหรับผลิตสูงกว่าปริมาณสำรองตามกฎหมายของน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบ โดยช่วงที่ปิดช่องแคบฮอร์มุชและการ โจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มขึ้น ความต้องการน้ำมันดีเซลของประเทศสูงขึ้นจากระดับปกติที่ประมาณ 70 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 80-90 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้โรงกลั่นต้องดำเนินการกลั่นอย่างเต็มกำลังของโรงกลั่นตามนโยบายของภาครัฐ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ

รวมถึงดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำมันหน้าสถานีบริการขาดแคลนในช่วงแรกของวิกฤต แม้ว่าช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ความต้องการน้ำมันในประเทศยังคงแกว่งตัวสูงในระดับประมาณ 30-90 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ยังคงดำเนินการผลิตเต็มที่ ภายได้ข้อจำกัดการแกว่งตัวของความต้องการรายวันของลูกค้าและความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันคงคลังที่มีอยู่ เพื่อให้ปริมาณน้ำมันดีเชลเพียงพอกับความต้องการในประเทศ

5. การกำหนดราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปให้ลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ ในช่วงสถานการณ์วิกฤติ

กลุ่ม ปตท. จำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปให้ Jobber ประจำในราคาขายเท่าราคาหน้าสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ (ไม่รวมภาษีเทศบาล) เพื่อให้สามารถนำน้ำมันสำเร็จรูปไปจำหน่ายต่อประชาชน และลูกค้กค้าปลายทาง (ภาคขนส่ง ภาคเกษตรกรรมและอื่น ๆ) ทั่วประเทศภายใต้ระบบการขนส่งและจัดจำหน่ายของลูกค้าเอง (Customer Logistics System) อย่างทั่วถึง

6. การบริหารจัดการทางการเงิน

การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและการดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นที่ใกล้ขึ้น มีระยะเวลาขนส่งทางเรือนานขึ้น ส่งผลให้กลุ่ม ปตท. ต้องสำรองสภาพคล่องส่วนเพิ่มจากเงินกู้ธนาคารและมีภาระต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประกอบด้วย

  • หลักประกันในการจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) ประมาณ 63,000 ล้านบาท
  • เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) สำหรับการจัดหาน้ำมันและก๊าซ เพิ่มขึ้นประมาณ 137,000 ล้านบาท
  • เงินค้างชำระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการชดเชยราคา ประมาณ 35,000 ล้านบาท

รวมภาระสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นกว่า 230,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้เกิดต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึงกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 7,000 ล้านบาทต่อปี ต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การดำเนินธุรกิจตามปกติและไม่ได้ส่งผ่านในราคาน้ำมันให้เป็นภาระของผู้บริโภค แต่เป็นต้นทุนจากการลดความเสี่ยงของประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน

ปตท.

7. การดำเนินงานและการรายงานข้อมูลอย่างโปร่งใสของกลุ่ม ปตท.

กลุ่ม ปตท. ยืนยันว่าไม่มีการกักตุนน้ำมันสำเร็จรูปในช่วงที่ความต้องการในประเทศอยู่ในระดับสูง โดยได้ดำเนินการผลิตและกระจายน้ำมันอย่างเต็มกำลัง พร้อมบริหารจัดการ Supply Chain อย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอเเละต่อเนื่อง และสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย

พร้อมทั้งดำเนินการเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำมันในระบบตลอด Supply Chain ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบ การผลิตของโรงกลั่น การขนส่งและการกระจายน้ำมัน ไปจนถึงการจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปผ่านเว็บไซด์ของ ปตท. เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

นอกจากนี้ มีการรายงานแผนและปริมาณการจัดหาและจัดจำหน่ายต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง อาทิ ปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน ข้อมูลการนำเข้าและส่งออกน้ำมัน ต้นทุนและราคาขาย ปริมาณและสถานที่เก็บน้ำมันที่นำเข้า ซื้อ กลั่น ผลิตได้มา จำหน่ายและที่เหลืออยู่ และปริมาณาณน้ำมันคงคลังแต่ละชนิด รวมถึงดำเนินการชำระภาษีสรรพสามิตโดยครบถ้วน

8. การกำกับดูแลกิจการ

กลุ่ม ปตท. ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส โดยในระหว่างที่เกิดสถานการณ์วิกฤตข้างต้น บริษัทในกลุ่ม ปตท. ทุกแห่งได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและการสำรองพลังงาน ส่งผลให้ประเทศผ่านพื้นช่วงวิกฤตมาได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Way of Conduct) และยกระดับความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ

ปตท. ในฐานะบริษัทแม่ จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งตั้ง "คณะกรรมการตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานโรงกลั่นและการค้าน้ำมันของบริษัทในกลุ่ม ปตท." เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึกตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบ กระบวนการผลิต การจัดเก็บ ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อยืนยันความถูกต้อง ประสิทธิภาพ และความสอดคล้องกับกฎหมายและนโยบายภาครัฐ พร้อมทั้งนำข้อครวจพบมาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความเป็นเลิศและโปร่งใสอย่างต่อเนื่องต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...