โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีน ค้าน สหรัฐฯ ใช้มาตรา 301 สอบสวน 60 เขตเศรษฐกิจ ชี้ป่วนระเบียบเศรษฐกิจการค้าโลก

The Reporters

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 09.24 น.

จีน ค้าน สหรัฐฯ ใช้มาตรา 301 สอบสวน 60 เขตเศรษฐกิจ ชี้ป่วนระเบียบเศรษฐกิจการค้าโลก

ปักกิ่ง - วันนี้ (16 มี.ค. 69) กระทรวงพาณิชย์ของจีนแถลงว่าจีนแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อกรณีสหรัฐฯ ตัดสินใจดำเนินการสอบสวน 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีน ภายใต้มาตรา 301 เมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค. 69) โดยอ้างอิงความล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดย "แรงงานบังคับ" และกรณีสหรัฐฯ ดำเนินการสอบสวนภายใต้มาตราเดียวกันเมื่อวันพุธ (11 มี.ค. 69) โดยอ้างอิงประเด็น "กำลังการผลิตส่วนเกิน"

กระทรวงพาณิชย์ของจีน ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งจีนได้ยื่นหนังสือประท้วงฝ่ายสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการขณะมีการเจรจาหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคีในกรุงปารีสของฝรั่งเศส โดยจีนเรียกร้องฝ่ายสหรัฐฯ แก้ไขการกระทำผิดพลาดทันที พบกันครึ่งทางกับจีน ยึดมั่นหลักการเคารพซึ่งกันและกันและการหารืออย่างเท่าเทียม และหาทางแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาหารือ

โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากสหรัฐฯ พร้อมชี้ว่าฝ่ายสหรัฐฯ ใช้ประเด็น "แรงงานบังคับ" เป็นเครื่องมือมาอย่างยาวนาน และกำหนดข้อจำกัดทางการค้ากับจีนด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง โดยจีนในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ 28 ฉบับ และจัดตั้งระบบกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านแรงงานที่ครอบคลุมเพื่อป้องกันและปราบปรามการบังคับใช้แรงงาน

ทว่าสหรัฐฯ ยังไม่ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานบังคับ ปี 1930 ซึ่งเท่ากับปฏิเสธกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศที่มีผลผูกพัน ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ใช้ประเด็น "แรงงานบังคับ" เป็นเครื่องมือมาอย่างยาวนาน โดยกรณีสหรัฐฯ ดำเนินการสอบสวนจีนและเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ภายใต้มาตรา 301 ครั้งล่าสุดเพื่อพยายามสร้างกำแพงทางการค้าถือเป็นการกระทำเพียงฝ่ายเดียว การกระทำตามอำเภอใจ การเลือกปฏิบัติ และการกีดกันทางการค้า

โฆษกกระทรวงฯ เสริมว่านี่เป็นความผิดพลาดซ้ำซ้อน ซึ่งบ่อนทำลายความมั่นคงและเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอย่างร้ายแรง รวมถึงปั่นป่วนระเบียบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศอย่างมาก โดยจีนจะติดตามความคืบหน้าของการสอบสวนอย่างใกล้ชิด พร้อมสงวนสิทธิในการดำเนินมาตรการอันจำเป็นทั้งหมดเพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ที่มา: สำนักข่าวซินหัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...