PTTEP จับตาประกาศงบพรุ่งนี้ โบรกคาดกำไรกว่า 8 พันลบ.
#PTTEP #ทันหุ้น-โบรกเกอร์คาดการณ์ว่าบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ PTTEP จะประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 ในวันพรุ่งนี้(30 เม.ย.69) ซึ่งคาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่กว่า 8 พันล้านบาท แต่หากตัดรายการพิเศษที่เกิดจาก oil hedging loss ก้อนใหญ่ จะมีกำไรปกติอยู่ในระดับ 1.68 หมื่นล้านบาท ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/69 คาดว่ากำไรปกติเติบโต ตามราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง โดยโบรกเกอร์ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไร และราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น
บล.ดาโอ(ประเทศไทย) คาดว่า PTTEP จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 8.3 พันล้านบาท ลดลง 50% YoY และลดลง 52% QoQ หลักๆ จากากรรับรู้ผลขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงิน (hedging loss) ที่เป็นไปได้ แต่หากไม่รวมรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 1.68 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY และเพิ่มขึ้น 4% QoQ
โดยคาดว่า PTTEP จะรายงานปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงเป็นสถิติใหม่ต่อเนื่องที่ 550 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (kboed) (+14% YoY, +2% QoQ) โดยมีแรงหนุนหลักๆจากการรับรู้แปลง A-18 ในพื้นที่ MTJDA และโครงการ Touat และปริมาณขายที่สูงขึ้นของโครงการในอ่าวไทย
ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ของ PTTEP ขึ้นเป็น 6.74 หมื่นล้านบาท และ 6.30 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6.03 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนสมมติฐาน gas ASP และราคาน้ำมันดิบดูไบที่สูงขึ้น โดยได้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 160 บาทจากเดิมที่ 120 บาท แนะนำถือ โดยเชื่อว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 จะโต แต่แนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสม
บล.เอเซีย พลัส คาดว่า PTTEP จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 8.6 พันล้านบาท ลดลง 50.7% QoQ ถูกกดดันจากรายการพิเศษที่สุทธิพลิกกลับมาเป็นค่าใช้จ่ายรวมสูงราว 8.9 พันล้านบาท แต่หากพิจารณษกำไรปกติจะอยู่ที่ราว 1.7 หมื่นล้านบาท รับผลบวกจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ที่คาดจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 45.8 จาก 42.6 เหรียญฯต่อบาร์เรล ตามราคาขาย liquid ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 75.0 จาก 67.0 เหรียญฯ ซึ่งอาจจะยังเพิ่มขึ้นไม่ได้ตามราคาในตลาดโลก เพราะปกติจะมี lag-time จากราคาดูไบราว 1-2 เดือน แต่คาดจะเห็นราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นมีนัยฯ
ขณะที่ปริมาณขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ราว 5.5 จาก 5.4 แสนบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากมีการเรียก Gas Nomination ในอ่าวไทย และโครงการไทย-มาเลเซีย เพิ่มขึ้น ตามความต้องการช่วงวิกฤตพลังงาน และต้นทุนต่อหน่วยที่คาดจะลดลงมาอยู่ราว 30.0 จาก 32.2 เหรียญฯต่อบาร์เรลจากต้นทุนสำรวจ, OPEX และ G&A ที่ลดลงจากงวดก่อนหน้า
สำหรับแนวโน้มกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2/69 มองว่า จะขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. เป็นหลัก โดยแบ่งเป็น 2 แนวทาง 1) ถ้าสงครามจบ ราคาน้ำมันลดลงจากปัจจุบัน แนวโน้มกำไรปกติคาดจะประคองตัวใกล้เคียงกับงวดไตรมาส 1/69 และ 2) ถ้าสงครามยืดเยื้อราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง
ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ได้ทำการปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบอ้างอิงดูไบในปี 2569 มาอยู่ที่ 80 เหรียญฯต่อบาร์เรล และในปี 2570 ที่ 75 เหรียญฯต่อบาร์เรล และระยะยาวตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ทรงตัวที่ 70 เหรียญฯต่อบาร์เรล จากสมมติฐานเดิมที่ตั้งแต่ปี 2569 อยู่ที่ 70 เหรียญฯต่อบาร์เรล สะท้อนสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นและคาดจะค่อยๆคลี่คลายในที่สุด ส่งผลให้ภายใต้ประมาณการใหม่ คาดการณ์กำไรปกติปี 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 6.8 หมื่นล้านบาท จากเดิม 5.6 หมื่นล้านบาท เติบโต 21.1%yoy รับผลบวกจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 5.6 จาก 5.1 แสนบาร์เรลต่อวัน และราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นตามสมมติฐานราคาขายก๊าซฯที่ 6.0 จาก 5.8 เหรียญฯต่อล้านบีทียู และแนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบที่กำหนดไว้ตามสมมติฐาน
โดยได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น PTTEP ขึ้นเป็น 170 บาท จากเดิมอยู่ที่ 150 บาท ยังคงแนะนำซื้อ
บล.ทิสโก้ แนะนำซื้อหุ้น PTTEP ให้ราคาเป้าหมายที่ 166 บาท คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยุ่ที่ 8.1 พันล้านบาท ลดลง 54% QoQ และลดลง 51% YoY การลดลงส่วนใหญ่เกิดจากผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันรวม 8.3 พันล้านบาท หากไม่รวมรายการต่างๆ จะมีกำไรจากธุรกิจหลักอยู่ที่ 1.67 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% QoQ และเพิ่มขึ้น 30% YoY
นอกจากนี้คาดว่ากำไรไตรมาส 2/69 ของ PTTEP จะฟื้นตัว QoQ โดยได้รับการสนับสนุนจากการกลับตัวของผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงด้านน้ำมันจำนวนมากที่รับรู้ในไตรมาส 1/69 การดำเนินงานหลักควรจะรักษาระดับโมเมนตัมที่ดีไว้ได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากการปรับราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ล่าช้าตามราคาน้ำมันที่สูง ปริมาณการผลิตที่สูงอย่างต่อเนื่อง
บล.กรุงศรี ได้ปรับลดคำแนะนำในหุ้น PTTEP ลงเป็นถือ จากเดิมแนะนำซื้อ และคงราคาเป้าหมายอยุ่ที่ 160 บาท จากส่วนต่างราคาซื้อขายที่เริ่มจำกัด สะท้อนตลาดรับรู้ปัจจัยบวก supply น้ำมันดิบตึงตัวจากการขนส่งพลังงานผ่านฮอร์มุซ ส่วนผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิที่ 8,338 ล้านบาท ลดลง 50% YoY ลดลง 52% QoQ แต่หากตัดรายการ oil hedging loss ก้อนใหญ่ราว 8,131 ล้านบาท จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 16,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY และเพิ่มขึ้น 12% QoQ และคาดว่าแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/69 จะฟื้นตัว YoY และ QoQ มาที่ระดับเหนือ 2 หมื่นล้านบาท คาดได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูงเต็มไตรมาส