โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จับตาจับแก้ผ้าหาคนโกงน้ำมัน มาตรการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน หรือเป็นแค่การแก้ผ้าเอาหน้ารอด

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 01.17 น.

จับตาจับแก้ผ้าหาคนโกงน้ำมัน มาตรการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน หรือเป็นแค่การแก้ผ้าเอาหน้ารอด

กระทรวงการคลัง โดย เอกนิติ นิตทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง แถลงข่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก ที่ปรับตัวสูงขึันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน โดยปัจจุบันภาครัฐยังคงใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานเอาไว้ อย่างไรก็ตาม กองทุนน้ำมัน มาถึงขีดจำกัด และกระทรวงการคลังได้พิจารณาแนวทางช่วยเหลือ เช่นการลดภาษีสรรพสามิต การเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น ยกเว้นการประกาศใช้มาตรการภาษี ที่ยังติดข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ที่ไม่ให้อำนาจรัฐบาลรักษาการ ก่อหนี้ภาระผูกพันรัฐบาลชุดต่อไป
มาตรการบรรเทาค่าครองชีพและการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมัน เช่น คนละครึ่งพลัส เฟส 2 กระทรวงการคลังกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและเตรียมการอยู่

เศรษฐกิจภาพรวมที่จะต้องตั้งรับได้แก่ งบประมาณรายจ่ายของประเทศที่มีแนวโน้มจะชักหน้าไม่ถึงหลัง อาจไม่ถึงขนาดรัฐถังแตก แต่งบประมาณ ที่อนุมัติ ไปให้กับ หน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจในสังกัด ปัจจุบัน ได้รับงบประมาณที่จำกัด ไม่ได้เต็มจำนวน และกระทบกับโครงการต่างๆของภาครัฐโดยตรง เช่นการท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หลักของประเทศ

ล่าสุดสภาพัฒน์ฯ แจ้งในที่ประชุมครม.ระบุ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ ราคาน้ำมันโลกจะสูงเกิน 120 ดอลล่าร์ ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อ จะสูงกว่า 3% จะทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอนอย่างรุนแรง รวมทั้งประเทศไทยด้วย

และจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของประเทศที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว อย่างน้อยจะทำให้ GDP ลดลงจากประมาณการณ์ไว้ เฉลี่ยประมาณ 1.6% ไปอีก 0.02 % ประกอบกับจะมีปัญหาการโอนงบประมาณรายจ่าย ปี 2569 ให้กับรัฐบาลชุดใหม่ ก่อนที่จะมีการบังคับใช้งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ซึ่งมีเวลาจำกัด ถ้า การจัดตั้งรัฐบาลไม่เรียบร้อยภายในเดือน เม.ย.นี้ จะกระทบกับการบริหารงบประมาณรายจ่ายของประเทศเป็นลูกโซ่

เพราะฉะนั้นการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐในช่วงจากนี้เป็นต้นไปจะเกิดปัญหาการใช้จ่าย การเบิกจ่ายและการอนุมติการใช้จ่าย ไม่มีความต่อเนื่อง ที่คาดว่าจะต้องมีการรีบโอนงบประมาณปี 2569 ให้ทันตามกำหนด เป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาท

ปัญหาเหล่านี้ทำให้รัฐบาลถูกโฟกัสถึงเรื่องการบริหารประเทศและผลประโยชน์แอบแฟง เช่นการกักตุนน้ำมัน จนเกิดปัญหาการขาดแคลนทั้งที่รัฐยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันสำรอง มีใช้ได้เป็นเวลา กว่า 100 วัน แต่ความจริงที่ปรากฏก็คือ แค่ 14 วัน ก็กลายเป็นวิกฤติพลังงานไปทั่วประเทศ

พิพัฒน์ รัชกิจกระการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ถูกโฟกัสเป็นพิเศษ ในฐานะที่เคยอยู่ในวงการธุรกิจค้าน้ำมัน โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ตัวผมเองมีปั๊มน้ำมันหลายยี้ห้อ เพื่อให้เห็นการเดปรียบเทียบ ในอดีต ปั๊มเคยขายได้วันละ 15,000ลิตร แต่วันนี้บางยี้ห้อขายได้ แค่ 4,000-5,000 ลิตรน้ำมันหายไป 10,000ลิตรต่อวัน ในเมื่อบอกว่า น้ำมันไม่ขาดแล้วน้ำมันหายไปไหน ล่องหนได้อย่างไร แสดงว่ามีคน โกหก อย่างน้อย 1 คน

จะมาแก้ผ้าดูทีละคนว่าใครที่ตุนน้ำมัน ใครที่ โกหก จะมีการจับเท็จให้ได้ว่า สิ่งที่โรงกลั่น และหน่วยงานต่างๆ บอกว่า น้ำมันไม่ช้อต ข้อเท็จจริงหายไปไหน

ผมมีสถานีบริการน้ำมัน ผมมีแบรนด์ ผมขายน้ำมัน ตี่ผมไม่ได้ซื้อ น้ำมันดิบมากลั่นเอง ซื้อวันนี้อีก 3 เดือนถึงจะได้รับแล้วราคาเท่าไหร่ก็ไม่รู้

คำพูดของ พิพัฒน์ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม จะเป็นการเริ่มต้นการไขคำตอบว่า ใครคือ ผู้ที่ฉกฉวยประโยชน์ จากสถานการณ์ฉุกเฉิน และถ้า จะมีการแก้ผ้าพิสูจน์ ก็จะต้องแก้ผ้า นักการเมือง และ คนในรัฐบาล ที่เคยตกเป็นข่าวและถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์ จากการขายน้ำมันในทะเล น้ำมันเถื่อนด้วย

และที่แก้ผ้าเอาหน้ารอดไปแล้ว คือ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมายอมรับว่า ได้มีการยกเลิก ทัวร์เมืองนอก ของกกต. และผู้บริหารระดับสูงของ กกต.หลังจากได้รับหนังสือขอความร่วมมือ ให้งดเดินทางไปดูงานต่างประเทศจาก ครม.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...