โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พยัคฆ์ไพร ลุยแจ้งข้อหากราวรูด ขบวนการเขมือบป่าเขาปากเตรียม จ.ระนอง

เดลินิวส์

อัพเดต 29 เมษายน 2569 เวลา 22.34 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
พยัคฆ์ไพร ลุยแจ้งข้อหากราวรูด ขบวนการเขมือบป่าเขาปากเตรียม จ.ระนอง หลักฐานมัดแน่นหนา ขยายอาณาเขตกินเข้าไป ทั้งในพื้นที่อุทยานฯ และป่าสงวนแห่งชาติ ใช้เอกสารอ้างสิทธิ “น.ส.3 ก.” แต่แอบลักลอบเข้าไปตัดไม้ใหญ่มีค่าทั้งผืนป่า

ความคืบหน้า กรณีเดลีโฟกัส ตามเกาะติดการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม อ.สุขสำราญ จ.ระนอง กระทั่งกรมป่าไม้ แจ้งความดำเนินคดีที่บช.ก. เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนายทุน-เจ้าหน้าที่รัฐนอกรีต พร้อมเร่งดำเนินการเพิกถอน น.ส.3 ก. ที่ทับบนผืนป่า โดยเชื่อว่าเป้าประสงค์ของกลุ่มทุน เร่งระดมตัดไม้ใหญ่มีค่าทำลายสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ มุ่งหวังเร่งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไว้รองรับโครงการเมกะโปรเจกต์ “แลนด์บริดจ์” ล่าสุด นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร สนธิกำลังหลายหน่วย ระดมกำลังไปขนไม้ซุงของกลาง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจส่วนกลาง รายงานบรรยากาศการขนย้ายไม้ซุงของกลางชักลากลงมาจากเขาปากเตรียม เป็นวันที่ 2 ไปเก็บรักษาไว้บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ โดยชุดพยัคฆ์ไพรยังคงสนธิกำลังร่วมกับสำนักจัดการพื้นที่ป่าไม้ที่ 11 สุราษฎร์ธานี, ตำรวจ ปทส., ฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยการสนับสนุนเครื่องจักร และรถขนย้ายจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคใต้ (สุราษฎร์ธานี) แต่การดำเนินการยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จากเดิมที่คาดว่าจะขนไม้ของกลางจำนวน 438 ท่อนให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน เนื่องจากมีปัญหาเส้นทางขนย้ายที่มีความลาดชันสูงจึงค่อนข้างล่าช้า โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา สามารถเคลื่อนย้ายไม้ซุงลงมาได้เพียง 8 ท่อนเท่านั้น จึงวางแผนขอความร่วมมือระดมเครื่องจักร และรถบรรทุกที่มีขีดความสามารถสูงมาช่วยสนับสนุน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบพบกองไม้ที่ถูกตัดแยกออกมากองรวมไว้นอกพื้นที่ป่าปากเตรียม ซึ่งทั้งหมดเป็นไม้มีค่าหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 โดยพบร่องรอยหลักฐานการแผ้วถางผืนป่า เพื่อเปิดทางขึ้นไปตัดไม้ใหญ่บนยอดเขา นอกจากนี้ยังมี “ตอไม้” กระจายในพื้นที่อีกกว่า 10 ตอ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับพิกัดโดยรอบแปลงเป้าหมาย และนำอากาศยานไร้คนขับ ขึ้นบินรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นำมาตรวจสอบกับฐานข้อมูลในระบบสารสนเทศกรมป่าไม้ พบว่าอยู่ในเขตพื้นที่ป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 จำนวน 47-2-49 ไร่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน จำนวน 14-2-16 ไร่ และมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานมสาว แปลงที่ 2 ท้องที่ตำบลคุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา จำนวน 1-2-53 ไร่ โดยทั้งหมดอยู่นอกแปลงเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.

เบื้องต้นจึงได้ตรวจยึดพื้นที่ทั้งหมดพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความกล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปทส. ตามมาตรา 11, ม.54, ม.55, ม.69, ม.72 ตรี และ ม.73 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, ม.31, ม.26/4 และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 เพื่อสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

ด้านนายชาญชัย หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า ได้นำหลักฐานการตรวจยึด ลงบันทึกประจำวันที่ สภ.สุขสำราญ จากนั้นจะนำพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับคณะพนักงานสอบสวน ที่ บก.ปทส. เพื่อให้สอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ในข้อหาทำไม้, บุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าสงวนฯ, บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ โดยได้มอบหลักฐานรายชื่อผู้ถือครองที่ดินบริเวณใกล้เคียงต่อคณะพนักงานสอบสวนด้วย ส่วนการตรวจสอบด้วยการซ้อนแผนที่ “ระวางที่ดิน” ของชุดพยัคฆ์ไพร พบการทำไม้นอกแปลงเอกสารรวมทั้งหมด 4 จุด จุดนี้เป็นจุดแรกที่เข้าตรวจยึดพื้นที่และดำเนินคดี ส่วนอีก 3 จุดที่เหลืออยู่บนเขาปากเตรียม แต่ละแปลงมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 100 ไร่ ซึ่งข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบพบยืนยันว่ามีการอ้างเอกสารสิทธิ “น.ส.3 ก.” แล้วบุกรุกพื้นที่ป่าเข้าไปตัดไม้มาสวมในแปลงเอกสารจริง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...