พยัคฆ์ไพร ลุยแจ้งข้อหากราวรูด ขบวนการเขมือบป่าเขาปากเตรียม จ.ระนอง
ความคืบหน้า กรณีเดลีโฟกัส ตามเกาะติดการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม อ.สุขสำราญ จ.ระนอง กระทั่งกรมป่าไม้ แจ้งความดำเนินคดีที่บช.ก. เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนายทุน-เจ้าหน้าที่รัฐนอกรีต พร้อมเร่งดำเนินการเพิกถอน น.ส.3 ก. ที่ทับบนผืนป่า โดยเชื่อว่าเป้าประสงค์ของกลุ่มทุน เร่งระดมตัดไม้ใหญ่มีค่าทำลายสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ มุ่งหวังเร่งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไว้รองรับโครงการเมกะโปรเจกต์ “แลนด์บริดจ์” ล่าสุด นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร สนธิกำลังหลายหน่วย ระดมกำลังไปขนไม้ซุงของกลาง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจส่วนกลาง รายงานบรรยากาศการขนย้ายไม้ซุงของกลางชักลากลงมาจากเขาปากเตรียม เป็นวันที่ 2 ไปเก็บรักษาไว้บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ โดยชุดพยัคฆ์ไพรยังคงสนธิกำลังร่วมกับสำนักจัดการพื้นที่ป่าไม้ที่ 11 สุราษฎร์ธานี, ตำรวจ ปทส., ฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยการสนับสนุนเครื่องจักร และรถขนย้ายจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคใต้ (สุราษฎร์ธานี) แต่การดำเนินการยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จากเดิมที่คาดว่าจะขนไม้ของกลางจำนวน 438 ท่อนให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน เนื่องจากมีปัญหาเส้นทางขนย้ายที่มีความลาดชันสูงจึงค่อนข้างล่าช้า โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา สามารถเคลื่อนย้ายไม้ซุงลงมาได้เพียง 8 ท่อนเท่านั้น จึงวางแผนขอความร่วมมือระดมเครื่องจักร และรถบรรทุกที่มีขีดความสามารถสูงมาช่วยสนับสนุน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบพบกองไม้ที่ถูกตัดแยกออกมากองรวมไว้นอกพื้นที่ป่าปากเตรียม ซึ่งทั้งหมดเป็นไม้มีค่าหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 โดยพบร่องรอยหลักฐานการแผ้วถางผืนป่า เพื่อเปิดทางขึ้นไปตัดไม้ใหญ่บนยอดเขา นอกจากนี้ยังมี “ตอไม้” กระจายในพื้นที่อีกกว่า 10 ตอ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับพิกัดโดยรอบแปลงเป้าหมาย และนำอากาศยานไร้คนขับ ขึ้นบินรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นำมาตรวจสอบกับฐานข้อมูลในระบบสารสนเทศกรมป่าไม้ พบว่าอยู่ในเขตพื้นที่ป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 จำนวน 47-2-49 ไร่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน จำนวน 14-2-16 ไร่ และมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานมสาว แปลงที่ 2 ท้องที่ตำบลคุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา จำนวน 1-2-53 ไร่ โดยทั้งหมดอยู่นอกแปลงเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.
เบื้องต้นจึงได้ตรวจยึดพื้นที่ทั้งหมดพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความกล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปทส. ตามมาตรา 11, ม.54, ม.55, ม.69, ม.72 ตรี และ ม.73 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, ม.31, ม.26/4 และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 เพื่อสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
ด้านนายชาญชัย หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า ได้นำหลักฐานการตรวจยึด ลงบันทึกประจำวันที่ สภ.สุขสำราญ จากนั้นจะนำพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับคณะพนักงานสอบสวน ที่ บก.ปทส. เพื่อให้สอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ในข้อหาทำไม้, บุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าสงวนฯ, บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ โดยได้มอบหลักฐานรายชื่อผู้ถือครองที่ดินบริเวณใกล้เคียงต่อคณะพนักงานสอบสวนด้วย ส่วนการตรวจสอบด้วยการซ้อนแผนที่ “ระวางที่ดิน” ของชุดพยัคฆ์ไพร พบการทำไม้นอกแปลงเอกสารรวมทั้งหมด 4 จุด จุดนี้เป็นจุดแรกที่เข้าตรวจยึดพื้นที่และดำเนินคดี ส่วนอีก 3 จุดที่เหลืออยู่บนเขาปากเตรียม แต่ละแปลงมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 100 ไร่ ซึ่งข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบพบยืนยันว่ามีการอ้างเอกสารสิทธิ “น.ส.3 ก.” แล้วบุกรุกพื้นที่ป่าเข้าไปตัดไม้มาสวมในแปลงเอกสารจริง.