โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สกัดจับกลางทะเล เรือกัมพูชา 4 ลำ ลักลอบขนสินค้าจากไทยเตรียมเข้าเขมร ของกลางหลายแสนบาท ผู้ต้องหา 6 ราย โดดน้ำหนีแต่ไม่รอด

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศรชล.ภาค 1 เปิดปฏิบัติการกลางดึก นำกำลังสกัดจับขบวนการลักลอบขนสินค้าข้ามแดนทางทะเล บริเวณน่านน้ำไทยพื้นที่ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด สามารถจับกุมเรือกัมพูชาได้ถึง 4 ลำ พร้อมผู้ต้องหา 6 ราย หลังพยายามกระโดดน้ำหลบหนีแต่ไม่สำเร็จ

นาวาเอก วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รอง ผอ.ศรชล.จว.ตราด เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการร่วมระหว่าง ศรชล.ภาค 1 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182 ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตราด และหน่วยเรือ ต.230 เข้าสกัดจับเรือต้องสงสัยในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ห่างจากชายฝั่งราว 2 ไมล์ทะเล

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ กลุ่มผู้ลักลอบได้พยายามเร่งเครื่องหลบหนี และบางส่วนกระโดดลงทะเลหวังเอาตัวรอด แต่สุดท้ายถูกไล่ติดตามจับกุมได้ทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวมายังสะพานเอนกประสงค์อำเภอคลองใหญ่เพื่อสอบสวน

จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน เป็นชาวกัมพูชา 5 คน และคนไทย 1 คน โดยคนไทยมีครอบครัวอยู่ฝั่งกัมพูชา และร่วมขบวนการลักลอบขนสินค้าในครั้งนี้

สำหรับของกลาง พบเป็นสินค้าจำนวนมากกว่า 500 กล่อง ประกอบด้วยเครื่องในไก่ ผลไม้หลายชนิด เช่น มะไฟ ลิ้นจี่ มะขามหวาน รวมถึงปูดำ คาดว่ามูลค่ารวมหลายแสนบาท

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขบวนการลักษณะนี้มักใช้ช่วงเวลากลางดึก ลักลอบขนสินค้าโดยใช้เส้นทางห่างจากชายฝั่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ แต่ทาง ศรชล.ภาค 1 ได้เพิ่มความเข้มงวด และสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าปราบปรามขบวนการลักลอบขนสินค้าข้ามแดนอย่างจริงจัง เบื้องต้นอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพ-ข่าว : ตราดโพสต์ นิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...