โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” ปั้นกล้วยพื้นบ้านสู่ขุมทรัพย์ 400 ล้าน บนเชลฟ์เซเว่นฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

รับซื้อกล้วยน้ำว้าเกษตรกร 4.8 หมื่นกิโลกรัม/เดือน ป้อนกำลังผลิต 1.2 แสนชิ้นต่อวัน ทรานฟอร์มจากบิงซูสู่เบอร์หนึ่งขนมไทยพร้อมทาน ดันรายได้ปี 68 แตะ 416 ล้านบาท โตสวนกระแส 8% ผนึกกำลัง CP ALL และโอวัลติน สร้าง New S-Curve ตอกย้ำศักยภาพ SME ไทยในตลาด Modern Trade

13 พฤษภาคม 2569 - ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) โดยเฉพาะกลุ่มขนมหวานพร้อมทาน (Ready-to-Eat Dessert) ชื่อของ “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” ภายใต้การกุมบังเหียนของ บริษัท เจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป จำกัด กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการยกระดับวัตถุดิบพื้นบ้านอย่าง“กล้วยน้ำว้า” ให้กลายเป็นสินค้าแมสที่วางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ

โมเดลบริหาร “Supply Chain” หัวใจสำคัญของ SME สเกลพันล้าน

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะรสชาติ แต่เกิดจากการวางโครงสร้าง “ต้นน้ำ” ให้แข็งแกร่ง ปัจจุบันบริษัทฯ บริหารจัดการวัตถุดิบกล้วยน้ำว้ากว่า 48,000 กิโลกรัมต่อเดือน

โดยสร้างเครือข่ายรับซื้อจากเกษตรกรใน 5 จังหวัดนำร่อง (ราชบุรี, กาญจนบุรี, นครปฐม, เพชรบุรี และสุพรรณบุรี) ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศที่ให้ผลผลิตเนื้อแน่นและรสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ การบริหารจัดการนี้ไม่เพียงแต่การันตีคุณภาพสินค้า แต่ยังเป็นการสร้าง “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

"เราเริ่มต้นจากการทำให้ต้นน้ำเราแข็งแรงก่อน… ปัจจุบันเรามีเครือข่ายคู่ค้าทั่วประเทศ และเกษตรกรบางรายส่งวัตถุดิบให้เราต่อเนื่องถึง 10 ปี เมื่อต้นน้ำและกระบวนการผลิตแข็งแรงแล้ว โจทย์ต่อไปคือทำอย่างไรให้สินค้าสื่อสารคุณค่าไปถึงผู้บริโภคได้ชัดที่สุด" - ก้องปพัฒน์ เรืองจินดาชัยกิจ

เส้นทาง Pivot ธุรกิจ: จากบทเรียนบิงซู สู่ "กล้วยบวชชี" เปลี่ยนโลก

ย้อนกลับไปในปี 2554 เส้นทางของเจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป บนชั้นวางของเซเว่นฯ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความพยายามครั้งแรกในการนำเสนอ "บิงซู" ต้องพับโครงการไปเนื่องจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ในขณะนั้น แต่เมื่อจังหวะเวลาและความต้องการตลาด (Market Fit) ลงตัวในธีม “ขนมไทย”

แบรนด์จึงตัดสินใจปรับทิศทางธุรกิจ (Pivot) สู่เมนู “กล้วยบวชชี” ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่ารสชาติ คือการผ่านเกณฑ์มาตรฐาน QA (Quality Assurance) ที่เข้มงวดของร้านสะดวกซื้อระดับประเทศ บริษัทฯ ต้องรื้อระบบการผลิตและควบคุมคุณภาพใหม่ทั้งหมดนานนับปี จนสามารถปั้นสินค้าติดลมบน และขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ 12 รายการในปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งกล้วยปิ้งน้ำตาลมะพร้าว, มันทิพย์ และขนมไทยประยุกต์อื่นๆ โดยมีกำลังการผลิตรวมสูงถึง 120,000 ชิ้นต่อวัน

Strategy 2025: เจาะตลาด Gen-Z ด้วยการทำ Collaboration

ผลประกอบการในปี 2568 เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่ชัดเจน โดยบริษัทฯ กวาดรายได้รวม 416 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย กลยุทธ์สำคัญในปีนี้คือการสร้าง "New S-Curve" ผ่านการทำ Collaboration กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง "โอวัลติน" (Ovaltine)

การเปิดตัวเมนู "ไข่มุกพุดดิ้งโอวัลติน" และ "พุดดิ้งโอวัลตินครั้นชี่" ในราคาที่เข้าถึงง่าย (Affordable Price) เพียง 29 บาท คือการข้ามขีดจำกัดจากขนมไทยแบบเดิม ไปสู่การเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านพุดดิ้งและขนมหวานของแบรนด์ ผสานกับกลิ่นอายความคุ้นเคยของโอวัลติน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย

"บรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีหน้าที่แค่ห่อสินค้า แต่เป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่างคุณภาพสินค้าไปสู่ประสบการณ์ของผู้บริโภคอย่างครบถ้วน" - ก้องปพัฒน์ กล่าวถึงกลยุทธ์การออกแบบที่ต้องโดดเด่นบนชั้นเชลฟ์

การเติบโตที่มี 'พี่เลี้ยง'

ปัจจัยสุดท้ายที่ทำให้ SME รายนี้ก้าวกระโดดสู่ระดับประเทศ คือการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง ซีพี ออลล์ (CP ALL) ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นมากกว่าช่องทางจัดจำหน่าย แต่เป็น "Business Mentor" ที่ช่วยวางแผนตั้งแต่ระบบโลจิสติกส์ การบริหารสต็อกสินค้า ไปจนถึงการพยากรณ์ปริมาณวัตถุดิบล่วงหน้าตลอดทั้งปี

ความสำเร็จของ “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำขนมอรอ่ย แต่เป็นบทพิสูจน์ของการปรับตัวเข้าสู่ระบบ Modern Trade การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมืออาชีพ และการไม่หยุดพัฒนาสินค้าให้เท่าทันความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ จนกลายเป็น SME ที่เติบโตอย่างสง่างามและยั่งยืนในน่านน้ำธุรกิจไทย

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...