CIB ลุยจับ “บัญชีม้า” เชื่อมแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีนเทาในปอยเปต
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายบัญชีม้าเชื่อมโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ จับกุมหญิงสาววัย 22 ปี หลังพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงประชาชน สูญเงินกว่า 7 แสนบาท พร้อมเผยพฤติกรรมสุดโหด หลอกพาเหยื่อข้ามแดนไปกักขังในปอยเปต บังคับสแกนใบหน้า และทำร้ายร่างกาย
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ และ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม, พ.ต.อ.ชัยวุฒิ เกียรติก้องกำจาย รองผู้บังคับการกองปราบปราม
สั่งการให้ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับการ 4 กองปราบปราม พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์ พ.ต.ท.เอนก บุญตา พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์ พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง รองผู้กำกับการ 4 กองปราบปราม
พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์ สารวัตร กก.4 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. เข้าดำเนินการ
จับกุมผู้ต้องหา น.ส.ปิรชาติ ( ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 22 ปี ได้บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.ทรัพย์ไพวัลย์ อ.เอราวัณ จ.เลย ตามหมายจับในความผิดเกี่ยวกับการเปิดบัญชีม้าและสนับสนุนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
โดยมีพฤติการณ์หลอกลวงคดีนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายซึ่งประกอบธุรกิจออนไลน์ ถูกกลุ่มมิจฉาชีพติดต่อสั่งซื้อสินค้า ก่อนออกอุบายแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ส่งเอกสารปลอมตราครุฑเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และเสนอผลตอบแทนสูงถึง 20% ของมูลค่างานจัดซื้อ
ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหา 2 ครั้ง รวมมูลค่า 710,000 บาท ก่อนทราบภายหลังว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด กระทั่งตำรวจรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ
ขบวนการข้ามชาติ-กักขังโหดและจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ถูกชักชวนผ่านโซเชียลมีเดียให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยได้รับค่าจ้างบัญชีละ 2,000 บาท และเปิดรวมถึง 6 บัญชี
แล้วจากนั้นจึงถูกพาเดินทางไปชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา และถูกนำไปกักขังในอาคารร่วมกับคนไทยราว 200 คน
ในระหว่างถูกควบคุมตัว กลุ่มคนจีนจะพาไปสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันระบบบัญชี หากขัดขืนจะถูกทำร้ายร่างกาย โดยผู้ต้องหาถูกกักตัวนานกว่า 15 วัน ก่อนถูกปล่อยตัวกลับประเทศไทย
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน อย่าหลงเชื่อข้อเสนอรับจ้างเปิดบัญชี แม้ค่าตอบแทนดูน่าสนใจ แต่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรม และอาจต้องรับโทษทางกฎหมาย
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะในการสร้างการรับรู้เท่าทันภัยอาชญากรรม โดยผู้ต้องหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด