โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้องมีใคร?ไม่ถูกใจสิ่งนี้? รมว.ขิง ยืนยัน จะไม่ยอมให้เอกชนมาเป็นผู้กำกับราคา รัฐบาลจะเป็นผู้กำกับเอกชน

TOJO NEWS

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin Tojo

เอกนัฎ ยืนยัน ในการทำหน้าที่ตรงนี้ จะทำงานแบบไม่เกรงใจนายทุนอย่างเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวในการแถลงนโยบายรัฐบาล ว่าขณะนี้ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานที่กระทบความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนค่อนข้างมาก ซึ่งก่อนรับตำแหน่ง ได้เตรียมวางแผนปรับปรุงโครงสร้างพลังงานเพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และทันทีที่ได้รับตำแหน่ง ได้เร่งแก้ไขปัญหาด้านราคาให้กับประชาชนเป็นอันดับแรก โดยได้นำข้อมูลจากคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) มาดำเนินการทันที รวมทั้งมีการเรียกโรงกลั่นมาหารือ หลังพบว่ากลไกการทำงานในการคำนวณราคาผิดปกติ ทำให้โรงกลั่นมีกำไรมาก ในสถานการณ์แบบนี้โรงกลั่นจะต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขไปพร้อมๆ กับประชาชน

ซึ่งที่ผ่านมาได้ลดราคาหน้าโรงกลั่นไปแล้วซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศ และจะเดินหน้าตรวจสอบค่าการกลั่นของเดือนเมษายนเพื่อนำมาลดราคาน้ำมันให้กับประชาชน นอกจากนี้จะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับการปรับราคาหน้าโรงกลั่นมาแก้ไขวิกฤตด้านราคา แทนการลดภาษีสรรพสามิตซึ่งถือเป็นทางออกสุดท้าย เพราะภาษีสรรพสามิตคือเงินของประชาชนที่จะต้องเก็บไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ ทั้งนี้ จะใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยตั้งใจจะปรับเกณฑ์การทำงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักคือการชะลอความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เตรียมปรับเกณฑ์การชดเชยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมทั้งการทำงานต้องมีความโปร่งใส และไม่ให้กองทุนฯ มีอำนาจมากเกินไป นอกจากนี้ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานจะต้องเก็บข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่โรงกลั่นไปยังคลังน้ำมัน จ๊อบเบอร์ และสถานีบริการทั้งรายเล็กรายใหญ่ ไว้สำหรับตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีใครมาเอาเปรียบประชาชน สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว

เนื่องจากประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% แม้วิกฤตนี้จบลง ประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อม โดยถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องมีคลังสำรองของประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซล และเอทานอล ซึ่งแม้ต้นทุนอาจสูง แต่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

ในส่วนของไฟฟ้า แม้จะผลิตได้เองมากกว่า 50% แต่การต้องนำเข้า LNG ทำให้ประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อราคาค่าไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อให้นโยบายช่วยเหลือประชาชนมีประสิทธิภาพ และตรงกลุ่มเป้าหมาย กระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาการปรับโครงสร้างการเก็บค่าไฟฟ้าเป็นแบบขั้นบันไดคือ "ใช้น้อยจ่ายน้อย ใช้มากจ่ายมาก" รวมทั้งจะส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยจะลดอุปสรรคในการติดตั้งทั้งหมด เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการติดตั้ง เช่น การกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งให้สามารถขายไฟฟ้ากลับเข้าระบบได้ นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมใหม่ได้ใช้ไฟฟ้าสะอาดผ่านระบบ direct ppa อีกด้วย

"ผมขอยืนยันว่า การทำงานของผม จะไม่ยอมให้เอกชนมาเป็นผู้กำกับราคา แต่รัฐบาลเองจะต้องเป็นผู้กำกับเอกชน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ขอยืนยันว่าในการทำหน้าที่ตรงนี้ ผมจะทำงานแบบไม่เกรงใจนายทุนอย่างเด็ดขาด ในส่วนสถานการณ์การสู้รบที่ยังคงมีความไม่แน่นอน ขอยืนยันว่ายังคงมีการจัดหาน้ำมันดิบนำเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ขอความร่วมมือของประชาชนให้เตรียมพร้อมและปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานให้ประหยัดและมีประสิทธิภาพ เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน" นายเอกนัฎ กล่าว

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...