เรื่องบังเอิญ…ที่อาจไม่บังเอิญ? ธุรกรรมปริศนาโผล่ก่อนข่าว “สงครามอิหร่าน”
ธุรกรรมหลักร้อยล้านดอลลาร์เกิดขึ้น “ก่อนข่าว” เพียงไม่กี่นาที ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศเปลี่ยนท่าทีต่ออิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งแรงและตลาดหุ้นพุ่งทันที ท่ามกลางคำถามใหญ่ของนักวิเคราะห์-ใครรู้ก่อนตลาด?
วันที่ 10 เมษายน 2569 สื่อต่างประเทศหลายสำนักเริ่มรายงานประเด็นที่น่าสนใจหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอล ที่ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนอย่างหนัก แต่สิ่งที่เริ่มถูกจับตาไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นลงรุนแรง หรือแรงกระแทกต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลกเท่านั้น แต่คือ “จังหวะ” ของธุรกรรมบางรายการที่เกิดขึ้นก่อนการประกาศสำคัญจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างผิดสังเกต จนผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะห์ และสื่อการเงินหลายแห่งเริ่มตั้งคำถามตรงกันว่า ตลาดกำลังเห็นเพียงความบังเอิญ หรือมีใครบางคนรับรู้ข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะล่วงหน้าแล้วนำไปใช้ทำกำไร
จุดเริ่มต้นของข้อสงสัยรอบล่าสุดอยู่ที่วันที่ 24 มีนาคม เมื่อทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social หลังเวลา 07.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ว่ามีการหารืออย่างสร้างสรรค์กับอิหร่าน และประกาศชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน
ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพียงไม่นานเขายังใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวขู่ว่าจะทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง การกลับลำอย่างฉับพลันนี้ทำให้ราคาน้ำมันร่วงหนักทันทีราว 15% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นแรง โดย CBS ระบุว่าดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นมากกว่า 1,000 จุดหลังโพสต์ดังกล่าว
สิ่งที่ทำให้ตลาดเริ่มเอะใจ ไม่ใช่แค่ผลของโพสต์นั้น แต่คือ ธุรกรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเพียงไม่กี่นาที Reuters รายงานโดยอ้างข้อมูลตลาดและการคำนวณของสำนักข่าวว่า ระหว่างเวลา 10.49–10.50 GMT หรือราว 15 นาที ก่อนทรัมป์ประกาศชะลอการโจมตี มีการวางเดิมพันขาลงในสัญญาน้ำมันดิบ Brent และ WTI จำนวน 5,100 ล็อต คิดเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ CBS อ้างการวิเคราะห์ข้อมูลของ Bloomberg และ Financial Times ว่า ในช่วง 06.49-6.50 น. ตามเวลานิวยอร์ก มีสัญญาซื้อขายเปลี่ยนมือราว 6,200 สัญญา มูลค่าตามหน้าสัญญาประมาณ 580 ล้านดอลลาร์ เทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาเดียวกันของ 5 วันทำการก่อนหน้าที่มีเพียงราว 700 สัญญาเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิวเจอร์สบางราย จึงมองว่าแม้ขนาดธุรกรรมจะไม่ถึงกับใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมี แต่กลับผิดปกติอย่างมากสำหรับช่วงเวลานั้นของวัน และมากพอที่จะกระตุ้นให้เกิดคำถามว่ามีข้อมูลสำคัญรั่วไหลก่อนการประกาศหรือไม่
ความสงสัยยิ่งทวีขึ้น เพราะผู้สังเกตการณ์จำนวนหนึ่งชี้ว่า เช้าวันนั้นไม่ได้มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ไม่มีถ้อยแถลงของธนาคารกลาง และไม่มีข่าวสาธารณะชิ้นใหญ่ที่ควรอธิบายการเคลื่อนไหวรุนแรงของสัญญาน้ำมันในเวลานั้นได้
CBS ระบุว่า Paul Krugman นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบล ถึงกับเขียนว่า การซื้อขายดังกล่าวประหลาด เพราะไม่มีข่าวสาธารณะสำคัญใดมารองรับ
ส่วนStephen Piepgrass ทนายความด้านการซื้อขายฟิวเจอร์ส กล่าวกับ CBS ว่า ปริมาณการซื้อขายที่พุ่งขึ้นมหาศาลก่อนโพสต์ของทรัมป์นั้นมากพอจะทำให้คนเลิกคิ้ว และควรมีการตรวจสอบว่าเกิดจากอะไร
ขณะที่ Ben Schiffrin จาก Better Markets เรียกจังหวะดังกล่าวว่าน่าสงสัย เพราะคำอธิบายที่เป็นไปได้มีอยู่สองทางเท่านั้น คือ นักเทรดบังเอิญทำรายการได้ตรงจังหวะอย่างน่าทึ่ง หรือไม่ก็พวกเขารู้ล่วงหน้าว่าจะมีการประกาศข้อมูลสาระสำคัญออกมา
จากนั้นรูปแบบคล้ายกันก็กลับมาอีกครั้งในช่วงก่อนการประกาศหยุดยิง Reuters รายงานว่า เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนทรัมป์ประกาศหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในวันที่ 8 เมษายน นักลงทุนได้วางเดิมพันขนาดใหญ่ถึง 950 ล้านดอลลาร์ว่า ราคาน้ำมันจะปรับลดลง โดยมีการขาย Brent และน้ำมันดิบสหรัฐ รวม 8,600 ล็อตในเวลา 19.45 GMT
ขณะที่ทรัมป์ประกาศข้อตกลงหยุดยิงในเวลาประมาณ 22.30 GMT หลังจากนั้นราคาน้ำมันร่วงอีกประมาณ 15% จนกลับลงมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รอยเตอร์ชี้ว่าธุรกรรมลักษณะนี้ผิดวิสัยของตลาดน้ำมัน เนื่องจากปกติการทำคำสั่งขนาดใหญ่จะถูกแบ่งออกเป็นชุดเล็ก ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อตลาด และยิ่งพบว่ารายการนี้เกิดขึ้นหลังเวลาชำระราคาประจำวันของตลาดแล้ว ยิ่งทำให้ถูกตั้งคำถามมากขึ้นไปอีก
ข้อสังเกตไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดฟิวเจอร์สน้ำมัน แต่ลามไปถึง “prediction markets” หรือแพลตฟอร์มเดิมพันเหตุการณ์จริงอย่าง Polymarket และ Kalshi ด้วย Reuters รายงานตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมว่า การเดิมพันเกี่ยวกับการโจมตีอิหร่านและการปลดหรือโค่นผู้นำระดับสูงของอิหร่านถูกจับตาหนัก หลังมีเงินไหลเข้าในสัญญาที่ผูกกับจังหวะโจมตีรวมกันราว 529 ล้านดอลลาร์ และมีสัญญาเกี่ยวกับการพ้นตำแหน่งของผู้นำสูงสุดอิหร่านอีก 150 ล้านดอลลาร์
โดย บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Bubblemaps ระบุว่ามี 6 บัญชีทำกำไรรวมกันได้ 1.2 ล้านดอลลาร์จากการเดิมพันที่ได้รับเงินทุนเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการโจมตีเกิดขึ้นจริง Reuters ยังรายงานด้วยว่า ส.ส. และ ส.ว. เดโมแครตหลายคนเริ่มเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายห้ามตลาดลักษณะนี้รับเดิมพันเกี่ยวกับสงครามหรือการตัดสินใจของรัฐบาล เพราะเกรงว่าจะเปิดช่องให้ผู้มีข้อมูลวงในหรือผู้ที่มีอำนาจควบคุมผลลัพธ์เข้ามาหาประโยชน์
เมื่อเข้าสู่ช่วงก่อนประกาศหยุดยิง สัญญาณผิดปกติใน prediction markets ยิ่งชัดขึ้นไปอีก Associated Press รายงานว่า มีกลุ่มบัญชีที่เพิ่งสร้างใหมจำนวนหนึ่งเข้าไปวางเดิมพันแบบเฉพาะเจาะจงและมูลค่าสูงว่า สหรัฐกับอิหร่านจะบรรลุการหยุดยิงในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนทรัมป์ประกาศจริง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมงเขายังส่งสัญญาณแข็งกร้าวจนแทบไม่มีใครคาดว่าการหยุดยิงจะเกิดขึ้นทันที
AP อ้างข้อมูลจาก Dune ว่ามีอย่างน้อย 50 กระเป๋าเงินดิจิทัลที่วางเดิมพันฝั่ง “ใช่” หลายบัญชีเพิ่งถูกสร้างขึ้นก่อนประกาศไม่นาน บางบัญชีทำกำไรเป็นหลักหลายแสนดอลลาร์ แม้บล็อกเชนจะทำให้เห็นร่องรอยธุรกรรมได้ แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลเบื้องหลังได้อย่างแน่ชัด เพราะโครงสร้างกระเป๋าเงินแบบ proxy smart contract ทำให้การตามตัวเจ้าของบัญชีทำได้ยากขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง ทำเนียบขาวเองก็ขยับตอบสนองต่อกระแสสงสัยนี้แล้ว รอยเตอร์รายงานเมื่อ 9 เมษายน โดยอ้างเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวว่า มีการส่งอีเมลภายในแบบทั่วทั้งองค์กรตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม เตือนพนักงานไม่ให้ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรือข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะไปวางเดิมพันในตลาดฟิวเจอร์สหรือแพลตฟอร์มพนันเหตุการณ์ +โดยคำเตือนดังกล่าวถูกส่งออกไปเพียงหนึ่งวันหลังทรัมป์สั่งหยุดชั่วคราว การโจมตีบางส่วนต่ออิหร่าน +
โฆษกทำเนียบขาว Davis Ingle ระบุว่า แม้รัฐบาลต้องการให้ตลาดหุ้นแข็งแกร่งและทำกำไรได้สำหรับทุกคน แต่สมาชิกรัฐสภาและเจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรใช้ข้อมูลที่ไม่เปิดเผยสาธารณะเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน อย่างไรก็ดี ฝั่งทำเนียบขาวก็ย้ำเช่นกันว่า ณ ขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่น่าสงสัยเหล่านั้น และการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานถือว่าไม่รับผิดชอบ
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่ามีการพิสูจน์ความผิดได้แล้วหรือยัง เพราะคำตอบ ณ ตอนนี้คือ“ยัง” แต่คือรูปแบบของเหตุการณ์ที่เริ่มซ้ำกันหลายครั้งเกินกว่าจะมองข้ามได้ ตั้งแต่การเดิมพันก่อนการโจมตีอิหร่าน ธุรกรรมฟิวเจอร์สน้ำมันก่อนการชะลอโจมตี ธุรกรรมก้อนใหญ่ก่อนประกาศหยุดยิง ไปจนถึงบัญชีใหม่ที่เข้าไปซื้อสัญญา ceasefire ได้ตรงจังหวะอย่างแม่นยำ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ในภาวะสงครามที่การตัดสินใจอยู่ในมือคนจำนวนน้อยมาก ข้อมูลที่ขยับเพียงไม่กี่นาทีก่อนประกาศสาธารณะสามารถแปลงเป็นกำไรมหาศาลได้ทันที ทั้งในน้ำมัน หุ้น ค่าเงิน และแพลตฟอร์มเดิมพันเหตุการณ์
อีกประเด็นที่สงครามครั้งนี้เผยให้เห็นอย่างชัดเจน คือเส้นแบ่งระหว่าง “ตลาดการเงินแบบดั้งเดิม” กับ “ตลาดคาดการณ์เหตุการณ์” กำลังพร่าเลือนลงเรื่อย ๆ เดิมทีตลาดฟิวเจอร์สอยู่ภายใต้การกำกับที่ชัดกว่า แต่ prediction markets เติบโตอย่างรวดเร็วในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย
Reuters ระบุว่า CFTC ซึ่งกำกับดูแลอนุพันธ์ในสหรัฐฯ มองว่าตลาดลักษณะนี้อยู่ในขอบเขตที่ควรมีกรอบกำกับระดับรัฐบาลกลาง และกำลังทบทวนกติกาใหม่ ขณะเดียวกันทั้ง Polymarket และ Kalshi ก็เริ่มประกาศว่ามีมาตรการตรวจจับกิจกรรมที่น่าสงสัยแล้ว ท่ามกลางแรงกดดันจากนักการเมืองที่ต้องการปิดช่องการทำกำไรจากข้อมูลวงใน โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสงคราม การลอบสังหาร และการตัดสินใจของรัฐบาล
หากมองในมุมกว้าง สงครามอิหร่าน-สหรัฐ จึงไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์หรือวิกฤตราคาพลังงาน แต่ยังกลายเป็น “stress test” ของความเป็นธรรมในตลาดโลกด้วย เพราะยิ่งตลาดตอบสนองต่อคำพูดและโพสต์ของผู้นำภายในไม่กี่วินาทีมากเท่าไร คำถามเรื่องการเข้าถึงข้อมูลก่อนสาธารณะก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อมีธุรกรรมบางชุดที่แม่นยำจนดูราวกับอ่านบทล่วงหน้าได้ ความเสียหายอาจไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตัวเลขกำไรขาดทุนของนักเก็งกำไร แต่ลามไปถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนทั้งระบบว่า ตลาดยังเล่นบนกติกาเดียวกันอยู่จริงหรือไม่
อ้างอิง : www.cbsnews.com , www.crikey.com , www.livemint.com , www.bloomberg.com