ข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้ "อิหร่าน" ยังมีเขี้ยวเล็บ ฐานยิงขีปนาวุธเหลืออีกครึ่งหนึ่ง พร้อมรบต่อ
ข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้ "อิหร่าน" ยังมีเขี้ยวเล็บ ฐานยิงขีปนาวุธเหลืออีกครึ่งหนึ่ง พร้อมรบต่อ
วันที่ 3 เม.ย. 2569 รายงานข่าวกรองล่าสุดของสหรัฐฯ ชี้ว่า แม้ สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล จะเดินหน้าโจมตีทางทหารต่อเนื่องกว่า 5 สัปดาห์ แต่ฐานยิงขีปนาวุธของ อิหร่าน ราวครึ่งหนึ่งยังคงใช้งานได้ ขณะเดียวกันยังมีโดรนโจมตีอีกหลายพันลำอยู่ในคลังแสง
แหล่งข่าวด้านข่าวกรอง 3 รายเปิดเผยกับ CNN ว่า อิหร่านยังคงมีศักยภาพเพียงพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในภูมิภาค โดยการประเมินดังกล่าวอาจรวมถึงแท่นยิงที่ยังเข้าถึงไม่ได้ เช่น ฐานยิงใต้ดินที่ยังไม่ถูกทำลาย
นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านยังคงมีโดรนอยู่ราว 50% ของขีดความสามารถทั้งหมด รวมถึงขีปนาวุธร่อนป้องกันชายฝั่งจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการคุกคามการเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนภาพขีดความสามารถทางทหารที่ยังคงเหลืออยู่มาก
ข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวให้ภาพที่แตกต่างจากถ้อยแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ก่อนหน้านี้ระบุว่าสหรัฐฯ ใกล้บรรลุชัยชนะ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่าได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านแล้วมากกว่า 12,300 แห่ง
ด้าน แอนนา เคลลี ออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นความพยายามลดทอนความสำเร็จของกองทัพสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าการโจมตีของอิหร่านลดลงถึง 90% และโครงสร้างทางทหารถูกทำลายอย่างหนัก
ขณะที่ ฌอน พาร์เนลล์ ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ สามารถบรรลุเป้าหมายทางทหารได้เร็วกว่ากำหนด ทั้งการทำลายคลังขีปนาวุธ กองทัพเรือ และเครือข่ายตัวแทนของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวมองว่า กรอบเวลาที่ทรัมป์ระบุว่าจะยุติปฏิบัติการภายใน 2-3 สัปดาห์นั้น อาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื่องจากอิหร่านยังคงมีศักยภาพทางทหารเหลืออยู่อีกมาก และสถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไป
ความสามารถในการ “หลบลงใต้ดิน” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฐานยิงขีปนาวุธของ อิหร่าน ไม่ถูกลดทอนศักยภาพลงมากนัก แม้จะเผชิญการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า อิหร่านได้พัฒนาเครือข่ายอุโมงค์และถ้ำใต้ดินเพื่อซ่อนฐานยิงมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้การระบุและโจมตีเป้าหมายทำได้ยาก โดยแหล่งข่าวเผยว่า อิหร่านยังสามารถเคลื่อนย้ายฐานยิงแบบเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การติดตามเป็นไปอย่างซับซ้อน คล้ายกับความท้าทายที่ สหรัฐอเมริกา เคยเผชิญกับกลุ่มฮูตีในเยเมน
ด้าน แอนนิกา กันเซเวลด์ ผู้จัดการโครงการภัยคุกคามสำคัญตะวันออกกลางของ สถาบันอเมริกันเอ็นเตอร์ไพรส์ ระบุว่า สหรัฐฯ และ อิสราเอล ได้ปรับยุทธวิธีโดยมุ่งโจมตีทางเข้าอุโมงค์มากขึ้น พร้อมใช้เครื่องจักรหนัก เช่น รถดันดิน เพื่อพยายามเข้าถึงโครงสร้างใต้ดินเหล่านี้
แม้กองทัพเรือของอิหร่านจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่แหล่งข่าวชี้ว่า กำลังทางเรือของ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ยังคงรักษาขีดความสามารถไว้ได้ราวครึ่งหนึ่ง โดยยังมีเรือขนาดเล็กและเรือผิวน้ำไร้คนขับเหลืออยู่อีกจำนวนมาก
ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า เรือของอิหร่านกว่า 155 ลำได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นเรือในสังกัดกองทัพเรือส่วนใด
ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่า กองกำลังทางเรือของ IRGC ถือเป็นกำลังหลักในการคุกคามการเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ และจากสถานการณ์ล่าสุด อิหร่านยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการโจมตีเส้นทางขนส่งทางทะเลได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังมีขีดความสามารถที่ต้องถูกจำกัดอีกมาก หากต้องการยุติภัยคุกคามดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง