โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ นำตำรวจแถลงโชว์ผลงาน ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด 8 เดือนจับกุม 1.84 แสนคดี

The Reporters

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 10.12 น.

นายกฯ นำตำรวจแถลงโชว์ผลงาน ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด 8 เดือนจับกุม 1.84 แสนคดี ยึดของกลางได้ 915 ล้านเม็ด อายัดทรัพย์กว่า 7,100 ล้านบาท เตือนพ่อค้ายาไปหาอย่างอื่นทำ ลั่น “ตราบใดยังเป็นหัวหน้ารัฐบาลนี้ ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น”

วันนี้ (12 พ.ค. 69) เวลา 14.50 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของตำรวจ ในห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 พฤษภาคม 2569 โดยมี พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมงาน

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากที่เราได้มาแถลงข่าวจากการครั้งก่อนเมื่อ 19 มกราคม 2569 ที่ยังเป็นรัฐบาลที่แล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการติดตามขยายผลการจับกุมและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ อย่างต่อเนื่องจริงจัง จนถึงวันนี้ผลการปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้จำนวนมาก ถึง 1.84 แสนคดี ผลการปฏิบัติงานสะท้อนเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแท้จริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันปฏิบัติการต่อสู้กับผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ยืนยันรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ รวมทั้งช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันทำงานอย่างจริงจังและยกระดับการจัดการ ปัญหายาเสพติดตลอดจนแสดงถึงความร่วมมือระหว่างประเทศให้ครบทุกมิติ

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความจริงจังกับเรื่องนี้และให้ความสำคัญเป็นอันมาก มุ่งมั่นที่จะเอาชนะขบวนการค้ายาเสพติด ให้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะทุกคนรู้ดีว่ายาเสพติด คือภัยคุกคามอย่างร้ายแรงส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนและสังคมไทย ในการนี้ตนขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปปส. กองทัพ ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ร่วมกันปฏิบัติงานทุ่มเทเสียสละ เสี่ยงชีวิตเพื่อเข้าไปช่วยกันขจัดภัยที่ร้ายแรงของประเทศชาติ และเพื่อความสงบสุขของประชาชน ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจ ดำเนินการโดยปราศจากความเหนื่อยท้อแท้หลายครั้งเข้าไปก็มีความอันตราย มีการปะทะกัน แต่พวกเราทุกคนไม่มีใครบาดเจ็บเสียชีวิต นี่เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกปลื้มใจและดีใจเป็นอย่างมาก

“ผมโชคดีที่ได้มีความเป็นสหายกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนระดับปฏิบัติการก็คบค้าสมาคม ฉะนั้นการติดต่อส่งข้อมูลข่าวสาร การยืนยันการให้ความสนับสนุน ให้กำลังใจจากตัวผม ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไปยังเจ้าหน้าที่ทุกคน ตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาและระดับปฏิบัติ เราทำกันทุกรูปแบบ ทั้งในแบบของทางการและผู้ปฏิบัติการเพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ทำลงไปคือสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีอิทธิพลไหนที่จะมาทำให้คนที่อยู่ต่อหน้าพวกท่านไขว้เขวได้ นี่คือความมั่นคงของประเทศไทย ไม่มีสิ่งใดที่จะเบี่ยงเบนหรือทำให้เราให้ความร่วมมือใดกับกระบวนการยาเสพติดได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนอยากจะเรียนถึงผู้ที่จะต้องการจะกระทำความผิด ต้องคิดว่าที่ผ่านมา 6-7 เดือน พวกท่านก็คงบาดเจ็บไปเยอะแล้ว กำไรทั้งหมดก็อยู่ตรงนี้แล้ว และเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำแล้ว ยิ่งเพิ่มจำนวนเข้ามาในระบบเท่าไหร่ก็ไม่พ้นความสามารถของเจ้าหน้าที่ของไทยในการที่จะเข้าไปขจัดและปราบปราม เราถือว่าท่านเป็นศัตรู ไม่ใช่เป็นคนที่ปรารถนาดีกับประเทศชาติของเรา เราในที่นี้ทุกคนมีหน้าที่ทำให้ท่านพินาศ ทำให้ท่านมลายหายไป และอยู่บนพื้นแผ่นดินนี้ไม่ได้ ตนขอเน้นย้ำว่าเลิกเสียแล้วไปหาสิ่งอื่น ๆ ที่ถูกทำ

สำหรับพี่น้องประชาชนลูกหลานเยาวชนที่ตกอยู่ในสิ่งเหล่านี้ก็ขอให้เชื่อว่า ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ในการเสพสิ่งเหล่านี้ทั้งการขาย การลำเลียง การขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพผู้ค้า ผู้สนับสนุนมีแต่คดีที่ร้ายแรงติดตัวทั้งนั้น และเป็นคดีที่ยอมความไม่ได้เป็นคดีที่ทำให้ต้องพรากจากคนที่ท่านรัก และอิสรภาพที่ท่านเคยมีอยู่ ซึ่งคดีมีบทลงโทษที่รุนแรงมากถึงขั้นประหารชีวิต ต่อให้รอดการประหาร โทษก็จำคุกก็เป็น 10 ปีขึ้นไปหรือถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต ไม่เป็นสิ่งดีต่อท่านเลย และเราก็ยอมท่านไม่ได้ แม้ด้วยยอมความสงสาร พวกเราทุกคนเคยเห็นผู้ค้าผู้ขนส่ง ผู้ร่วมขบวนการยาเสพติด ซึ่งความเป็นพ่อเป็นแม่ของเขา ออกมาห่วงใยครอบครัว ความห่วงใยบุพการีของเขา ทุกอย่างทั้งปวงออกมาเราก็สงสารมาก แต่เราไม่สามารถที่จะลดหย่อนผ่อนโทษให้ได้ ซึ่งตราบใดที่ตนยังเป็นหัวหน้ารัฐบาลชุดนี้อยู่ สิ่งเหล่านี้ก็จะดำเนินต่อไปและจะยิ่งทวีความเข้มข้นมากไปเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และกองทัพ หากขอรับการสนับสนุนใด ๆ จากรัฐบาลเพื่อปราบปรามยาเสพติด รัฐบาลจะให้การสนับสนุนทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นการที่จะไปดำเนินการปราบปรามสิ่งเหล่านี้จะมีแต่ความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเตือนมาด้วยความห่วงใยมาว่า อย่าได้ทำสิ่งเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 11 พฤษภาคม 2569 ในการขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ ส่งผลให้สามารถจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้จำนวน 183,979 คดี และยึดของกลางได้จำนวนมาก อาทิ ยาบ้า 915 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 34,116 กิโลกรัม เฮโรอีน 756 กิโลกรัม คีตามีน 5,222 กิโลกรัม ยาอี 274,880 เม็ด พร้อมอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดได้มูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท

ขณะที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้มีการติดตามคดีรายสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ การขยายผลจับยาไอซ์ เครือข่ายวัยรุ่นข้ามภาค ยึดของกลางได้ 498 กิโลกรัม ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แกะรอยบิ๊กดาต้า รวบแก๊งขนยาข้ามภาคคารถ 3 คัน ที่จังหวัดชัยภูมิ แกะรอยพัสดุเอกชนข้ามภาคยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 6.96 ล้านเม็ด ที่จังหวัดเชียงใหม่และกระบี่ เป็นต้น

ด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาล สามารถสกัดจับรถตู้ซุกไอซ์ 300 กิโลกรัมใต้หลังคา ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถขยายผลจับยึดยาบ้า 9.5 ล้านเม็ด ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สามารถสกัดและจับกุม ยึดยาบ้า 1.9 ล้านเม็ดและไอซ์ 597 กิโลกรัม พร้อมรวบสองผู้ต้องหา ที่จังหวัดนครพนม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับ รฟท. สามารถจับกุม 3 ชาวต่างชาติ พร้อมกับยาไอซ์ 100 กิโลกรัม ระหว่างลำเลียงบนรถไฟขบวนที่ 134 (หนองคาย-กรุงเทพมหานคร) ขณะเข้าเขตจังหวัดขอนแก่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...