โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

โรมเปิดข้อมูลสแกมเมอร์กลางสภา ชี้ความเสียหายมหาศาลกระทบคนรุ่นใหม่

The Better

อัพเดต 10 เม.ย. เวลา 05.30 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. เวลา 05.25 น. • THE BETTER
รังสิมันต์ โรม อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ระบุปัญหาสแกมเมอร์และทุนสีเทาเป็นภัยความมั่นคงของประเทศ เชื่อมโยงเครือข่ายฟอกเงินและธุรกิจต่าง ๆ ที่อาจกระทบเศรษฐกิจและระบบการเมือง

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวอภิปรายเป็นคนแรกของการอภิปรายวันวันที่สองของการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นประเด็นปัญหาสแกมเมอร์ว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ และเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายทุนสีเทา รวมถึงการฟอกเงินและอาชญากรรมข้ามชาติ

นายรังสิมันต์ โรม ระบุว่า ปัญหาสแกมเมอร์ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ พร้อมยกกรณีการยึดและอายัดทรัพย์ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของสำนักงาน ปปง. ในเครือข่าย “เบน สมิธ” และ “ยิม เลียก” มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท โดยเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่าเครือข่ายฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับทุนสีเทาในกัมพูชาเป็นกลไกสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

จากนั้น นายรังสิมันต์ โรม กล่าวต่อว่า หากเครือข่ายดังกล่าวยังคงมีอิทธิพล และสามารถขยายอำนาจได้ อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความพยายามเข้าถือหุ้นในบริษัทพลังงานบางจาก โดยระบุว่า แม้จะมีบุคคลระดับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการบริษัท แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันความพยายามของเครือข่ายทุนสีเทาที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติได้

นายรังสิมันต์ โรม กล่าวอีกว่า ภาคประชาชนมีบทบาทสำคัญในการช่วยเปิดโปงและตรวจสอบเครือข่ายเหล่านี้ พร้อมย้ำว่าปัญหาทุนสีเทาไม่ใช่เรื่องเล็ก และเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศโดยตรง

ต่อมา นายรังสิมันต์ โรม ระบุว่า รองสามารถสามารถถอนรากถอนโคนเครือข่ายสแกมเมอร์ได้ แต่ยังมี “เชื้อร้าย” ที่พร้อมเปิดทางให้ทุนสีเทาเข้ามาในประเทศ พร้อมกล่าวพาดพิงไปถึงผู้มีอำนาจบางส่วนว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดทางให้กลุ่มทุนดังกล่าวเข้ามามีอิทธิพลในประเทศไทย

นายรังสิมันต์ โรม ยังกล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีบางรายที่เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ โดยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าแนวโน้มปัญหาลดลง ทั้งที่ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตนรวบรวมระบุว่ามีคดีเกี่ยวกับสแกมเมอร์ราว 30,000 คดีต่อเดือน มีความเสียหายประมาณ 1,600–2,100 ล้านบาทต่อเดือน และในเดือนมีนาคมเพิ่มเป็นประมาณ 2,200 ล้านบาทต่อเดือน โดยในไตรมาสหนึ่งมีคดีเกือบ 100,000 คดี ความเสียหายรวมกว่า 5,000 ล้านบาท

นายรังสิมันต์ โรม ยังระบุว่ากลุ่มผู้เสียหายที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือประชาชนอายุ 21–30 ปี ซึ่งมีสัดส่วนผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้สูงอายุอาจมีเงินออมลดลงแล้ว และทำให้กลุ่มวัยทำงานและคนรุ่นใหม่กลายเป็นเป้าหมายหลักของแก๊งสแกมเมอร์

นายรังสิมันต์ โรม กล่าวต่อถึงกรณี “ฮุยวัน เพย์” ว่าเป็นอีกตัวชี้วัดหนึ่งที่สะท้อนว่าการจัดการเครือข่ายสแกมเมอร์ยังไม่เพียงพอ โดยระบุว่ามีข้อมูลจากตำรวจสอบสวนกลางเกี่ยวกับคดีดังกล่าว แต่ยังไม่เห็นการขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งที่มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก

จากนั้น นายรังสิมันต์ โรม อ้างถึงกรณีความร่วมมือหรือบันทึกข้อตกลง (MOU) ในอดีต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจำนวน 500 คนเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยตั้งข้อสงสัยว่าบุคคลบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ ก่อนระบุว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในขณะนั้นคือ ไชยชนก ชิดชอบ ได้สั่งยกเลิก MOU ดังกล่าวและดำเนินการทางกฎหมาย พร้อมส่งเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ป.ป.ช.

นายรังสิมันต์ โรม กล่าวพาดพิงถึงการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ซึ่งถูกกล่าวหาในประเด็นดังกล่าว ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการแก้ปัญหาการทุจริตของรัฐบาล

ในช่วงการอภิปราย ยังมีการกล่าวถึงกรณีที่ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี โดยเปรียบเทียบกับคดีที่อยู่ในกระบวนการสอบสวนของหน่วยงานรัฐ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างในการพิจารณาทางการเมือง

นายรังสิมันต์ โรม ยังกล่าวถึงคดีของ “เบน สมิธ” ว่ายังไม่มีการออกหมายแดงเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมตั้งคำถามต่อความจริงจังของรัฐบาลในการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ และการดำเนินคดีข้ามประเทศ

ต่อมา นายรังสิมันต์ โรม กล่าวถึงบุคคลที่ถูกเรียกว่า “เสี่ยตือ” โดยระบุว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจในพื้นที่ชายแดน รวมถึงกิจการที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์และธุรกิจน้ำมัน พร้อมอ้างถึงกรณีการจับกุมเกี่ยวกับน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง และตั้งข้อสงสัยว่ามีการขยายผลทางคดีหรือไม่ รวมถึงตั้งคำถามว่ามีความล่าช้าในการดำเนินการกับเครือข่ายดังกล่าว

นายรังสิมันต์ โรม ยังพาดพิงไปถึงความสัมพันธ์ทางการเงินและธุรกิจระหว่างเครือข่ายดังกล่าวกับบุคคลทางการเมือง รวมถึงกล่าวถึงกรณีการกู้ยืมเงินจำนวนมาก และการบริจาคเงินให้พรรคการเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจกับการเมือง

นายรังสิมันต์ โรม ยังกล่าวอ้างถึงกรณีสินบน 40 ล้านบาท เพื่อขัดขวางการปราบปรามสแกมเมอร์ และระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับบุคคลในเครือข่ายเดียวกัน รวมถึงการถือหุ้นและธุรกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

จากนั้น นายรังสิมันต์ โรม สรุปว่าเครือข่ายสแกมเมอร์และเครือข่ายน้ำมันเถื่อนอาจมีความเชื่อมโยงกันในเชิงโครงสร้าง เป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินผิดกฎหมายเข้าสู่การเมือง เพื่อแลกกับการคุ้มครองผลประโยชน์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง

ระหว่างการอภิปราย มี สส.พรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ โดยระบุว่าเป็นการอภิปรายในลักษณะใส่ร้าย ขณะที่นายมงคล สุระสัจจะ ประธานในที่ประชุม ได้วินิจฉัยให้การอภิปรายดำเนินต่อไป แต่ขอให้ระมัดระวังถ้อยคำ

ต่อมา รังสิมันต์ โรม ได้กล่าวต่อ โดยตั้งคำถามถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาเศรษฐกิจและการทุจริต พร้อมวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างอำนาจทางการเมืองและองค์กรอิสระ โดยระบุว่าถูกครอบงำจากกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม และเชื่อมโยงไปถึงกระบวนการเลือกตั้งและการใช้อำนาจรัฐ

ในช่วงท้ายของการอภิปราย มีการประท้วงจาก สส.พรรคภูมิใจไทยอีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่าเนื้อหาเป็นการใส่ร้าย และประธานในที่ประชุมได้ขอให้นายรังสิมันต์ โรม สรุปการอภิปราย เนื่องจากใช้เวลาเกินกำหนด

นายรังสิมันต์ โรม กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งที่เห็นว่าเป็นการทำลายหลักนิติธรรม และย้ำจุดยืนของตนและพรรคประชาชนในการตรวจสอบอำนาจรัฐ

ทั้งนี้ การอภิปรายของนายรังสิมันต์ โรม ใช้เวลาเกินกำหนดไปประมาณ 7 นาที 35 วินาที ตามรายงานของที่ประชุม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...