“ญี่ปุ่น” ยืนยันยังไม่มีแผนส่งเรือรบไปฮอร์มุซ แม้ทรัมป์กดดันหนักก่อนซัมมิตผู้นำ
"ญี่ปุ่น" ยืนยันขณะนี้ยังไม่มีแผนส่งเรือรบไปฮอร์มุซ แม้ทรัมป์กดดันหนัก ย้ำต้องใช้ความพยายามทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 09.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นระบุว่า ขณะนี้ญี่ปุ่นยังไม่มีแผนส่งเรือรบไปยังช่องแคบฮอร์มุซ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กดดันให้ญี่ปุ่นเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว ก่อนการประชุมสุดยอดกับนายกรัฐมนตรี ซาเนะ ทาคาอิจิ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ชินจิโร โคอิซึมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น กล่าวในรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ว่า“สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้ความพยายามทุกด้าน รวมถึงความพยายามทางการทูต เพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้สงบลง”
คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากโคอิซึมิได้หารือทางโทรศัพท์กับพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐในช่วงค่ำวันอาทิตย์ ด้านนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิกล่าวในทิศทางเดียวกันว่า เธอตั้งใจจะหารือเรื่องนี้กับทรัมป์ในการพบกันที่กรุงวอชิงตัน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์
อย่างไรก็ตามการพบกันที่ทำเนียบขาวอาจทำให้ทรัมป์ กดดันญี่ปุ่นมากขึ้น ให้มีบทบาทในภารกิจรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ทาคาอิจิตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากต้องพิจารณาทั้ง ข้อจำกัดทางกฎหมายและแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามไม่ให้ประเด็นนี้กลายเป็นเงื่อนไขที่บดบังการประชุมสุดยอดครั้งแรกของเธอกับผู้นำสหรัฐฯ
ญี่ปุ่นต้องพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 90% ของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมด ทำให้ญี่ปุ่นมีส่วนได้ส่วนเสียต่อความมั่นคงของเส้นทางพลังงานในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นมีกฎหมายที่เข้มงวดซึ่ง ห้ามการมีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางทหาร เว้นแต่ประเทศจะเผชิญภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของรัฐโดยตรง
โคอิซึมิกล่าวเพิ่มเติมว่า โดยหลักการแล้ว ญี่ปุ่นสามารถดำเนินปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางทะเล ด้วยเรือของกองกำลังป้องกันตนเอง (Self-Defense Forces: SDF) ได้ในบางสถานการณ์พิเศษ เช่น เมื่อจำเป็นต้องปกป้องเรือของญี่ปุ่น เมื่อชีวิตหรือทรัพย์สินของชาวญี่ปุ่นตกอยู่ในความเสี่ยง หรือเมื่อมีความจำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพของสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า สถานการณ์ในอิหร่านขณะนี้เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวหรือไม่ โดยระบุว่า“ผมขอหลีกเลี่ยงการตอบคำถามเชิงสมมติ เนื่องจากสถานการณ์ในอิหร่านเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกนาที”
ญี่ปุ่นมีรัฐธรรมนูญแบบสันติภาพ (pacifist constitution) ที่จำกัดการใช้กำลังทหารไว้เฉพาะการป้องกันตนเอง แม้ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ญี่ปุ่นจะมีการตีความกฎหมายและปรับกรอบกฎหมายบางส่วนให้ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่เกณฑ์สำหรับการเข้าร่วมความขัดแย้งที่ญี่ปุ่นไม่ได้ถูกโจมตีโดยตรงยังคงสูงมาก
ด้านทาคายูกิ โคบายาชิ หัวหน้าฝ่ายนโยบายของพรรครัฐบาล Liberal Democratic Party (LDP) กล่าวว่า โอกาสที่ญี่ปุ่นจะส่งเรือรบไปคุ้มกันเส้นทางในช่องแคบฮอร์มุซในเร็ว ๆ นี้ยังมีไม่มาก และเป็นการตัดสินใจที่ท้าทายอย่างยิ่ง
“ผมคิดว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบอย่างมาก เนื่องจากความขัดแย้งยังดำเนินอยู่” เขากล่าว
ย้อนกลับไปในปี 1991 ญี่ปุ่นได้ส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดจำนวน 6 ลำไปยังอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งถือเป็น การส่งกำลังทหารไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศครั้งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เสร็จสิ้นปฏิบัติการ Desert Storm ในสงครามอ่าวเปอร์เซียไปแล้วมากกว่าหนึ่งเดือน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาคาอิจิกล่าวว่า ญี่ปุ่นยังไม่มีแผนส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดไปยังตะวันออกกลาง เนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาคยังคงดำเนินอยู่
ในการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง เฮกเซธ และ โคอิซึมิ เมื่อคืนวันอาทิตย์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐได้อัปเดตสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลางและแนวโน้มของสถานการณ์ให้ฝ่ายญี่ปุ่นทราบ ตามแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น
โคอิซึมิกล่าวว่า ญี่ปุ่นต้องการ สื่อสารและประสานงานกับสหรัฐและประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
เฮกเซธยังยืนยันด้วยว่า “สถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลต่อท่าทีหรือการวางกำลังของกองทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น และกองกำลังสหรัฐฯ จะยังคงมีความพร้อมอย่างเต็มที่”
คำยืนยันดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า หากสงครามกับอิหร่านยืดเยื้อ สหรัฐ อาจต้องโยกย้ายกำลังทหารและยุทโธปกรณ์บางส่วนจากเอเชียไปยังตะวันออกกลาง
อ้างอิง : bloomberg.com