โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ผู้ว่า BOJ เตือนสงครามอิหร่าน ราคาน้ำมันพุ่ง เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจญี่ปุ่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 16.47 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 09.47 น.

คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นยอมรับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่ง อาจทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอ เกาะติดผลกระทบเงินเฟ้อใกล้ชิด

วันที่ 19 มี.ค.2569 คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ว่า การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านอาจส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวลง

อุเอดะกล่าวว่า ราคาน้ำมันยังอาจกระตุ้นเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ด้วยการผลักดันราคาพลังงานพุ่งขึ้น พร้อมกับย้ำว่า พัฒนาการของความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจเกี่ยวกับจังหวะเวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ผู้ว่าการ BOJ ยังกล่าวด้วยว่า เนื่องจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ดังนั้น BOJ จึงจะติดตามผลกระทบที่มีต่อเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงอาจทำให้ต้นทุนการนำเข้าพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

"เราจำเป็นต้องตระหนักว่าความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อพื้นฐานรุนแรงกว่าในอดีต" อุเอดะกล่าว

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า คณะกรรมการ BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับประมาณ 0.75% ในการประชุมวันนี้ พร้อมระบุว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันดิบได้กลายเป็นความเสี่ยงใหม่ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและราคา

ทั้งนี้ คณะกรรมการ BOJ ได้คงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีในการประชุมเมื่อเดือนธ.ค.2568

ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง BOJ กำลังอยู่ในสถานะที่ยากลำบาก เนื่องจากต้องพยายามเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน

สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องแล่นผ่าน รวมถึงเรือที่มุ่งหน้าไปยังประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีรายงานความเสียหายเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อีกด้วย

ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะผลักดันราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง ตั้งแต่น้ำมันเบนซินไปจนถึงพลาสติก ขณะที่ค่าไฟฟ้าและค่าก๊าซอาจปรับตัวสูงขึ้นเช่นกันหากราคาก๊าซ LNG ขยับขึ้นตามราคาน้ำมัน

ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถูกมองว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมเงินเฟ้อ แต่ก็ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Stagflation ซึ่งเป็นภาวะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงและการเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแอลง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...