โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ณัฐพล’ มอง นโยบายท่องเที่ยวรัฐบาล เขียนมาครอบคลุม แต่ขาดรายละเอียด

The Reporters

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 11.40 น.

‘ณัฐพล’ มอง นโยบายท่องเที่ยวรัฐบาล เขียนมาครอบคลุม แต่ขาดรายละเอียด ยก บางจังหวัดเที่ยวได้แต่ตามฤดูกาล แนะ หากจะรวม ก. ท่องเที่ยว - ก. วัฒนธรรม ควรตั้ง กมธ. ศึกษา ชี้ ที่ผ่านมาทำไม่สำเร็จ เหตุ ถูกแบ่งตามโควตา รมต. ชี้ ครั้งนี้ ภท. ดูแลหมด หากทำให้ดีแบบพลัส ๆ ไม่ได้ ผลลัพธ์จะออกมาแบบไมนัส

วันนี้ (9 เม.ย. 69) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 วาระด่วน การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม

นายณัฐพล โตวิจักษ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ร่วมอภิปรายว่า ความท้าทายการท่องเที่ยวไทยในเวลานี้ รวมกับคำแถลงนโยบายที่ปรากฏว่า มีนโยบายท่องเที่ยวออกมาเยอะเกินคาด ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวไทยลดลง จากนักท่องเที่ยวที่มาน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็กระจุกอยู่เพียง 5 จังหวัด ซึ่งจากข้อมูลรายได้จากการท่องเที่วว กว่า 70% กระจุกตัวอยู่ 5 หัวเมืองหลัก และกระจุกบางช่วงเวลา เช่น จังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวมาแค่ช่วงหน้าหนาว ฤดูฝนมาน้อย ไม่มีใครมาทำให้รายได้ผู้ประกอบการถัวเฉลี่ยทั้งปีไม่มั่นคง และในบางพื้นที่ยังมีทุนจากต่างชาติมาแย่งรายได้ไปอีก และบางพื้นที่อย่างภูเก็ตสร้างผลกระทบให้โครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถรองรับได้ บางจังหวัดน้ำท่วม ทั้งหาดใหญ่ แม่สาย สงครามชายแดนไทย - กัมพูชา ทำให้บางพื้นที่ไม่สามารถเที่ยวได้เลย นักท่องเที่ยวคนไทยก็ลำบากเศรษฐกิจไม่ดีต่อเนื่อง ตั๋วเครื่องบินในประเทศแพง ตัวเลือกการเดินทางมีน้อย การแก้ไขของภาครัฐก็ช้า ควบคุมนอมินีไม่ได้ การจัดอีเวนต์ที่ผ่านมา ซึ่งมีไม่กี่โครงการที่ทำสำเร็จ ยังมีปัญหาเรื่องกัญชาในเมืองท่องเที่ยว ที่พักไม่มีใบอนุญาต บัตรคอนเสิร์ตแพง เราควรมีนโยบายแก้ไขเรื่องนี้ทุกด้านที่ทำให้การท่องเที่ยวเราดี

นายณัฐพล กล่าวต่อว่า นโยบายการท่องเที่ยวของพรรคภูมิใจไทย ระบุไว้ 5 ข้อแต่หากอ่านทั้งเล่มจะเห็นว่ามีนโยบายข้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอยู่ด้วย ตนเองจัดกลุ่มใหม่แยกเป็นประเด็นการท่องเที่ยวได้ 7 ด้าน ต้องบอกว่าเขียนมาได้ครอบคลุม แต่ขาดรายละเอียดของแต่ละประเด็น เรื่องแรกคือการแก้ไขเรื่องการกระจายตัว จึงมีนโยบายที่ทำให้ไทยสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพียงแต่วิธีการที่จะทำนั้น เขียนมาดูดี แต่ในบางจังหวัดมีสิ่งเหล่านี้หมดแล้ว แต่บางพื้นที่ยังไม่สามารถเที่ยวได้ทั้งปี เช่น เชียงใหม่ มีทุกอย่าง มีฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ทำให้เราไม่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี จังหวัดชายแดนใต้ ติดเรื่องภาพลักษณ์จากเหตุการณ์ความไม่สงบ

นายณัฐพล ระบุว่า การที่เราอยากทำให้แต่ละที่สามารถเที่ยวได้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่พอ หน้าที่ของรัฐคือหาอุปสรรคด้านอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ต้องหาให้เจอ และแก้ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวนโยบายแบบนี้จึงจะสำเร็จ

2.เรื่องการจัดให้มีประกันภัยของนักท่องเที่ยวต่างชาติภาคบังคับ ตนเองเห็นด้วย แต่ที่ติดใจคือในรายละเอียด ว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร ต้องการความชัดเจนจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องการเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน ว่าจะดำเนินการอย่างไร จะใช้วิธีการอื่น เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อความต้องการของข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทย

3.การทบทวนฟรีวีซ่า กับการจัดการทุนนอมินี โดยที่ผ่านมาทุนสีเทา ทุนสีดำ ทุนนอมินี เพิ่มขึ้นตามหัวเมืองต่าง ๆ ซึ่งคิดว่าใช้เวลาไม่นานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะมีข้อมูลและให้ ครม. เคาะว่าจะทำอย่างไร ตนเองเห็นด้วยกับการจัดการนอมินี แต่ที่ผ่านมา กฎหมายเดิมไม่เพียงพอในการจัดการ แม้จะรู้ว่าการกระทำแบบนี้เข้าข่ายนอมินี ต้องแก้ พ.ร.บ. ธุรกิจต่างด้าวเพิ่ม โดยการกำหนดนิยามของการกระทำนอมินีให้ชัดเจนมากขึ้น เพิ่มโทษการกระทำมากขึ้น และบังคับใช้อย่างจริงจัง

4.การพัฒนาเชิงกายภาพทางการท่องเที่ยว เราจำเป็นต้องพัฒนาเชิงกายภาพ ซึ่งตนเองมองว่าข้อความที่เขียนมา เป็นเรื่องที่ควรสำเร็จในอดีตแล้ว โดยสาเหตุที่ไม่สำเร็จอดีต เป็นเพราะงบประมาณที่เรากระจายลงท้องถิ่นไม่พอ และงบการท่องเที่ยวทุกก้อนที่ถูกใช้ไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ตรงจุด ตนเองขอเสนอว่าเพียงแค่กระจายงบประมาณไปยังท้องถิ่นมากขึ้น และงบประมาณทุกก้อนพัฒนาเชิงกายภาพมากกว่าการจัดอีเวนต์ การท่องเที่ยวท้องถิ่น ก็จะเจริญได้โดยที่ไม่ต้องรอการออกกฎหมายใหม่ อยากเห็นรัฐบาลนี้เตรียมมาตรการเชิงรับเหล่านี้ไว้ เยียวยาเจาะจงไปยังกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ต้องคิดเผื่อคนไทยในสภาวะแบบนี้ด้วย ไม่ใช่คิดแค่ เที่ยวคนละครึ่ง แอ่วเหนือคนละครึ่ง

5.กฎหมายแพลตฟอร์มดิจิทัล และกฎหมายโรงแรม ซึ่งหากมีกฎหมายเข้ามาก็จะเป็นธรรมมากขึ้น และทราบมาว่าทางกฤษฎีกา มีร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวไว้แล้ว และพยายามผลักดันเข้า ครม. ก่อนหน้านี้มาแล้ว และหวังว่ารัฐบาลนี้จะใจแข็งพอ ไม่ยอมให้ทุนใหญ่แพลตฟอร์มรายใดมาขวางอีก

สุดท้ายเรื่องการควบรวมกระทรวงการท่องเที่ยวและกระทรวงวัฒนธรรม ในแง่ดีเป็นการริเริ่มการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในการบริหารที่ดี แต่ที่ติดใจคือไม่มีรายละเอียด วิสัยทัศน์ของสองกระทรวงจะเป็นอย่างไร หน่วยงานอนุรักษ์กับหน่วยงานที่ต้องการขาย จะมีตรงกลางอย่างไร จึงอยากเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญในสภาชุดนี้ จะได้เกิดการศึกษา และมีการมีส่วนร่วมเผื่อจะเจอทางเลือกที่ดีกว่าการควบรวมแค่สองกระทรวงนี้

นายณัฐพล กล่าวสรุปว่า ทั้งหมดนี้ เขียนมาได้เยอะหลายประเด็น แต่ที่ขาดคือขาดความเข้าใจในประเด็นบางอย่าง และขาดรายละเอียดในบางเรื่อง เรื่องเหล่านี้ รัฐบาลก่อนหน้านี้ก็เขียนมาแล้ว แต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ก็ทำได้ไม่สำเร็จ เพราะกระทรวงเกี่ยวกับการท่องเที่ยวถูกแบ่งตามโควตารัฐมนตรี งานการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จึงไม่เชื่อมโยงกันไป จึงเลือกทำง่ายอย่างงานประชาสัมพันธ์ และการจัดอีเวนต์ ซึ่งพิสูจน์การขายหน้าบ้านเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่ต้องแก้งานหลังบ้านการท่องเที่ยวด้วย อยากบอกกับรัฐบาลนี้ ณ เวลานี้กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด ตามนโยบายอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ซึ่งหากรอบนี้ยังไม่สามารถทำการท่องเที่ยวให้ดีได้ นโยบายที่เขียนมาเยอะแบบพลัสพลัส ผลลัพธ์ของมันก็จะออกไปแค่ไมนัสเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...