“ราคาน้ำมัน” ผันผวน หลัง OPEC หั่นคาดการณ์ดีมานด์โลกเหลือ 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน
"ราคาน้ำมัน" ผันผวน หลัง OPEC หั่นคาดการณ์ดีมานด์โลกเหลือ 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะ IEA เตือนอาจเผชิญความผันผวนรุนแรงจากสงครามตะวันออกกลาง-ปิดฮอร์มุซ
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.50 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวผันผวนในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) หลังนักลงทุนประเมินแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันที่ชะลอตัวลงตามการคาดการณ์ล่าสุดของ OPEC ขณะเดียวกัน International Energy Agency (IEA) เตือนว่าตลาดน้ำมันโลกอาจเผชิญความผันผวนมากขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 0.21% มาอยู่ที่ 105.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 0.16% อยู่ที่ 100.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเปิดตลาดในแดนบวกเพียงเล็กน้อย
OPEC ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569 ลงเหลือประมาณ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิม 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในรายงานประจำเดือนฉบับล่าสุด ขณะที่กำลังการผลิตของกลุ่มลดลง 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน เม.ย. และลดลงรวมกว่า 30% หรือราว 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.
รายงานดังกล่าวยังเป็นครั้งสุดท้ายที่รวมข้อมูลของ United Arab Emirates หลังยูเออีถอนตัวออกจาก OPEC อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พ.ค.
ด้าน IEA ระบุว่า สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมากว่า 10 สัปดาห์ ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนสต็อกน้ำมันโลกถูกดึงออกมาใช้ในอัตราที่เร็วเป็นประวัติการณ์ โดยขณะนี้ปริมาณน้ำมันที่หายไปจากตลาดโลกมีมากกว่า 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน และยอดรวมการสูญเสียจากผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียทะลุ 1 พันล้านบาร์เรลแล้ว
IEA เตือนว่า ตลาดอาจเผชิญความผันผวนด้านราคามากขึ้นในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันสูงสุดของปี
นักวิเคราะห์จาก ING Group ระบุว่า ระยะเวลาที่ราคาพลังงานจะยังอยู่ในระดับสูงยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงความเสี่ยงที่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลางอาจได้รับความเสียหายเพิ่มเติมจากความขัดแย้ง
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง อย่างใกล้ชิด โดย คาร์ลอส กูเตียร์เรซ อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า จีนต้องการให้สงครามยุติลงไม่ต่างจากสหรัฐฯ เนื่องจากจีนเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่า “ปธน.สีต้องการให้สงครามครั้งนี้จบลงพอ ๆ กับที่ปธน.ทรัมป์ต้องการ”
อ้างอิง : cnbc.com