โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตพลังงานและภาษีสหรัฐฯ กดดันเศรษฐกิจเวียดนาม คาด GDP ปี 2026 ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 6.5%-7.0%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

o เศรษฐกิจเวียดนามไตรมาสที่ 1/2026 ขยายตัว 7.83%YoY ท่ามกลางสัญญาณชะลอตัว (รูปที่ 1) แม้ว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค โดยมีแรงหนุนหลักจากการส่งออกที่เติบโตถึง 18.8%YoY อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยงมากขึ้นจากการนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นถึง 26.6% โดยมีสาเหตุสำคัญจากราคานำเข้าพลังงานและสินค้าขั้นกลางที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เวียดนามขาดดุลการค้าเป็นไตรมาสแรกในรอบ 3 ปี
o เศรษฐกิจเวียดนามเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและเงินเฟ้อที่เกิดจากวิกฤตพลังงาน (รูปที่ 2) ความผันผวนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อเวียดนามเนื่องจากเวียดนามพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง (ประมาณ 88%) ส่งผลให้ราคาค้าปลีกน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นมากกว่า 2 เท่า ทำให้ต้นทุนการขนส่งในภาคการผลิตเพิ่มสูงขึ้นและดุลการค้าสินค้าพลังงานติดลบรุนแรง แม้ภาครัฐจะมีมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันและลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน แต่อัตราเงินเฟ้อในเดือน มี.ค. ยังคงเร่งตัวขึ้นแตะระดับ 4.65% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่งผลกดดันการบริโภคภาคครัวเรือนให้มีแนวโน้มชะลอตัวลงในระยะข้างหน้า
o กำแพงภาษีสหรัฐฯ จากมาตรา 301 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การส่งออกเวียดนามชะลอลง โดยสหรัฐฯอยู่ระหว่างการตรวจสอบเวียดนามในประเด็นการส่งออกสินค้าที่เกินศักยภาพในการผลิตจริง (Excess Capacity) ซึ่งทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับเวียดนามสูงถึง 1.78 แสนล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2025 นอกจากนี้ ยังมีประเด็นแรงงานบังคับ (Forced Labor) ที่เวียดนามยังอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเฝ้าระวังด้านการละเมิดสิทธิแรงงาน ส่งผลให้สินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกสหรัฐฯเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม o เศรษฐกิจเวียดนามมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงมาอยู่ที่ 6.5%-7.0% ในปี 2026 จากวิกฤตพลังงานและมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้สมมุติฐานว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อนานกว่า 6 เดือน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 110 ดอลลาร์ฯต่อบาร์เรล อีกทั้งเวียดนามอาจถูกเรียกเก็บภาษีภายใต้มาตรา 301 ในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในครึ่งหลังของปี ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจเวียดนามมีแนวโน้มชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี
o นอกจากนี้ เศรษฐกิจเวียดนามยังมีประเด็นสำคัญอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม อาทิ
• เสถียรภาพค่าเงินดอง เงินสำรองระหว่างประเทศที่เริ่มลดลง ประกอบกับการขาดดุลการค้าอาจทำให้เงินดองมีแนวโน้มอ่อนค่า
• การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรม: ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและการหาตลาดส่งออกใหม่เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและศักยภาพการส่งออกของเวียดนามในระยะข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...