โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เอกนิติ" เผยมติ คตร. ให้โรงกลั่นนำกำไรส่วนเกิน โอนเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลดราคาขายปลีกหน้าปั๊มช่วยประชาชนก่อน "สงกรานต์"

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“เอกนิติ” เผยมติ คตร. ให้โรงกลั่นนำกำไรส่วนเกิน โอนเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลดราคาขายปลีกหน้าปั๊มช่วยประชาชนก่อน “สงกรานต์”

"เอกนิติ" เผยมติ คตร. ให้โรงกลั่นนำกำไรส่วนเกิน โอนเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลดราคาขายปลีกหน้าปั๊มช่วยประชาชนก่อน "สงกรานต์"

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ว่า จากการหารือผลการตรวจสอบ “ค่าการกลั่น” และต้นทุนที่แท้จริงของโรงกลั่นน้ำมัน พบว่าในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ราคามีความผันผวนสูง อยู่ที่ระดับ 13–14 บาทต่อลิตร และสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 7.30 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ แม้จะมีการนำปัจจัย “ค่าความเสี่ยงภัยสงคราม” หรือ War Premium เข้ามาคำนวณเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มของน้ำมันดิบแล้ว แต่กำไรจากการกลั่นยังคงอยู่ในระดับที่สูงผิดปกติ สะท้อนถึงการเกิด “กำไรส่วนเกิน” ในระบบ

คตร. จึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานเร่งเจรจากับผู้ประกอบการโรงกลั่น เพื่อตรวจสอบตัวเลขกำไรส่วนเกินอย่างละเอียด คำนวณต้นทุนที่แท้จริง และนำกำไรส่วนเกินดังกล่าวมาหาแนวทางปรับลดราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนโดยเร็วที่สุด

ในส่วนของแนวทางการบริหารจัดการ “กำไรส่วนเกิน” คณะกรรมการ คตร. ได้พิจารณาภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบันที่มีอยู่ โดยอ้างอิงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 ซึ่งเคยใช้ช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์สงครามรัสเซีย–ยูเครน พร้อมทั้งเชิญสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมหารือ และเห็นว่าการนำค่าการกลั่นส่วนเกินของโรงกลั่นมาใช้ช่วยเหลือประชาชนสามารถดำเนินการได้

นายเอกนิติ ระบุว่า กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือกับกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันนำส่งกำไรส่วนหนึ่งที่เป็นกำไรกรณีพิเศษจากค่าการกลั่น เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนโดยส่งผ่านไปที่ราคาน้ำมันเพื่อลดผลกระทบในทันที ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปคำนวณตัวเลขรายละเอียดต้นทุนและรายได้ที่แท้จริง รวมถึงเจรจากับโรงกลั่นแต่ละแห่ง เนื่องจากแต่ละโรงมีต้นทุนการซื้อน้ำมันดิบที่ต่างกัน

โดยเตรียมเสนอแนวทางต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 6 เมษายนนี้ และคาดว่าจะสามารถปรับลดราคาน้ำมันได้ทันที เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

สำหรับมาตรการ “ภาษีลาภลอย” (Windfall Tax) กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการศึกษา โดยประเมินว่าเป็นมาตรการที่ให้ผลเพียงครั้งเดียว ขณะที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนขึ้นลงตลอดเวลา จึงเลือกใช้แนวทางนำกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาช่วยเหลือโดยตรง ซึ่งถือเป็นวิธีที่รวดเร็วและตรงจุดที่สุด โดยไม่ต้องรอกระบวนการออกกฎหมายใหม่

นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอมรับว่าการขนส่งน้ำมันผ่านพื้นที่เสี่ยง เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ จำเป็นต้องมี “ค่าความเสี่ยงสงคราม” หรือ War Premium ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงเพิ่มเติม ทำให้สามารถนำเรือบรรทุกน้ำมันผ่านออกมาได้ โดยคณะกรรมการฯ ได้ให้โรงกลั่นชี้แจงรายละเอียดต้นทุนส่วนนี้อย่างชัดเจน เพื่อนำมาคำนวณขอบเขตการช่วยเหลือ ว่าจะสามารถช่วยเหลือได้ในวงเงินเท่าใด และระยะเวลานานเพียงใด

ทั้งนี้ การช่วยเหลือจะพิจารณาเป็นรายเดือน เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์สงครามจะยืดเยื้อไปในทิศทางใด โดยกลไกการส่งผ่านความช่วยเหลือจะดำเนินการผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

นอกจากนี้ คตร. ยังได้พิจารณากำหนดค่าการตลาดน้ำมันทุกชนิดไม่เกิน 2.45 บาทต่อลิตร เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาขายปลีกมากเกินไป พร้อมเสนอการใช้กลไก “เพดานราคา” (Ceiling) และ “ราคาขั้นต่ำ” (Floor) ให้กระทรวงพลังงานนำไปพิจารณา รวมถึงข้อเสนอการใช้ภาษีสรรพสามิตเป็นเครื่องมือในการดูแลราคาน้ำมัน ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...