หุ้นไทยภาคเช้า ปิดลบ 4.96 จุด หวั่นสงครามยืดเยื้อ-ราคาน้ำมันดีดขึ้น
หุ้นไทยภาคเช้า วันที่ 2 เม.ย. ปิดที่ 1,466.03 จุด ลดลง 4.96 จุด มูลค่าซื้อขาย 32,358 ล้านบาท กังวลสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ 1-2 เดือนหลังประธานาธิบดีสหรัฐระบุพร้อมใช้กำลังโจมตีบีบอิหร่านเข้าสู่การเจรจาดันราคาน้ำมันกลับมาดีดขึ้น แม้มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจชิงยุติสงครามก่อนเลือกตั้งกลางเทอม และยังต้องรอจับตาท่าทีอิหร่าน
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดช่วงเช้าวันนี้ 2 เมษายน ที่ระดับ 1,466.03 จุด ลดลง 4.96 จุด (-0.34%) มูลค่าซื้อขายราว 32,358 ล้านบาท
ช่วงเช้ามีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 1 หลักทรัพย์ 1 รายการ พบ DELTA13P2607A มีมูลค่าสูงสุด 0.88 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 0.59 บาท
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผุ้จัดการ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าววา ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับลงตามตลาดหุ้นเอเชียที่บรรยากาศลงทุนเป็นลบ หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐแถลงเช้านี้โทนไม่ดีนัก เพราะมีความเสี่ยงที่สหรัฐจะใช้กำลังโจมตีเพื่อบีบให้อิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจา ทำให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายเมื่อวานนี้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง และราคาน้ำมันก็กลับมาดีดตัวขึ้น
ทั้งนี้ มองว่าภาพสงครามตะวันออกลางยังให้น้ำหนักยืดเยื้อออกไปอีก 1-2 เดือน หรืออาจมีความเสี่ยงยืดไป 2-3 เดือน โดยต้องจับตาดูท่าทีของอิหร่านว่าจะตอบโต้ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์อย่างไร
ทั้งนี้เชื่อว่าสหรัฐต้องการยุติสงคราม เพราะจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในปลายปี หากราคาพลังงานสูงอาจกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นและอาจมีหลายอย่างควบคุมไม่ได้
สถานการณ์ที่เป็นไปได้ คือ สหรัฐชิงประกาศชัยชนะและกลับบ้าน โดยไม่แก้ไขการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านน่าจะเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซเพื่อมาชดเชยความเสียหายที่ถูกโจมตี ซึ่งมองแล้วสหรัฐไม่จ่ายค่าเสียหายแน่นอน
ขณะที่ราคาน้ำมันจะไม่กลับมาเท่าช่วงก่อนเกิดสงคราม เพราะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางเสียหายไปมากพอสมควร ดังนั้น ไม่ว่าสงครามจะจบแบบไหนคาดว่าราคาน้ำมันดิบ Brent ก็จะยังทรงตัวสูง ซึ่งปัจจุบันขึ้นไปยืนอยู่ที่กว่า 100 เหรียญ/บาร์เรล คาดว่าหลังสงครามจบราคาน้ำมันอาจจะอยู่ที่เฉลี่ย 80-85 เหรียญ/บาร์เรล จากก่อนหน้านี้อยู่ที่แถวๆ 60-65 เหรียญ/บาร์เรล ปรับขึ้นไปราว 20-25% ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ โรงกลั่น และปิโตรเคมี คาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 1/69 จะแข็งแกร่งมาก แต่กลุ่มที่เหลือจะเริ่มเห็นผลกระทบในไตรมาส 2/69 และกำไรจะชะลอตัว จึงคาดว่า ดัชนี SET ในเดือน เม.ย.จะแกว่งในกรอบ 1,410-1,470 จุด
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นช่วงบ่ายคาดว่าจะปรับตัวลงต่อ แม้จะยังมีแรงซื้อหุ้นพลังงาน สลับแรงขายทำกำไรหุ้นนอกพลังงาน โดยให้แนวรับ 1,455 จุด แนวต้าน 1,470 จุด