โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัฐบาลคุมเข้มราคาสินค้า-พลังงานทั่วประเทศ อัดฉีดปุ๋ยธงเขียวช่วยเกษตรกรสูงสุด 1,400 บาท พร้อมเร่งช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง

สวพ.FM91

อัพเดต 29 มี.ค. เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 09.32 น.

วันนี้ เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ โดยมี นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และ นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แถลง

• ภาพรวมการผลิตและการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดเป็นอย่างไร

นายฉัตรชัย คุณโลหิต เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน ณ วันที่ 27 มีนาคม 2569 พบว่าปริมาณการใช้พลังงานในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มน้ำมันดีเซล วันที่ 1 - 27 มีนาคม มีปริมาณการผลิตเฉลี่ย 82.21 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ยอดจำหน่าย 82.99 ล้านลิตรต่อวัน และมีการส่งออกเฉลี่ย 4.43 ล้านลิตรต่อวัน รวมปริมาณจำหน่ายและส่งออก 87.42 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งสูงกว่ายอดจำหน่ายในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ อยู่ที่ประมาณ 70 ล้านลิตรต่อวัน กลุ่มน้ำมันเบนซิน มีปริมาณการผลิตเฉลี่ย 34.40 ล้านลิตรต่อวัน โดยมียอดจำหน่ายเฉลี่ย 35.25 ล้านลิตรต่อวัน และส่งออกเฉลี่ย 0.84 ล้านลิตรต่อวัน รวมอยู่ที่ 36.09 ล้านลิตรต่อวัน

• รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการสร้างความเชื่อมั่นและการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันให้กับประชาชนอย่างไรบ้าง

นายฉัตรชัย คุณโลหิต ยืนยันว่ากระทรวงพลังงานให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจในความเพียงพอของน้ำมันเชื้อเพลิง โดยส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันอย่างต่อเนื่องร่วมกับพลังงานจังหวัดทั่วประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม ยืนยันว่าปริมาณน้ำมันสำรองตามกฎหมายมีปริมาณครบถ้วนสอดคล้องกับรายงาน นอกจากนี้ ได้สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันเกือบ 3,000 แห่ง พบมีการปิดให้บริการประมาณร้อยละ 10 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบลึกถึงปริมาณน้ำมันในถังเก็บเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการกักตุน รวมถึงตรวจสอบพฤติกรรมผู้รับขนส่งน้ำมันอย่างใกล้ชิด รวมทั้งบูรณาการกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายปกครอง กวดขันการกระจายน้ำมันให้เป็นไปอย่างเต็มกำลัง และการลงโทษผู้กระทำผิด นอกจากนี้ กรมธุรกิจพลังงานยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Fuel Now เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ทันทีว่าสถานีบริการใดเปิด-ปิด หรือน้ำมันชนิดใดหมด และแอปพลิเคชัน Pump Radar ร่วมกับภาคประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการ กระทรวงพลังงานขอย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลกำกับดูแลการส่งจ่ายน้ำมันอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง หากพบความผิดปกติสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบได้ทันที

• รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพและดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างไร

นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยมาตรการเชิงรุกเพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ได้แก่ โครงการไทยช่วยไทย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยร่วมกับห้างค้าปลีกและผู้ผลิตชั้นนำ นำสินค้าแบรนด์ทางเลือกกว่า 1,000 รายการ มาลดราคาสูงสุดถึงร้อยละ 50 และโครงการธงฟ้าราคาประหยัด จะขยายจุดจำหน่ายสินค้าจำเป็นให้ครบทุกจังหวัดกว่า 500 จุดทั่วประเทศ พร้อมจัดรถโมบายธงฟ้าเคลื่อนที่เข้าถึงพื้นที่ห่างไกล และยังเตรียมมาตรการดูแลราคาข้าวแกงโดยเตรียมสนับสนุนวัตถุดิบต้นทาง อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ และน้ำตาล ให้แก่ร้านข้าวแกงและร้านอาหารตามสั่งเพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาจำหน่าย นอกจากนี้ กรมการค้าภายในร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ลงพื้นที่ล่อซื้อตามข้อร้องเรียนการขายปุ๋ยในราคาสูง โดยอยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากประชาชนพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือไลน์ @mr.DIT หากพบว่ากระทำความผิดจริงมีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

• รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในด้านปัจจัยการผลิตอย่างไร

กระทรวงพาณิชย์มีแผนจัดโครงการ “ธงเขียวพลัส” โดยต่อยอดส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบต่อราย รวม 1,000 บาท โดยจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่เกษตรกรที่มีบัตรดินดี ของกรมพัฒนาที่ดิน หรือผ่านมาตรฐาน GAP ของกรมวิชาการเกษตร หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองซื้อปุ๋ยอินทรีย์อีก 200 บาท รวมความช่วยเหลือสูงสุด 1,400 บาทต่อราย โดยจะเริ่มที่จังหวัดกำแพงเพชรในช่วงปลายเดือนเมษายน และจะดำเนินโครงการให้ครอบคลุม 50 จังหวัด ตั้งเป้ารวมทั้งสิ้น 1 ล้านกระสอบ พร้อมกันนี้ กระทรวงยังได้ประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตปุ๋ยจำนวน 26 แห่งในการจำหน่ายปุ๋ยราคาพิเศษหน้าโรงงานโดยมีปริมาณรวมกว่า 10 ล้านกระสอบ นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงติดตามสถานการณ์ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งนำเรือบรรทุกวัตถุดิบปุ๋ยและปิโตรเคมีที่ติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซออกมาให้ได้โดยเร็ว พร้อมแสวงหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยแหล่งใหม่เพื่อสร้างความมั่นคงด้านปัจจัยการผลิต

• ความคืบหน้าการเดินเรือและการช่วยเหลือลูกเรือไทยเป็นอย่างไร

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานกับทางอิหร่านอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดเพื่อให้เรือพาณิชย์ของไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยต่อไป โดยมีเรือที่สามารถเดินทางออกมาสำเร็จแล้วบ้างแต่ยังคงต้องหารือกับทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยเหลือเรือที่ยังตกค้าง ส่วนการช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือบรรทุกสินค้ามยุรีนารี ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้เร่งช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน โดยกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบทันทีเมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติม

• สถานการณ์ความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางมีแนวโน้มเป็นอย่างไร

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงและขยายวงกว้าง โดยยังคงมีการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลักและการโจมตีพุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศอาหรับ รวมถึงกลุ่มฮูตีที่เริ่มโจมตีเรือในเยเมน ส่งผลให้โรงงานเหล็กขนาดใหญ่ในอิหร่านต้องหยุดการผลิต นอกจากนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านประกาศห้ามขนส่งสินค้าเข้า - ออกท่าเรือกลุ่มพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล และย้ำเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะเดียวกันกลุ่มประเทศมุสลิมประกอบด้วย ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ จะประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในวันที่ 29 - 30 มีนาคมนี้ เพื่อหาทางลดความตึงเครียดในภูมิภาค ขณะที่สหรัฐฯ เผยสัญญาณเชิงบวกและมีความเป็นไปได้ที่จะพบกับฝ่ายอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ใกล้บรรลุเป้าหมายและอาจยุติปฏิบัติการได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการจากฝ่ายอิหร่าน

• ความคืบหน้าการช่วยเหลือและดูแลคนไทยในพื้นที่เป็นอย่างไร

ในภาพรวมสถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง ความคืบหน้าของการเจรจายังไม่มีความแน่นอนและยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ได้ตลอดเวลา กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำให้คนไทยในพื้นที่พิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด และลงทะเบียนข้อมูลติดต่อไว้กับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่เพื่อการรับความช่วยเหลือที่รวดเร็ว โดยเมื่อวานนี้ (28 มีนาคม 2569) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กาตาร์ โดยได้ขอบคุณกาตาร์สำหรับการดูแลคนไทยและการอำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย โดยฝ่ายกาตาร์ย้ำการให้ความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือและดูแลคนไทยในกาตาร์

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตในพื้นที่ ดำเนินการช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มกำลัง โดยคนไทยอีก 8 คนจากอิหร่านผ่านตุรกีได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้วเมื่อเช้าวานนี้ (28 มี.ค. 69) ในขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังขอย้ำแจ้งเตือนการแอบอ้างของมิจฉาชีพเป็นเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หลอกให้โอนเงินค่าดำเนินการพากลับประเทศไทย โดยย้ำว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินค่าธรรมเนียมในการเดินทางกลับประเทศ นอกจากนี้ ทางการอิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าถึงวันที่ 16 เมษายน 2569 โดยจะมีเฉพาะสายการบิน El Al และ Arkia ที่ยังคงทำการบินมายังไทยแต่ไม่ใช่เที่ยวบินที่ให้บริการตามกำหนดเวลาปกติ และอาจถูกยกเลิกกระทันหันตามเหตุจำเป็นในพื้นที่ หากคนไทยจำเป็นเดินทางออกเร่งด่วน ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่ออำนวยความสะดวกผ่านช่องทางอื่นต่อไป ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,514 คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...