“หยวน” พุ่งแรง อิหร่าน-รัสเซียหนีดอลลาร์ ดันบทบาทเงินจีนในเวทีโลก
การใช้เงิน "หยวน" ชำระค่าสินค้าโดยเฉพาะน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังแรงกดดันคว่ำบาตรและสงครามผลักประเทศนอกตะวันตกหันพึ่งจีน สะท้อนแนวโน้มลดการพึ่งพาดอลลาร์ในระบบการเงินโลก
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 03.37 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า การใช้เงินสกุลหยวนของจีน ในการชำระค่าสินค้าและบริการ โดยเฉพาะน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา หลังอิหร่านและรัสเซียหันมาใช้หยวนเพื่อดำเนินการค้าโดยไม่พึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูลจีน Wind ระบุว่า มูลค่าธุรกรรมชำระเงินด้วยหยวนผ่านระบบ Cross-border Interbank Payment System (CIPS) เพิ่มขึ้นถึง 50% ในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แตะระดับ 1.46 ล้านล้านหยวน หรือราว 214,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าระดับเดียวกันในปี 2564 ถึง 3 เท่า และยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องหลายปี
สื่อจีนยังรายงานว่า ในเดือนเมษายน ระบบ CIPS ทำสถิติธุรกรรมรายวันสูงสุดใหม่ สะท้อนการขยายตัวของการใช้หยวนในเวทีการค้าระหว่างประเทศ
หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเรียกเก็บค่าผ่านทางเรือบรรทุกน้ำมัน โดยกำหนดการชำระเงินในรูปแบบคริปโทเคอเรนซีและหยวน
เรือจากประเทศที่อิหร่านมองว่าเป็นมิตร เช่น จีน รัสเซีย และอินเดีย ยังคงสามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ เนื่องจากอิหร่านถูกตัดออกจากระบบการเงินโลกที่ใช้ดอลลาร์เป็นหลักจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ จึงแทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาเงินหยวนในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ
การใช้หยวนไม่ได้จำกัดเฉพาะอิหร่าน โดยรายงานจากสื่อจีนระบุว่าซาอุดีอาระเบียมีสัดส่วนการซื้อขายน้ำมันที่ชำระด้วยหยวนสูงถึง 41% ในเดือนมีนาคม ขณะที่ธนาคารรัฐขนาดใหญ่ 2 แห่งของประเทศได้เข้าร่วมระบบ CIPS ด้านรัสเซียก็หันมาใช้หยวนและรูเบิลเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังธนาคารรัสเซียถูกตัดออกจากระบบ SWIFT ตั้งแต่ปี 2565 ภายหลังการรุกรานยูเครน
วลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุว่า ธุรกรรมระหว่างรัสเซียกับจีนแทบทั้งหมดดำเนินการด้วยเงินรูเบิลและหยวน โดยรัสเซียใช้รายได้จากการขายน้ำมันและก๊าซให้จีนเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจและการทำสงคราม
ความต้องการใช้หยวนที่เพิ่มขึ้นสะท้อนผ่านอัตราแลกเปลี่ยน โดยค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่าน ในทางกลับกัน สกุลเงินเอเชียอื่น เช่น เยนและวอน กลับอ่อนค่าลง เนื่องจากตลาดมองว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะกระทบดุลการค้าของประเทศเหล่านั้น
จีนเดินหน้าผลักดันการใช้หยวนในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจาก CIPS แล้ว ยังพัฒนาหยวนดิจิทัลผ่านธนาคารกลางจีน ตั้งแต่ปี 2564 จีนได้เริ่มโครงการทดลองชำระเงินข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศต่าง ๆ เช่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อให้บริษัทสามารถชำระเงินกันด้วยหยวนดิจิทัลแทนดอลลาร์ ผ่านทั้งธนาคารพาณิชย์และธนาคารกลาง
แม้การใช้หยวนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่บทบาทในเวทีโลกยังคงจำกัด โดยข้อมูลจาก SWIFT ระบุว่า หยวนมีสัดส่วนเพียง 3% ของธุรกรรมการชำระเงินทั่วโลกในเดือนมีนาคม เทียบกับดอลลาร์ที่ครองสัดส่วนถึง 51%
อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีของจีนที่เริ่มในปี 2569 ได้ตั้งเป้าขยายการใช้หยวนในด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
โทรุ นิชิฮามะ นักเศรษฐศาสตร์จาก Dai-ichi Life Research Institute ระบุว่า “สัดส่วนของหยวนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และกระบวนการทำให้หยวนเป็นสากล รวมถึงการลดการพึ่งพาดอลลาร์ จะเร่งตัวขึ้นต่อไป”
อ้างอิง : https://asia.nikkei.com