โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

พบแฮกเกอร์ใช้เทคนิค SEO บนหน้า Github หลอกให้เหยื่อที่ค้นหา เข้ามาโหลดของปลอมปนมัลแวร์

Thaiware

อัพเดต 03 เม.ย. เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 04.00 น. • Sarun_ss777
เทคนิค SEO จะดันหน้า Repo ของ GitHub ที่อ้างว่าเป็นซอฟต์แวร์แบบแคร็ก แต่แฝงมัลแวร์ขโมยข้อมูลไว้ให้ขึ้นหน้า 1

เมื่อพูดถึงบริการคลังดิจิทัล (Repo หรือ Repository) ชื่อดัง และมีความน่าเชื่อถือสูง ก็คงจะหนีไม่พ้น GitHub ซึ่งเป็นแหล่งยอดนิยมในการหาเครื่องมือ หรือ โครงการ (Project) ต่าง ๆ ในหมู่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ด้วยความน่าเชื่อถือนี้ ก็ได้กลายมาเป็นช่องโหว่ให้แฮกเกอร์นำเอามาใช้ในการหลอกลวงเพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ในหลาย ๆ ครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Digwatch ได้กล่าวถึงการตรวจพบแคมเปญการแพร่กระจายมัลแวร์แคมเปญใหม่ด้วยฝีมือของทีมวิจัยจาก Trend Micro บริษัทผู้พัฒนาโซลูชันการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ชื่อดัง โดยในแคมเปญนี้ทางทีมวิจัยได้พบว่าแฮกเกอร์ได้ทำการสร้าง Repo บนบริการของ GitHub มากกว่า 100 ตัว โดยแอบอ้างว่าเป็นแหล่งฝากซอฟต์แวร์ชื่อดังแจกฟรี รวมถึงไปถึงวิดีโอเกมเถื่อนแบบแคร็กแล้ว (Cracked) และโปรแกรมโกงเกมต่าง ๆ แต่แท้จริงนั้นภายในเป็นมัลแวร์ขโมยข้อมูล แล้วทำการโฆษณาด้วยวิธีการ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อดันให้ตัวหน้า Repo ของปลอมนั้นติดลำดับการค้นหาลำดับต้น ๆ ล่อให้เหยื่อมาติดกับดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ปลอมไปจาก Repo แทนที่จะเป็นของแท้ ซึ่งถ้าติดตั้งลงเครื่องก็จะนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์ในทันที

โดยมัลแวร์ตัวดังกล่าวนั้น มีชื่อว่า BoryptGrab เป็นมัลแวร์ประเภทขโมยข้อมูลจากเครื่องของเหยื่อ หรือ Infostealer ที่มุ่งเน้นการโจมตีระบบปฏิบัติการ Windows โดยข้อมูลที่มัลแวร์ตัวนี้เพ่งเล็งในการขโมยนั้นจะเป็นข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Information) ทั้งนั้น โดยจะครอบคลุมตั้งแต่ รหัสผ่านต่าง ๆ, ไฟล์ Cookies, และข้อมูลกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซี (Wallet) รวมถึงสามารถขโมยข้อมูลจากเว็บเบราว์เซอร์ยอดนิยม เช่น Chrome, Edge, Firefox, Opera, Brave และ Vivaldi ได้ นอกจากนั้นยังสามารถฝ่าเครื่องมือป้องกันมัลแวร์ได้มากมายหลายตัวอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ตัวมัลแวร์ยังสามารถฝังเครื่องมือควบคุมเครื่องจากระยะไกล เพื่อให้แฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังมัลแวร์ตัวนี้สามารถเข้าสู่ระบบจากระยะไกล (Remote Access) ได้ อันเป็นการรับประกันว่า มัลแวร์ และแฮกเกอร์จะยังคงอยู่บนระบบ (Persistent) เรียกได้ว่าอันตรายมาก เพราะแฮกเกอร์จะสามารถแอบแฝงตัวอยู่ภายในระบบ และลักลอบขโมยข้อมูลโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวหรือจับได้เลยทีเดียว

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...